บทความการลงทุนโดย Tradetory

ตอนที่ 1 : มังกรหยก 

ผมมี Series เรื่อง “มังกรหยก” อยากจะเเนะนำให้เพื่อนๆดูครับ  มีทั้งหมดราวๆ 52 ตอน เเต่ว่าตอนนี้ฉายไปเเล้วราวๆ 32 ตอน

  • เรื่องนี้จะทำให้เรา เข้าใจ ภาพรวมของวิชาเกี่ยวกับการเทรดเเละการลงทุนดีขึ้นครับ
  • การได้ฝึกวิชากับอาจารย์ ที่เก่ง >>>> ส่งผลให้วรยุทธ์ของกัวจิ้ง ค่อยๆก้าวหน้า เเม้ว่าจะติดอยู่กับที่นับ 10 ปีก็ตาม  ในโลกของการเทรดก็เช่นกัน ถ้าเราโชคดีได้พบกับ อาจารย์ที่เทรดเก่ง เเละประสบการณ์สูง จะช่วยลดเวลา เราไปได้  เเต่ปัญหาคือ เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าอย่างไหนเรียกว่าเก่งจริง หรือ ไม่เก่ง ….. อันนี้ ผมว่าถ้าเราเป็นมือใหม่จะดูยากมากๆครับ
  • ถ้าเราได้พบกับ สุดยอดวิชา เเล้ว  ถ้าเรายังเป็นมือใหม่อยู่ ก็อาจจะไม่รู้ว่ามันคือสุดยอดวิชา เเละมองข้ามผ่านไปเลยก็ได้ ….. ในเรื่องจะพบว่า สุดยอดฝีมือ ระดับ 1 ใน 5 ยุทธจักรนั้น  ดูเผินๆ เราจะไม่รู้เลยว่านี่คือสุดยอด เพราะ ยิ่งวิชาเขาลึกล้ำ เขายิ่งซ่อนงำประกาย ไม่อยากให้คนรู้ครับ
  • เช่น อยู่ๆ เราอาจจะเดินสวนกับ หัวหน้าพรรคกระยาจก ขอทานชีกง  สมมุติเขาเข้ามาขออาหาร เเลกกับการสอนวรยุทธ…. เราก็อาจจะตอบปฏิเสธไป ทั้งๆที่เขากำลังนำสุดยอดวิชามายื่นให้
  • ในชีวิตจริง ผมก็เคยศึกษาเเนวทางของเทรดเดอร์ท่านนึง ซึ่งเก่งมาก เเต่ก็ไม่รู้ว่าเเบบนี้เรียกว่าเก่ง  จนเวลาผ่านไป .. ถึงเพิ่งรู้ว่านี่เรียกว่าเก่งมาก
  • หลายครั้งที่ผมเคยได้ยินเรื่องเดียวกัน เมื่อช่วงเเรกผมก็ไม่เข้าใจว่า มันคือเรื่องที่มีความสำคัญ…. เเต่เมื่อเวลาผ่านไป เรามีประสบการณ์มากขึ้น เราถึงเพิ่งจะเข้าใจว่า โอ้ว นี่มันคือหัวใจ เลยนี่นา
  • ประสบการณ์ตรง ผมเคยเจอ อาจารย์ท่านนึง ซึ่งเนื้อหาที่เขาสอนดีมาก สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายตลาด เเต่เสียงชวนง่วงมาก… ตอนนั้นผมเคยเรียนก็ยังง่วงหลับ ไปบ้าง ผมขอเรียกอาจารย์ท่านนี้ว่าเทพนิทราเเล้วกัน   หลายๆคนที่เคยได้เรียนกับเทพนิทรา จะไม่รู้ว่านี่คือเก่งมาก …..
    • หลายคน ง่วงหลับไปตอนเรียน เลยไม่ค่อยเข้าใจ
    • หลายคน เรียนจนจบไปเเล้ว ก็งงๆ ไม่ได้ไปทบทวนต่อ เพราะเนื้อหาเยอะมาก… ไม่อยากทบทวน
    • สรุปคือ คนที่จะได้วิชาไปจริงๆ เลยมีไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ
    • ขออนุญาตไม่บอกเเล้วกันนะครับ ว่าเขาเป็นใคร 555 ไม่ว่าจะหลังไมค์มาถาม หรือว่าอะไรก็ตาม   ผมเชื่อเรื่องนึงคือว่า อาจารย์ท่านนึงอาจจะเหมาะสมกับลูกศิษย์เเบบนึง  เเต่อาจารย์ท่านเดิม อาจจะไม่เหมาะกับลูกศิษย์อีกคนก็ได้  เเละอีกอย่างนึงคือ ต่อให้เราเจออาจารย์ที่เก่ง เเต่ถ้าเราไม่ได้เชื่อมั่นในเเนวทางนั้น หรือเเนวทางไม่เหมาะกับเรา มันก็ไม่ Match กันอยู่ดี
    • ดังนั้น ให้เราพยามหาข้อมูลให้มากๆ  ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดี ผมขอเเนะนำเเหล่งเรียนรู้ฟรี 3 – 4 เเหล่งให้ศึกษาไปพลางๆก่อนๆครับ ( สำหรับสายเทรดเดอร์นะครับ)
      • mangmaoclub.com
      • C-way Channel
      • A-academy.net ไว้เข้าใจภาพรวมของการลงทุน เเละตราสารการเงิน  รวมถึงการวางเเผนภาพใหญ่ของชีวิต
    • หลังจาก 3 เวบด้านบนเเล้ว ให้ลองไปหา คอร์สการเทรดราคาประหยัดจาก U-demy ซึ่งจะมีคอร์สให้ศึกษามากมายเลย เริ่มตั้งเเต่ราคา 350 บาท ไปจนถึง หลักพันกว่าบาท เเต่สว่นใหญ่ราคาจะเป็นหลักร้อยบาท
  • หรืออีกที่ที่ผมชอบเเนะนำคือ www.learntotradethemarket.com เพื่อนผมเเนะนำมานานเเล้ว ผมก็ศึกษาคอร์สของเขาอยู่เมื่อนานมาเเล้ว  พบว่าเเนวทางน่าสนใจมากๆ ตอนนั้นผมทราบว่าเขาเก่ง เเต่ยังไม่ทราบว่า Level ไหน  ผ่านไปไม่นานมานี้ เขาเพิ่งชนะการเเข่งขันการเทรดค่าเงิน ได้รางวัลไป 1ล้าน US …   ซึ่งเป็นหลักฐานว่าเขาเก่งจริงๆ ครับ รูปแบบการเข้าออก + การคุม MM ของเขา เรียบง่ายเเต่ทรงพลังมาก
  • ดังนั้นถ้าเราศึกษามาเยอะ เราจะสามารถเเยกเเยะวิชา ได้มากขึ้นเยอะเลยครับ  ดังนั้นจง ศึกษา ศึกษา อย่างต่อเนื่องครับ

-อย่าลืมไปดู “มังกรหยก” กันนะครับ 

……………………………………………………………………………………………………………………………………………

ตอนที่ 2:โฟกัส

-บนเส้นทางของเทรดเดอร์มือใหม่ นั้นจะดูค่อนข้างลำบาก ในช่วงเเรกๆนั้นจะมีช่วงเวลาที่เราจะหากำไรไม่เจอ คือเทรดไปก็มีเเต่จะขาดทุนมากกว่ากำไรเสมอๆ จนเกิดอาการที่เรียกว่า “ตามหา ….เนสซีสัตว์ประหลาดแห่งทะเลสาบล็อกเนสส์” คือเริ่มไม่เเน่ใจว่า กำไรมันมีอยู่จริงไหม? อะไรคือเรื่องจริง อะไรคือเรื่องโกหก ?

มันจะเกิดคำถามขึ้นมากมาย ในใจเรา

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าวิธีการที่เราใช้มันถูก มันใช้ได้จริงไหม ?

ถ้าเราเทรดต่อไปมันจะหมดพอร์ตหรือไม่?

เปลี่ยนวิธีการเทรดดีไหม ?

รึว่าจะไปหาหนังสืออ่านเพิ่มดี ?

ทำไมเพื่อนเรากำไร ในsocial ก็โชว์กำไรกันเยอะเเยะ เเต่เราขาดทุนวะ ?

ลงคอร์สสัมนาเพิ่มดีไหม ?

ศึกษาเพิ่มจากไหนตรงไหนดี ?

คือความคิดของเรามันจะฟุ้งซ่านไปหมด เเบบคนที่สับสน ขาดที่พึ่ง เหมือนไร้ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ดูเคว้งคว้างไปหมด

ไม่ต้องตกใจไปครับ
ผมก็เคยเป็นครับ ผมเคยอยู่ในช่วงเวลาเเบบนี้มาราวๆ 2-3 ปีเลย ก่อนที่จะมาเริ่มงานสาย Proprietary Trader ซะอีก

มันจะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ว่าเราจะล้มเลิกหรือไปต่อ เงินเราก็ค่อยๆหมดลงไปเรื่อยๆ เวลาเราก็ทุ่มเทไปเรื่อยๆ เเต่เหมือนจะยังไม่เห็นอะไรงอกขึ้นมา

เหมือนเรากำลังพรวนดิน หว่านเมล็ด ใส่ปุ๋ย อย่างดีเเล้ว ……เเต่ต้นไม้ก็ยังไม่ยอมงอกออกมาจากดินเสียที จนเราเริ่มคิดว่า รึเมล็ดพันธุ์ที่เราเอามาปลูกมันหมดอายุ รึป่าววะ?

ตรงนี้มันจะเหมือนช่วงเวลาหุบเขาเเห่งความตาย (Dead Valley) ที่จะกัดกร่อนเเละกลืนกลิน เทรดเดอร์ใหม่ จำนวนมากให้ยอมเเพ้ เเละหายไปจากสนามเทรดครับ ดังนั้นเราต้องสู้เเละดิ้นรนทุกหนทางเพื่อผ่านมันมาให้ได้ กำลังใจสำคัญที่สุดครับ ขอให้เราอย่ายอมแพ้ โฟกัส เเละมุ่งหน้าต่อไป เเล้วเราจะเริ่มเห็นทางสว่าง

มันคล้ายๆกับการที่เราฝึกฝนขี่จักรยานครับ เราจะล้มลุกคุลกคลาน เจ็บเเละถลอก ไม่ว่าจะมีคนสอน คนบอก คนอยู่ข้างๆ ก็ไม่ช่วยให้เราขี่เป็น คนที่จะทำให้ขี่เป็นมีเเค่คนเดียวเท่านั้นครับ “ตัวเราเอง ” ให้เราคิดเเบบนี้ครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่ขาดที่ยึดเหนี่ยวจิตใจหรือไปต่อไม่ถูก ผมเเนะนำ learntotradethemarket.com ให้เป็นที่สำหรับใช้ในการเริ่มต้นนะครับ จงใช้เวลาที่นี้ซัก 3-4 เดือน ค่อยๆอ่าน ฝึกฝน ทำความเข้าใจ เเล้วเอาไปต่อยอดครับ มันจะทุ่นเวลาเพื่อนๆได้ เเละ เหมือนมี guide line จะได้ไม่รู้สึกเคว้งคว้าง
เเละเมื่อเราผ่านจุดนี้ไปได้ อีก 10 ปีเมื่อเรามองย้อนกลับมา เราจะพบว่า มันเป็นเรื่องสนุก เเละน่าจดจำ เป็นสเน่ห์เเละสีสันของโลกเเห่งการเทรดเลยครับ เราจะภูมิใจในตัวเองลึกๆ ว่า โห เรานี้ เจ๋งหวะ ผ่านช่วงเวลาเเบบนั้นมาได้อย่างไร 555

……………………………………………………………………………………………………………..

ตอนที่ 3 :อาวุธเเห่งเทรดเดอร์

(จินตนาการถึง ฉากในหนังจีนด้วยนะครับ 555 )

ชื่อบทความนี่ผมตั้งให้มันดูเท่ๆอะครับ จริงๆเเล้วอาวุธในที่นี้ผมหมายถึงวิธีการหรือเครื่องมือในการเข้าตลาดนั่นเอง .

โดยบทความนี้มันมีที่มาจากคำถามที่มักจะหลังค์ไมค์เข้ามา เกี่ยวกับเรื่องของการใช้เครื่องมือต่างๆในการเทรด ว่าจะใช้อย่างไร??? ใช้กี่ตัวดี??? ฝึกฝนกันอย่างไรดี???

Question : เราจำเป็นที่จะต้องรู้เยอะๆ เพื่อที่จะทำให้เราเป็นเทรดเดอร์ที่เก่งรอบด้านรึป่าวครับ ???
Ans : ไม่จำเป็นครับ เราเเค่เชี่ยวชาญในเรื่องที่ทำให้สามารถทำกำไรได้เเละเหมาะกับเราก็พอเเล้วครับ

Question : เห็นเทรดเดอร์บางคน ใช้เครื่องมือเยอะเเยะในการที่จะเทรดเเต่ละครั้ง ทำให้ผมคิดว่าในการเทรดเเต่ละครั้งต้องรอ confirm จากหลายๆเครื่องมือรึป่าว พี่คิดว่ายังไงครับ?
Ans : ผมจะไม่ไปตัดสินว่าเขาเทรดเก่งไม่เก่งครับ เเต่เท่าที่พี่ทราบมา เทรดเดอร์อาชีพส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือในการเทรดน้อยมากครับ เขาเชี่ยวชาญการใช้งานเครื่องมืออยู่เพียงไม่กี่ตัวเอง

–ผมอยากเปรียบ เครื่องมือหรือวิธีการในการเข้าออกตลาด = อาวุธ ของเทรดเดอร์

ลองจินตนาการตามผมนะครับ ถ้ามีเราเป็นนักรบ เเล้วเราเเบกเครื่องมือที่เราใช้เป็นทุกชนิดลงไปในสนามรบ ทั้ง มีดสั้น ดาบ ขวาน หอก ธนู โล่ ชุดเกราะ ….. มันคงจะเป็นภาระอย่างมาก เเละคงจะถูกข้าศึกฝั่งตรงข้ามเเทงตาย ภายใน 10 วินาทีเเรกที่เข้าสนามรบอย่างเเน่นอน

-มันเหมือนเวลาที่ผมเห็นหน้าจอของนักลงทุนบางท่าน ที่ทั้งหน้าจอเต็มไปด้วย indicator …ทั้ง EMA/ MACD /RSI /ADX/ Volume / Parabolic / Sto/ Bollinger Band /เขียวเเดง/ ichimoku (ผมชอบเรียกน้ำผลไม้ โมกุโมกุ) …จัดกันมาให้เต็มที่ กลัวคนจะหาว่าเราเรียนมาเเล้วไม่ได้ใช้ กลัวจะมีคนหาว่าเราไม่เก่ง รู้ไม่เยอะ จนเเทบจะไม่เห็นราคาอยู่เเล้ว .. คือเเบบนี้ ผมว่ามันไม่ได้ต่างอะไรกับ นักรบที่ขนอาวุธทุกชนิดเข้าสู่สนามรบด้านบนเลยครับ รับรอง…. งง ก่อนจะทำการเข้า-ออกตลาดด้วยซ้ำ

-ขั้นตอนเเรกคือ เราต้องไปหาเครื่องมือ เเละหนทาง ที่เหมาะกับ…. นิสัยของตัวเราให้ได้ซะก่อน

มีน้องสองคนที่ผมรู้จัก…. เขาลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐาน โดยไม่สนใจเรื่องกราฟเลย โดยมองว่าเรื่องของราคาออกจะไร้สาระด้วยซ้ำ เขาดูเเต่พื้นฐานกิจการ เเละงบการเงินเป็นหลัก เขาศึกษาอย่างหนัก เเล้วใช้วิธีการของเขา จนวันนี้พอร์ตเขาโตขึ้นจากวันเเรกๆ คนเเรกราวๆ 50 เท่า อีกคน ราวๆ 100 เท่า ภายในระยะเวลาราวๆ 6 ปีที่ผ่านมา

น้องเทรดเดอร์คนนึงที่ผมรู้จัก … มาด้วยกราฟเปล่าๆ พร้อมกับ Fibo ในการเทรด เขาไม่สนใจพื้นฐานกิจการ มองว่าเรื่องราคาสิของจริง ส่วนเรื่องพื้นฐานนั้นสามารถปรับเเต่งกันได้ ผมก็เห็นเขาสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง เเทบจะไม่ขาดทุนเลบ โดยที่ใช้กราฟเปล่า + Fibo เท่านั้น

พี่คนนึงที่ผมรู้จักก็ศึกษาเเต่เรื่องระบบเทรด ทดสอบๆ เเล้วออกเเบบเป็นระบบเทรดของตัวเองขึ้นมา เขาก็สามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ระบบของเขาเเสดงผลเเค่เขียว= ซื้อ เเดง = ขาย เท่านั้นเอง

พี่อีกคนที่ใช้การขีดเเนวรับ เเนวต้าน เเละดูเเรงจากเเท่งเทียน .. สามารถที่จะทำกำไรได้จากทั้ง ตลาดทอง น้ำมัน เเละ TFEX โดยที่สามารถทำกำไรได้สม่ำเสมอโดยไม่ต้องทำงานประจำเเล้ว เขาออกมาเป็น Full Time Trader เทรดเเละเลี้ยงชีพจากการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดเเต่เพียงอย่างเดียว

………… ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดนี่ ผมต้องการจะสื่อว่า……

1.ภูเขา มันมีทางขึ้นได้หลายทางครับ …. เฉกเช่นกับเรื่องของการประสบความสำเร็จในเรื่องการเทรด เเละการลงทุน เราสามารถใช้วิธีการที่ต่างกันไป เเต่ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน ถ้าวิธีการของเราถูกต้อง เเละเราเชี่ยวชาญ…ท้ายที่สุดเเล้วเราจะประสบความสำเร็จได้เช่นกัน…. ดังนั้นไม่ต้องมานั่งเถียงกันว่าวิธีของใครดีกว่าของใคร ถ้าวิธีการของเราถูก เราจะไปพบกันที่ยอดเขาอย่างเเน่นอน

2.จงเชี่ยวชาญเเค่เรื่องที่จำเป็น …. จากทุกกรณีที่ผมยกตัวอย่างมา จะเห็นว่าเเต่ละเคสที่ประสบความสำเร็จนั้น รู้ลึกรู้จริงในวิธีการของตนเอง ส่งผลให้เขาสามารถประสบความสำเร็จในการลงทุนได้ครับ …. ดังนั้นให้เราเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับตัวเราเเล้วลงลึก

เช่น สมมุติเราอยากจะใช้ EMA ในการเทรด เราต้องเข้าใจมันจริงๆ รู้ว่า ที่มาที่ไปมันมายังไง /ทำไมเราถึงเลือกใช้มัน /มันสามารถใช้เเบบใดได้บ้าง/ Cross ดีไหม / หรือว่าจะใช้เเบบ Pull ฺBack / มันต่างจาก MA ทั่วๆไปอย่างไร / ตลาดมี Trend มันจะทำงานอย่างไร / ตลาด Side way มันจะทำงานอย่างไร/ ใช้กี่เส้นดี / ใช้อะไรเป็นตัวเข้าออกดี ถ้าเราเจอข้อจำกัด / จะใช้ EMA อย่างเดียว หรือใช้คู่กับเเท่งเทียน /…. มันจะมีคำถามมากมายที่เราต้องตั้งเเละหาคำตอบจากมันอะครับ ไม่ใช่สักเเต่ว่า เอามาใส่ในจอ เเล้วพอขาดทุนก็บอกว่าเครื่องมือใช้ไม่ได้ผล.

อาวุธทุกชนิดมันมีคุณค่าในตัวมันเองเเละเป็นกลางครับ เเต่อาวุธจะไร้ค่าทันทีถ้านักรบใช้อาวุธชนิดนั้นไม่เป็น

ดังนั้นไม่ได้อยู่ที่อาวุธ เเต่อยู่ที่คนใช้ต่างหากครับ

…… หวังว่าบทความนี้ จะช่วยย่นระยะเวลาของเพื่อนๆ ให้หันมาโฟกัส เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับตนเองกันมากขึ้นนะครับ …

Leave a Reply