วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1177 ของการเดินทาง
-สำหรับวันนี้ เป็นวันเทรดสุดท้ายของเดือนครับ ในการเทรดเดือนนี้ ผมขาดทุน เเบบ Big loss ไปสองวันด้วยกัน ทำให้เป็นเดือนที่เหนื่อยเลยทีเดียว เเต่ในที่สุดก็สามารถไล่ Cover ขาดทุนกลับ เเล้วได้กำไรมาพอสมควร อาจะเนื่องจากตลาดมีพื้นที่การเเกว่งช่วง 2 อาทิตย์หลัง
-วันนี้ ทิศทางยังคงเป็นการรีบาวน์ต่อเนื่องจากเมื่อวานอีกที เนื่องจากวันนี้พื้นที่การเเกว่งมีให้ครับ จึงสามารถปิด + ได้
วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1176 ของการเดินทาง
สำหรับตลาดวันนี้ ตลาดรีบาวน์ขึ้นเร็วเเรง มีเเรงซื้อกลับไปเเรงเลยทีเดียว เเนวต้านที่ผมคิดว่าไม่น่าผ่านก็มีเเรงซื้อเข้ามาจนผ่านได้ไม่ยากเย็น
- ราคาของ Futures สามารถขึ้นมาปิด Gap ได้สำเร็จ
-สำหรับวันนี้ สามารถปิด + ได้ครับ
-ช่วงเย็นๆ มีประโยคนึงขึ้นมาตาม Status ใน Facebook คือคำว่า " แก่ สปอร์ต ใจดี กทม" ซึ่งทำให้คุณลุงท่านนึง กลายเป็นคนดังไปชั่วข้ามคืน ---> เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าประมาทกระเเส Social Network เชียว"
- ราคาของ Futures สามารถขึ้นมาปิด Gap ได้สำเร็จ
-สำหรับวันนี้ สามารถปิด + ได้ครับ
-ช่วงเย็นๆ มีประโยคนึงขึ้นมาตาม Status ใน Facebook คือคำว่า " แก่ สปอร์ต ใจดี กทม" ซึ่งทำให้คุณลุงท่านนึง กลายเป็นคนดังไปชั่วข้ามคืน ---> เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าประมาทกระเเส Social Network เชียว"
วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1175 ของการเดินทาง
ความลับของการเทรด ข้อนึงที่ผมได้เรียนรู้มาตลอด 3 ปีในเทรดเดอร์อาชีพ คือ ...."รู้จักพอ" ครับ ....เมื่อไหร่รู้จักคำว่าพอ ความเครียดในการเทรดของเราจะลดลงไปมาก เเละมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น ----> นั่นทำให้เราเทรดได้ดี เเละ ได้กำไรอย่างพอเพียงครับ
- สำหรับ การเทรดวันนี้สามารถปิด + ได้ครับ
-เเละภาพรวมของเดือนนี้ โดยรวมเเล้วถือว่าโอเค ครับสามารถแก้วัน Big loss 2 วันได้ กลับมาได้กำไรมากกว่าเดือนที่เเล้ว ครับ
-วิวพระจันทร์จากริมขอบทางด่วน....พอดีรถตู้ที่นั่งมา.มาเสียบนทางด่วนพอดี ...ระหว่างรอรถคันใหม่มาเปลี่ยน อีก40 นาที รอนานกันเลยทีเดียว ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรดีเลยถ่ายภาพวิวมาเป็นที่ระลึก
-ช่วงเย็น เเวะไปออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ครับ วันนี้เน้น Weigh Training เป็นหลัก
- สำหรับ การเทรดวันนี้สามารถปิด + ได้ครับ
-เเละภาพรวมของเดือนนี้ โดยรวมเเล้วถือว่าโอเค ครับสามารถแก้วัน Big loss 2 วันได้ กลับมาได้กำไรมากกว่าเดือนที่เเล้ว ครับ
-วิวพระจันทร์จากริมขอบทางด่วน....พอดีรถตู้ที่นั่งมา.มาเสียบนทางด่วนพอดี ...ระหว่างรอรถคันใหม่มาเปลี่ยน อีก40 นาที รอนานกันเลยทีเดียว ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรดีเลยถ่ายภาพวิวมาเป็นที่ระลึก
-ช่วงเย็น เเวะไปออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ครับ วันนี้เน้น Weigh Training เป็นหลัก
วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1174 ของการเดินทาง
-วันนี้ไปเป็นนักเรียน....ในงานสัมนาเรื่อง money management จัดโดย mangmaoclub.com ร่วมกับ chaloke.com ครับ
- ข้อความน่าสนใจ คือ....เพราะตลาดคือเรื่องราวของความน่ าจะเป็น....ดังนั้น คำว่า"ผมไม่รู้". ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร. จึงสำคัญมากๆ ....ยิ่งพยามหาคำตอบจากตลาดให้ไ ด้มากเท่าไหร่ ยิ่งห่างไกลจากการทำกำไรมากขึ้น เท่านั้น...........
ประเด็นที่น่าสนใจที่อยากจะนำมาเเชร์เพื่อเป็นความรู้เเละไอเดียสำหรับเพื่อนๆนักลงทุน
1.มีตัวอย่างจากระบบเดียวกัน 3 ระบบ คือ A B C เเต่พบว่าเพียงเเค่ใช้ระบบ Money Management ที่ต่างกัน เเล้วผลตอบเเทนต่างกันลิบลับเลยทีเดียว
2.ส่วนใหญ่เเล้ว Indicator นั้นถ้าเราวัดความสามารถเฉพาะจุดเข้า ( วัดเฉพาะจุดเข้า) ส่วนจุดออกใช้ Time stop เอา เพื่อจะดูว่า Indicator ส่วนใหญ่มีความเเมนยำเเค่ไหน พบว่าความเเม่นยำในการเข้านั้นอยู่ที่ราวๆ 45-50% เท่านั้นเอง
3.เราจำเป็นจะต้องเตรียมใจรับการขาดทุน เพราะมันเป็นต้นทุนของระบบ ถ้าเราเตรียมตัวรับการขาดทุนมาเเล้ว เราจะฟุ้งซ่านลดลงเเละมีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้น
4.ในการเข้าสู่ตลาดนั้น ขั้นเเรกที่ต้องคำนึงก่อนเสมอๆ คือเรื่องของการควบคุมความเสี่ยง เหมือนกับเวลาที่เราเห็นนักยูโดฝึกฝนกัน บทเรียนเเรกคือการเรียนรู้เรื่อง ล้มอย่างไร ???
5.ความน่าจะเป็นคือ ความเป็นไปได้ที่ "อาจจะเกิดขึ้น" หรือ " ไม่เกิดขึ้น" .............. ส่วนความผันผวน มันคือ การเปลี่ยนเเปลง ซึ่งมันคือสิ่งจำเป็นสำหรับเทรดเดอร์
6.เล่นในเกมส์ที่เราได้เปรียบ ซึ่งคำว่าเกมส์ที่ได้เปรียบ นั่นหมายถึงเกมส์ที่กำไรคาดหวังเป็นบวก ( ลองไปหาข้อมูลของคำว่ากำไรคาดหวังดูนะครับ สำคัญจริงๆ )
7. Martingale ---> การบริหารหน้าตักเบบที่นักพนันชอบใช้กันในบ่อน
- ถือเป็นการโกงความตายด้วยการพยามฉวยโอกาสจาก Losing Streak
ข้อดี
-อาจทำกำไรในเกมส์ที่ไม่มีความได้เปรียบ หรือ มี Edge ได้
-ถูกครั้งเดียวก็สามารถกลับมาคืนทุนได้
ข้อเสีย
-.ให้การเติบโตเเบบ Linear
- มี Drawdown ที่สูงมาก
- เเบกรับต้นทุนที่สูงจนเกินไป
-เป็นการเดิมพันที่ให้ Pay-off ไม่คุ้มค่าโดยเฉพาะเมื่อเสียติดๆกัน
-ถ้าจะใช้ได้จริงต้องมีเงิน infinity
-สุดท้ายเเล้วก็ต้องตายอยู่ดี ( ถ้าไม่เลิกก่อน)
8.Anit- Martingale
ข้อดี
-สร้าง Geometric Growth เร่งกำไรในระยะยาว
-ปิดประตูเจ๊งลดโอกาสเจอ Risk of ruin
-Sequence หรือลำดับของกำไร-ขาดทุนไม่มีผลต่อผลกำไรปลายทาง
ข้อเสีย
-ไม่สามารถทำกำไรจากเกมที่เสียเปรียบหรือไม่มี Edge ได้
-การชดเชยที่ไม่ยุติธรรมหรือ Asymmetricsl Leverage
- ข้อความน่าสนใจ คือ....เพราะตลาดคือเรื่องราวของความน่
ประเด็นที่น่าสนใจที่อยากจะนำมาเเชร์เพื่อเป็นความรู้เเละไอเดียสำหรับเพื่อนๆนักลงทุน
1.มีตัวอย่างจากระบบเดียวกัน 3 ระบบ คือ A B C เเต่พบว่าเพียงเเค่ใช้ระบบ Money Management ที่ต่างกัน เเล้วผลตอบเเทนต่างกันลิบลับเลยทีเดียว
2.ส่วนใหญ่เเล้ว Indicator นั้นถ้าเราวัดความสามารถเฉพาะจุดเข้า ( วัดเฉพาะจุดเข้า) ส่วนจุดออกใช้ Time stop เอา เพื่อจะดูว่า Indicator ส่วนใหญ่มีความเเมนยำเเค่ไหน พบว่าความเเม่นยำในการเข้านั้นอยู่ที่ราวๆ 45-50% เท่านั้นเอง
3.เราจำเป็นจะต้องเตรียมใจรับการขาดทุน เพราะมันเป็นต้นทุนของระบบ ถ้าเราเตรียมตัวรับการขาดทุนมาเเล้ว เราจะฟุ้งซ่านลดลงเเละมีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้น
4.ในการเข้าสู่ตลาดนั้น ขั้นเเรกที่ต้องคำนึงก่อนเสมอๆ คือเรื่องของการควบคุมความเสี่ยง เหมือนกับเวลาที่เราเห็นนักยูโดฝึกฝนกัน บทเรียนเเรกคือการเรียนรู้เรื่อง ล้มอย่างไร ???
5.ความน่าจะเป็นคือ ความเป็นไปได้ที่ "อาจจะเกิดขึ้น" หรือ " ไม่เกิดขึ้น" .............. ส่วนความผันผวน มันคือ การเปลี่ยนเเปลง ซึ่งมันคือสิ่งจำเป็นสำหรับเทรดเดอร์
6.เล่นในเกมส์ที่เราได้เปรียบ ซึ่งคำว่าเกมส์ที่ได้เปรียบ นั่นหมายถึงเกมส์ที่กำไรคาดหวังเป็นบวก ( ลองไปหาข้อมูลของคำว่ากำไรคาดหวังดูนะครับ สำคัญจริงๆ )
7. Martingale ---> การบริหารหน้าตักเบบที่นักพนันชอบใช้กันในบ่อน
- ถือเป็นการโกงความตายด้วยการพยามฉวยโอกาสจาก Losing Streak
ข้อดี
-อาจทำกำไรในเกมส์ที่ไม่มีความได้เปรียบ หรือ มี Edge ได้
-ถูกครั้งเดียวก็สามารถกลับมาคืนทุนได้
ข้อเสีย
-.ให้การเติบโตเเบบ Linear
- มี Drawdown ที่สูงมาก
- เเบกรับต้นทุนที่สูงจนเกินไป
-เป็นการเดิมพันที่ให้ Pay-off ไม่คุ้มค่าโดยเฉพาะเมื่อเสียติดๆกัน
-ถ้าจะใช้ได้จริงต้องมีเงิน infinity
-สุดท้ายเเล้วก็ต้องตายอยู่ดี ( ถ้าไม่เลิกก่อน)
8.Anit- Martingale
ข้อดี
-สร้าง Geometric Growth เร่งกำไรในระยะยาว
-ปิดประตูเจ๊งลดโอกาสเจอ Risk of ruin
-Sequence หรือลำดับของกำไร-ขาดทุนไม่มีผลต่อผลกำไรปลายทาง
ข้อเสีย
-ไม่สามารถทำกำไรจากเกมที่เสียเปรียบหรือไม่มี Edge ได้
-การชดเชยที่ไม่ยุติธรรมหรือ Asymmetricsl Leverage
วันที่ 1173 ของการเดินทาง
ขออัพเดทย้อนหลังของวันเสาร์นะครับ .......... สำหรับวันเสาร์นั้นช่วงเช้าเเวะไปออกกำลังกาย @ Fitness
- จากนั้น เเวะไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ เเถวๆ ซอยกรุงเทพกรีฑา ซึ่งใช้เวลานานเลยทีเดียว ......... พบว่าญาติผมสนใจเรื่องการลงทุน ด้วยเลยคุยกันสนุกเลยทีเดียว อย่างที่บอก ถ้าคุบเรื่องการลงทุนเเล้ว ผมจะคุยได้นาน น้ำไหลไฟดับ เเละลืมเวลาครับ
- จากนั้นกลับถึงบ้าน นั่งไล่หา Clip ย้อนหลังของ The voice มาดู ... สำหรับวันเสาร์นั้นผมไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเทรดมากนัก
- จากนั้น เเวะไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ เเถวๆ ซอยกรุงเทพกรีฑา ซึ่งใช้เวลานานเลยทีเดียว ......... พบว่าญาติผมสนใจเรื่องการลงทุน ด้วยเลยคุยกันสนุกเลยทีเดียว อย่างที่บอก ถ้าคุบเรื่องการลงทุนเเล้ว ผมจะคุยได้นาน น้ำไหลไฟดับ เเละลืมเวลาครับ
- จากนั้นกลับถึงบ้าน นั่งไล่หา Clip ย้อนหลังของ The voice มาดู ... สำหรับวันเสาร์นั้นผมไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเทรดมากนัก
วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1172 ของการเดินทาง
-ช่วงเช้านั้น ราคาของ S50Futures เปิดกระโดดลงมา เนื่องมาจากทั้งDow Jones เเละ Hanagseng ล้วนพากันลบ
- จากนั้นมีเเรงขายเข้ามาค่อนข้างชัดเจน โดยราคาสามารถทะลุเเนวรับสำคัญ @ 870 มาได้ ซึ่งเเนวรับตรงบริเวณนี้นั้น เเข็งเเกร่งมาก จากนั้นราคาก็ไหลงมาเรื่อยๆ
-มีเเรงรับเข้ามาบริเวณ 863 เเล้วราคาก็รีบาวน์กลับขึ้นมาได้พอสมควร เเต่ก็ยังเป็นเเนวโน้มขาลงอยู่ครับ
-วันนี้สามารถปิด + ได้
- จากนั้นมีเเรงขายเข้ามาค่อนข้างชัดเจน โดยราคาสามารถทะลุเเนวรับสำคัญ @ 870 มาได้ ซึ่งเเนวรับตรงบริเวณนี้นั้น เเข็งเเกร่งมาก จากนั้นราคาก็ไหลงมาเรื่อยๆ
-มีเเรงรับเข้ามาบริเวณ 863 เเล้วราคาก็รีบาวน์กลับขึ้นมาได้พอสมควร เเต่ก็ยังเป็นเเนวโน้มขาลงอยู่ครับ
-วันนี้สามารถปิด + ได้
วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1173 ของการเดินทาง
-สำหรับการเทรดวันนี้ นั้นช่วงเช้าเป็นไปตามคาดเลย คือราคาลงมาทดสอบเเนวรับสำคัญเเถวๆ 870 ซึ่งเป็นเเนวรับที่เเข็งเเกร่งมากๆ ถ้าลองดูจากภาพ จะเห็นว่าหลังจากที่ราคาหลุดเส้นขาวๆ สองเส้นก็วิ่งลงไปทดสอบเเนวรับเเบบเร็วเเละเเรงเลยทันที
- ซึ่งในหัวผมนั้นเห็นภาพว่า ราคาจะรีบาวน์เล็กน้อย เเล้วลงไปทดสอบอีกรอบ เเต่มันไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ครับ
-ราคาค่อยๆ ไต่ระดับอย่างช้าๆ เเล้วรีบาวน์ขึ้นไปปิด + ได้ ซึ่งเกินความคาดหมายจริงๆ
- วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ
- ช่วงเย็นๆ เเวะไปงาน Prop Trader Networking @ โรงเเรมเอราวัณครับ ซึ่งงานนี้เหล่า เทรดเดรอ์ทั้งหลายจะมารวมตัว ทานมื้อเย็นกัน เเละเข้าร่วมสัมนา - วันนี้ Prop Trader จาก บล.ผมไปกัน 4 คน ----> ยืนหาอะไรทาน จากนั้นก็กลับก่อน ไม่ได้เข้าฟังสัมนา ตามสไตล์ Day Trader โกย เเล้วหนี( พูดเล่นนะครับ 555)
-จากนั้น ผมเเวะไปนวด อโรม่าผ่อนคลาย @ HealthLand เอกมัยครับ ช่วงนี้ปวดหลังจริงๆ
วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1172 ของการเดินทาง
สำหรับตลาดวันนี้ นั้นถือว่าเทรดง่ายกว่าวันอื่นๆ เพราะมีทั้งพื้นที่การเเกว่ง เเละปริมาณที่เพียงพอให้สามารถเข้าออกได้ ---> วันนี้เเรงขายเข้ามาค่อนข้างชัดเจนทีเดียว
- ช่วงเช้านั้น Futures เปิดสูง เเล้วก็ยังไม่ลง ค้างอยู่นานทีเดียว ก็ที่จะปรับตัวลงมา
-วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ
-คืนนี้ ราคาน้ำมันลงมาเเรงมาก ต้องดูว่าจะมีผลต่อกลุ่พลังงานพรุ่งนี้อย่างไรบ้าง
-ช่วงนี้ฝนตกทุกเย็นเลยครับ
- ช่วงเช้านั้น Futures เปิดสูง เเล้วก็ยังไม่ลง ค้างอยู่นานทีเดียว ก็ที่จะปรับตัวลงมา
-วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ
-คืนนี้ ราคาน้ำมันลงมาเเรงมาก ต้องดูว่าจะมีผลต่อกลุ่พลังงานพรุ่งนี้อย่างไรบ้าง
-ช่วงนี้ฝนตกทุกเย็นเลยครับ
วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1171 ของการเดินทาง
ช่วงเช้าเเวะไปออกกำลังกาย @ ฟิตเนส ราวๆ 9-10 โมง
-จากนั้นเเวะไปดูหรังเรื่องนี้ครับ Lawless
-เนื้อเรื่องทำได้ดี ฉากก็ดู Classic โดยรวมๆเเล้วผมว่าลงตัวหมดเลย ผมให้ 8.5/10 นะครับสำหรับหนังเรื่องนี้
-จากนั้นช่วงบ่ายๆ ผมออกไปเดินงานสัปดาห์หนังสือเเห่งชาติ @ ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิตติ์
-จากนั้นเเวะไปดูหรังเรื่องนี้ครับ Lawless
-เนื้อเรื่องทำได้ดี ฉากก็ดู Classic โดยรวมๆเเล้วผมว่าลงตัวหมดเลย ผมให้ 8.5/10 นะครับสำหรับหนังเรื่องนี้
-จากนั้นช่วงบ่ายๆ ผมออกไปเดินงานสัปดาห์หนังสือเเห่งชาติ @ ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิตติ์
วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1170 ของการเดินทาง
ขออัพเดทย้อนหลังของวันจันทร์นะครับ
- สำหรับวันจันทร์ ผมเทรดโดยใช้ Size ไม่ใหญ่ เน้นการเข้าออก ถี่ๆ หน่อย
-ราคานั้นเปิดต่ำเเล้วลงอีกเล็กน้อยจากนั้น Rebound จากลบกลับมาสู่เขียวได้ ซึ่งถือว่า สุดยอดจริงๆสำหรับตลาดไทย ที่ลงค่อนข้างยากเนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่ยัง Bullish กันอยู่
-วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ
-เลิกงาน ผมเเวะไปทานราเมนมะเขือเทศ @ Tomato Reman ที่ Gateway
-จากนั้น เเวะไป นวดผ่อนคลาย @ HealtLand เอกมัย เนื่องจากผมรู้สึกปวดหลังเเละเอวมากทีเดียว
- สำหรับวันจันทร์ ผมเทรดโดยใช้ Size ไม่ใหญ่ เน้นการเข้าออก ถี่ๆ หน่อย
-ราคานั้นเปิดต่ำเเล้วลงอีกเล็กน้อยจากนั้น Rebound จากลบกลับมาสู่เขียวได้ ซึ่งถือว่า สุดยอดจริงๆสำหรับตลาดไทย ที่ลงค่อนข้างยากเนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่ยัง Bullish กันอยู่
-วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ
-เลิกงาน ผมเเวะไปทานราเมนมะเขือเทศ @ Tomato Reman ที่ Gateway
-จากนั้น เเวะไป นวดผ่อนคลาย @ HealtLand เอกมัย เนื่องจากผมรู้สึกปวดหลังเเละเอวมากทีเดียว
วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1169 ของการเดินทาง
-วันนี้ผมเเวะเข้าไปร่วมสัมนา Proppety Millionair ---> จัดที่โรงเเรมรอยัล เบญจาครับ เริ่ม9.00-18.00 สาเหตุที่ผมสนใจเข้าร่วมสัมนนี้เนื่องจาก
1.เคยได้ยินมาว่า การลงทุนในอสังหา นั้นมี Leverage ที่สูง อาจจะสูงถึง 10 เท่าเลยก็ได้ ถ้าเรารู้จักวิธีการกู้เงินธนาคาร
2.เพื่อนให้ความสนใจ ก็เลยอยากจะลองมาเรียนรู้ดีบ้าง ว่ามีความเเตกต่างจากพวก Paper asset มากเเค่ไหน
-วันนี้ได้ความรู้ทีน่าสนใจเยอะมากทีเดียว ตามประเด็นดังต่อไปนี้นะครับ
1. Leverage สูงจริงๆ ---> เนื่องจากเราวางเงินของตัวเองน้อยมาก ส่วนใหญนั้นใช้ การกู้เงินจากธนาคารมาช่วยการการสร้างสินทรัพย์
2.ทบทวนคำว่า "Passive Income" กันอีกที
3.รู้จักเเหล่งในการหาซื้ออสังหาริมทรัพย์
4.การใช้ประโยชน์จากเครดิตการ์ดในการที่จะทำให้เรามีเครดิตที่ดี เเละสามารถเพิ่มปริมาณการกู้เงินจากธนาคารมาใช้ได้เพิ่มขึ้น
5.เเม้ว่าการ Growth ของอสังหา จะมีไม่มากนัก (ราวๆ 5-10%ต่อปี ) เเต่ที่น่าสนใจ คือตัวที่คูณเข้าไป หรือที่เราเรียกว่า Leverage นั่นเอง
6.การเลือกอสังหาริมทรัพย์ ว่าควรอยู่ิทศไหน หลีกเลี่ยงอะไรบ้าง
คืนนี้ ผมตั้งใจจะนอนเร็วหน่อย เพราะรู้สึกเหนื่อยล้าจริงๆ ครับ
1.เคยได้ยินมาว่า การลงทุนในอสังหา นั้นมี Leverage ที่สูง อาจจะสูงถึง 10 เท่าเลยก็ได้ ถ้าเรารู้จักวิธีการกู้เงินธนาคาร
2.เพื่อนให้ความสนใจ ก็เลยอยากจะลองมาเรียนรู้ดีบ้าง ว่ามีความเเตกต่างจากพวก Paper asset มากเเค่ไหน
-วันนี้ได้ความรู้ทีน่าสนใจเยอะมากทีเดียว ตามประเด็นดังต่อไปนี้นะครับ
1. Leverage สูงจริงๆ ---> เนื่องจากเราวางเงินของตัวเองน้อยมาก ส่วนใหญนั้นใช้ การกู้เงินจากธนาคารมาช่วยการการสร้างสินทรัพย์
2.ทบทวนคำว่า "Passive Income" กันอีกที
3.รู้จักเเหล่งในการหาซื้ออสังหาริมทรัพย์
4.การใช้ประโยชน์จากเครดิตการ์ดในการที่จะทำให้เรามีเครดิตที่ดี เเละสามารถเพิ่มปริมาณการกู้เงินจากธนาคารมาใช้ได้เพิ่มขึ้น
5.เเม้ว่าการ Growth ของอสังหา จะมีไม่มากนัก (ราวๆ 5-10%ต่อปี ) เเต่ที่น่าสนใจ คือตัวที่คูณเข้าไป หรือที่เราเรียกว่า Leverage นั่นเอง
6.การเลือกอสังหาริมทรัพย์ ว่าควรอยู่ิทศไหน หลีกเลี่ยงอะไรบ้าง
คืนนี้ ผมตั้งใจจะนอนเร็วหน่อย เพราะรู้สึกเหนื่อยล้าจริงๆ ครับ
วันที่ 1168 ของการเดินทาง
- วันเสาร์ ช่วงเช้านั้นผมตื่นเเวะไปออกกำลังกาย @ Fitness First เดอะมอลล์บางกะปิ
- จากนั้นช่วงบ่ายๆ เข้าร่วมสัมนา ที่ทาง SRDC จัดขึ้น โดยมี คุณ Orange Roshan ซึ่งเป็นSpeaker จากบรูไนมา วิเคราะห์ภาพรวมเกี่ยวกับโลหะมีค่าทั้งในส่วยของเงิน เเละทางคำให้ฟัง
โดยประเด็นที่น่าสนใจ มีดังนี้
1. มูลค่าของทองคำนั้นจริงๆเเล้วมัน Constant คือคงอยู่กับที่ เเต่ที่เรารู้สึกว่าทองคำมีราคาเเพงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจาก มันเทียบกับ US Dollar ซึ่งเป็น Paper Money ซึ่งนับวันมีเเต่จะเสื่อมค่าลงทุกๆวัน ----> ทำให้ราคาทองคำค่อยๆขยับจาก 37$ มาจนปัจจุบันที่เกือบทจะ 2,000$
2.คุณโรชานมองว่า Dollar Collaspe เเน่ๆ --> คือจะหมดมูลค่า เเละมีเเนวโน้มว่า โลกจะกลับมาสู่มาตรฐานทองคำอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น สิ่งที่เราควรเก็บไว้เพื่อรักษาความมั่งคั่งของเราจริงๆ คือ ที่ดิน / โลหะมีค่า / Coomodities ( พวกพืชผลการเกษตรต่างๆ)
3.ระบบธนาคารปัจจุบันที่ทั่วโลกใช้กันนั้น สมมุติว่า A เอาเงินไปฝากธนาคาร 1000 บาท ธนาคารจะเก้บเงินไว้จริงๆ 100 บาท อีก 900 บาทจะเอาไปปล่อยกู้ ---> นั้นหมายความว่า ถ้าเกิด Dollar Collaspe เเละคนแห่ไปถอนเงินพร้อมกัน ธนาคารจะไม่สามารถเอาเงินมาคืนเราได้ ตรงนี้คือจุดที่น่ากลัวซึ่งเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะเกิดเมื่อไหร่
4.ตลาดทองคำนั้น มีBig Player ที่คอยควบคุมทิศทางตลาดอยู่ ซึ่งคล้ายๆเเนวคิดในหนังสือเศรษฐศาสตร์เเห่งความจริง ที่เขียนโดย คุณพิชัย จาวลา
-ซึ่งทำให้ผมคิดได้ทันที ว่าในยามที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจกับระบบเงินโลก ประเทศที่จะรอดคือประเทศที่ต้องสามารถผลิตอาหารได้เองเเละอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงระบบการเงินโลกมากนัก .......
ซึ่งวิธีการที่จะช่วยให้เราสามารถ อยู่รอดอย่างเเท้จริงนั่นคือ ระบบเศรษฐกิจเเบบพอเพียง..ที่ในหลวงทรงเน้นย้ำอยู่เสมอนั่นเอง
- จากนั้นช่วงบ่ายๆ เข้าร่วมสัมนา ที่ทาง SRDC จัดขึ้น โดยมี คุณ Orange Roshan ซึ่งเป็นSpeaker จากบรูไนมา วิเคราะห์ภาพรวมเกี่ยวกับโลหะมีค่าทั้งในส่วยของเงิน เเละทางคำให้ฟัง
โดยประเด็นที่น่าสนใจ มีดังนี้
1. มูลค่าของทองคำนั้นจริงๆเเล้วมัน Constant คือคงอยู่กับที่ เเต่ที่เรารู้สึกว่าทองคำมีราคาเเพงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจาก มันเทียบกับ US Dollar ซึ่งเป็น Paper Money ซึ่งนับวันมีเเต่จะเสื่อมค่าลงทุกๆวัน ----> ทำให้ราคาทองคำค่อยๆขยับจาก 37$ มาจนปัจจุบันที่เกือบทจะ 2,000$
2.คุณโรชานมองว่า Dollar Collaspe เเน่ๆ --> คือจะหมดมูลค่า เเละมีเเนวโน้มว่า โลกจะกลับมาสู่มาตรฐานทองคำอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น สิ่งที่เราควรเก็บไว้เพื่อรักษาความมั่งคั่งของเราจริงๆ คือ ที่ดิน / โลหะมีค่า / Coomodities ( พวกพืชผลการเกษตรต่างๆ)
3.ระบบธนาคารปัจจุบันที่ทั่วโลกใช้กันนั้น สมมุติว่า A เอาเงินไปฝากธนาคาร 1000 บาท ธนาคารจะเก้บเงินไว้จริงๆ 100 บาท อีก 900 บาทจะเอาไปปล่อยกู้ ---> นั้นหมายความว่า ถ้าเกิด Dollar Collaspe เเละคนแห่ไปถอนเงินพร้อมกัน ธนาคารจะไม่สามารถเอาเงินมาคืนเราได้ ตรงนี้คือจุดที่น่ากลัวซึ่งเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะเกิดเมื่อไหร่
4.ตลาดทองคำนั้น มีBig Player ที่คอยควบคุมทิศทางตลาดอยู่ ซึ่งคล้ายๆเเนวคิดในหนังสือเศรษฐศาสตร์เเห่งความจริง ที่เขียนโดย คุณพิชัย จาวลา
-ซึ่งทำให้ผมคิดได้ทันที ว่าในยามที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจกับระบบเงินโลก ประเทศที่จะรอดคือประเทศที่ต้องสามารถผลิตอาหารได้เองเเละอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงระบบการเงินโลกมากนัก .......
ซึ่งวิธีการที่จะช่วยให้เราสามารถ อยู่รอดอย่างเเท้จริงนั่นคือ ระบบเศรษฐกิจเเบบพอเพียง..ที่ในหลวงทรงเน้นย้ำอยู่เสมอนั่นเอง
วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1167 ของการเดินทาง
วันนี้ เป็นวันที่มีประชุมกับผู้บริหารตอนเที่ยง ช่วงเช้าเล่ยเทรดเเบบรัดกุมมากๆ มีไม้ + เเละ - สลับเกินไป ไม่เข้าไปเทรดในจังหวะที่เสี่ยงเลย
- ช่วงเช้าถือว่าเจ๊าอยู่ครับ คือจะว่า -ติ๊ดนึงก็ได้ เพราะ ขาดทุนอยู่หลักร้อย เเต่ถ้ารวม Rebate กลับจากบริษัทเเล้วก็เป็น +
- ช่วงบ่าย เพื่อนๆในเเผนก 4 คนรวมผมด้วยจากทั้งห้องเทรดที่มีอยู่ 6 คน ตัดสินใจลางานช่วงบ่าย เเล้วออกเดินทางไป ลำลูกกา ปทุมธานี เพื่อไปพบปะอาจารย์ท่านนึง ซึ่งจะช่วยชี้เเนะเเนวทางเรื่องของ กฏเเห่งกรรมให้ฟัง จริงๆตอนนี้ผมรู้ว่าเหตุผลจริงๆ คือเทรดเดอร์รู้สึกเหนื่อยล้ากับตลาด เเละต้องการการพักผ่อนครับ หลังจาก Present ผลงานการเทรดให้ผู้บริหารฟังเเล้ว รู้สึกโล่ง เลยอยากพักกัน
- พวกเราไปรออาจารย์ @ โรงเเรม N-Siri ----> รออยู่ราวๆ 2 ชั่วโมง
- มีคนรออยู่ค่อนข้างเยอะทีเดียว
-พออาจารย์มา อาจารย์ก็พูดเรื่องทั่วๆไป เเละถามเเต่ละคนว่า "เชื่อเรื่องกฏเเห่งกรรมไหม??"
-จากนั้นไม่นาน พวกเราก็เดินทางกลับ เเละเเวะทานข้าวมื้อเย็น @ ร้าน Viva Cafe" CDC เลียบทางด่วนเอกมัย รามอินทรา ครับ
-คืนนี้เหนื่อยมากๆ ต้องการการพักผ่อนจริงๆ
- ช่วงเช้าถือว่าเจ๊าอยู่ครับ คือจะว่า -ติ๊ดนึงก็ได้ เพราะ ขาดทุนอยู่หลักร้อย เเต่ถ้ารวม Rebate กลับจากบริษัทเเล้วก็เป็น +
- ช่วงบ่าย เพื่อนๆในเเผนก 4 คนรวมผมด้วยจากทั้งห้องเทรดที่มีอยู่ 6 คน ตัดสินใจลางานช่วงบ่าย เเล้วออกเดินทางไป ลำลูกกา ปทุมธานี เพื่อไปพบปะอาจารย์ท่านนึง ซึ่งจะช่วยชี้เเนะเเนวทางเรื่องของ กฏเเห่งกรรมให้ฟัง จริงๆตอนนี้ผมรู้ว่าเหตุผลจริงๆ คือเทรดเดอร์รู้สึกเหนื่อยล้ากับตลาด เเละต้องการการพักผ่อนครับ หลังจาก Present ผลงานการเทรดให้ผู้บริหารฟังเเล้ว รู้สึกโล่ง เลยอยากพักกัน
- พวกเราไปรออาจารย์ @ โรงเเรม N-Siri ----> รออยู่ราวๆ 2 ชั่วโมง
- มีคนรออยู่ค่อนข้างเยอะทีเดียว
-พออาจารย์มา อาจารย์ก็พูดเรื่องทั่วๆไป เเละถามเเต่ละคนว่า "เชื่อเรื่องกฏเเห่งกรรมไหม??"
-จากนั้นไม่นาน พวกเราก็เดินทางกลับ เเละเเวะทานข้าวมื้อเย็น @ ร้าน Viva Cafe" CDC เลียบทางด่วนเอกมัย รามอินทรา ครับ
-คืนนี้เหนื่อยมากๆ ต้องการการพักผ่อนจริงๆ
วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1166 ของการเดินทาง
-ตอนนี้กราฟกำไรสะสมของผมเริ่ม Recover กลับมาได้เเล้วครับ หลังจากที่เจอ Big loss ไป 2 ก้อน โดยก้อนเเรกนั้นถือว่าใหญ่มากๆ ที่สุดตั้งเเต่ทำงานมา ซึ่งเกิดจากการคุมอารมณ์ไม่ได้ของตัวเองในการเทรด ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะประสบการณ์ในสายเทรดเดอร์อาชีพก็ปา ไป 3 ปีกว่าเเล้ว ..... เเต่อย่างที่ผมบอกครับ ในโลกของการลงทุนนั้น ทุกอย่างเป็นไปได้หมด
- เเม้ว่าจะต้องใช้เวลาหลายวันทีเดียวกว่าจะ cover Big loss ทั้ง 2 ก้อนกลับมาได้ เเต่ระหว่างทางได้เรียนรู้อะไรเยอะทีเดียวครับ โดยเฉพาะรูปแบบการเทรดเเบบรัดกุมมากๆ ซึ่งผมไม่ได้เล่นเเบบนี้มานานเเล้ว
-ตอนนี้ความเครียด + กดดันหายไปเเล้ว ----> รู้สึกผ่อนคล้ายมากขึ้น สำหรับวันนี้สามารถปิด + ได้ครับ
- เเม้ว่าจะต้องใช้เวลาหลายวันทีเดียวกว่าจะ cover Big loss ทั้ง 2 ก้อนกลับมาได้ เเต่ระหว่างทางได้เรียนรู้อะไรเยอะทีเดียวครับ โดยเฉพาะรูปแบบการเทรดเเบบรัดกุมมากๆ ซึ่งผมไม่ได้เล่นเเบบนี้มานานเเล้ว
-ตอนนี้ความเครียด + กดดันหายไปเเล้ว ----> รู้สึกผ่อนคล้ายมากขึ้น สำหรับวันนี้สามารถปิด + ได้ครับ
วันที่ 1165 ของการเดินทาง
S50Futures : เกมส์เปลี่ยนไวมากครับ เมื่อวานนี้ จากที่ผมมองทางลง ----> ซึ่งตลาดเฉลยให้ผมทราบเเล้วทันที ว่า"ผิดครับ" ราคาไม่ยอมทำ Low เเถมเด้งเเรงมาก จนใครที่เล่นขา Short ต้องคัทลอสทิ้งไปเเถวๆ 883
-เเนวต้านต่างๆที่ผมขีดไว้ ราคาก็สามารถทะลุได้หมดเลย
-เพื่อนๆนักลงทุนที่เทรด อย่าลืมตั้งจุด Cut loss กันนะครับ เวลาเข้า Positon ไม่ยากครับ ..... เเต่เวลาออก ที่ยากกว่าเยอะ เพราะบางทีเราผิดทาง เราต้องตัดใจคัทลอสทิ้ง เพื่อรักษาพอร์ตส่วนใหญ่ไว้ครับ
-สำหรับสันพุธ ปิด + ได้ครับ
-เเนวต้านต่างๆที่ผมขีดไว้ ราคาก็สามารถทะลุได้หมดเลย
-เพื่อนๆนักลงทุนที่เทรด อย่าลืมตั้งจุด Cut loss กันนะครับ เวลาเข้า Positon ไม่ยากครับ ..... เเต่เวลาออก ที่ยากกว่าเยอะ เพราะบางทีเราผิดทาง เราต้องตัดใจคัทลอสทิ้ง เพื่อรักษาพอร์ตส่วนใหญ่ไว้ครับ
-สำหรับสันพุธ ปิด + ได้ครับ
วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1164 ของการเดินทาง
วันนี้ยังคงเน้นการเทรดเเบบรัดกุม ---> โดยเน้นการคัทลอสที่เร็วเช่นเคย ไม่ชัวร์โยนทิ้งทันที เเบบไม่ยื้อเวลา ข้อดีของการเทรดเเบบนี้คือ เเทบไม่มีโอกาสขาดทุนหนักเเต่ก้อดโอกาสได้กำไรเยอะๆไป
- ให้เราลองจินตนาการไป ถึงเกมส์โป๊กเกอร์ ที่หมอบตาเเรก ในทุกตาที่ไพ่ไม่ชัวร์ เเล้วรอจังหวะที่ไพ่ขึ้นมือค่อยเข้าไปทำกำไรครับ น่าจะเห็นภาพง่ายขึ้นสำหรับสไตล์การเทรดผมช่วงนี้
-ผมรู้สึกว่าต้องเตรียมหาความรู้อีกเยอะเลยสำหรับการเทรด เพราะต่อไปทาง บล.เริ่มเปิดกว้างขึ้นให้สามารถเทรดในตลาดต่างประเทศได้ด้วย ซึ่งผมเคยเข้าไปลุย เทรดในตลาดหั่งเส็งเเล้ว ปรากฎว่าเเพ้ยับ กลับบ้านไม่ถูกกันเลยทีเดียว -___- "
- คืนนี้ผมเลย เอา E-bookซึ่งมีอยู่เเล้วจำนวนหลายเล่ม มากรองดู เเล้วคัดเลือกเล่มที่คิดว่า จะช่วยให้ผมพัฒนาได้ ---> Print มันออกมา เเล้วมานั่งอ่าน
- ผมรู้สึกว่าช่วงปีที่ผ่านมานี้ ความรู้ใหม่ๆผมไม่ได้เพิ่มขึ้นมาเลย มีเพียงเเค่ประสบการณ์ & จำนวนครั้งในการตัดสินใจที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง ..
- ให้เราลองจินตนาการไป ถึงเกมส์โป๊กเกอร์ ที่หมอบตาเเรก ในทุกตาที่ไพ่ไม่ชัวร์ เเล้วรอจังหวะที่ไพ่ขึ้นมือค่อยเข้าไปทำกำไรครับ น่าจะเห็นภาพง่ายขึ้นสำหรับสไตล์การเทรดผมช่วงนี้
-ผมรู้สึกว่าต้องเตรียมหาความรู้อีกเยอะเลยสำหรับการเทรด เพราะต่อไปทาง บล.เริ่มเปิดกว้างขึ้นให้สามารถเทรดในตลาดต่างประเทศได้ด้วย ซึ่งผมเคยเข้าไปลุย เทรดในตลาดหั่งเส็งเเล้ว ปรากฎว่าเเพ้ยับ กลับบ้านไม่ถูกกันเลยทีเดียว -___- "
- คืนนี้ผมเลย เอา E-bookซึ่งมีอยู่เเล้วจำนวนหลายเล่ม มากรองดู เเล้วคัดเลือกเล่มที่คิดว่า จะช่วยให้ผมพัฒนาได้ ---> Print มันออกมา เเล้วมานั่งอ่าน
- ผมรู้สึกว่าช่วงปีที่ผ่านมานี้ ความรู้ใหม่ๆผมไม่ได้เพิ่มขึ้นมาเลย มีเพียงเเค่ประสบการณ์ & จำนวนครั้งในการตัดสินใจที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง ..
วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1163 ของการเดินทาง
-กราฟบนเป็นกราฟกำไรสุทธิที่ + Rebate จากการสร้างวอลลุ่มให้บล. ด้วยครับ ---> ซึ่งนี่คือกำไรเเท้จริงที่ Prop trader ทำได้ . ส่วนกราฟล่างนั้นเป็นกำไร เเบบไม่รวม Rebate ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะเอากราฟล่างมาให้ดู เเต่เนื่องจากเดือนนี้ กำไรสะสมผมไม่ดีนัก เลยต้องใช้กราฟกำไรที่รวมค่า Rebate จากการสร้างวอลลุ่มให้บริษัทเข้าไปด้วย
-จะเห็นว่า อาการเริ่มดีขึ้นเเล้วครับ หลังจากเจอขาดทุนหนักๆ ไป 2 วัน วันนี้ยังคงเน้นเล่นเเบบ Safe Mode เหมือนเดิม รอจังหวะชัวร์จริงๆ ถึงปล่อย Size กลางเข้าไปเก็บกำไร ( ให้จินตนาการถึงลักษณะการต่อยเเบบเขาทรายได้เลย) ส่วนเวลาตลาดนิ่งๆเเกว่งเเคบๆ ยังคงเน้น Size เล็กๆ เพื่อโฟกัสไปที่การคุมความเสี่ยงจากการขาดทุนหนัก เช่นเดิม
-ซึ่งหลังจากที่ สามารถ Cover Loss กลับมาได้ตามที่วางเเผนไว้ กำลังใจเริ่มมา
วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1162 ของการเดินทาง
เที่ยงนี้ ตื่นสายมากๆ ตื่นมาเกือบเที่ยงเลยครับ เพราะมึนหัวมากๆ ซึ่งไม่เคยเป็นเเบบนี้มานานมากๆ สงสัยเพราะเเสงสีพาไป 555
- จากนั้น ช่วงบ่ายๆ ผมนั่งคิดบางอย่างได้ ถือเป็นไอเดียที่เเปลกใหม่จริงๆครับ
-จะว่า ไปพวกเทรดเดอร์นี่ก็คล้ายๆ ศิลปินอยู่เหมือนกันนะ บางทีต้องอ่านหนังสือหลากหลาย เผื่อจะได้มีไอเดียใหม่ๆเเละไฟในการเทรด ช่วงนี้ผมอ่านหนังสือคณิตศาสตร์การพนันซะส่วนมากเลย เพื่อหาไอเดียใหม่ๆ ผมรู้สึกว่าหนังสือพวกนี้ มันสนุก เเละเเนวคิดค่อนข้างเเตกต่างดี
- จากนั้น ช่วงบ่ายๆ ผมนั่งคิดบางอย่างได้ ถือเป็นไอเดียที่เเปลกใหม่จริงๆครับ
-จะว่า ไปพวกเทรดเดอร์นี่ก็คล้ายๆ ศิลปินอยู่เหมือนกันนะ บางทีต้องอ่านหนังสือหลากหลาย เผื่อจะได้มีไอเดียใหม่ๆเเละไฟในการเทรด ช่วงนี้ผมอ่านหนังสือคณิตศาสตร์การพนันซะส่วนมากเลย เพื่อหาไอเดียใหม่ๆ ผมรู้สึกว่าหนังสือพวกนี้ มันสนุก เเละเเนวคิดค่อนข้างเเตกต่างดี
วันที่ 1161 ของการเดินทาง
ขออัพเดทย้อนหลังของวันเสาร์นะครับ สำหรับวันเสาร์นั้นช่วงเช้าเเวะไปออกกำลังกายเช่นเคย เเต่ออกไม่ได้เต็มที่ เนื่องจากมีอาการปวดจี๊ดเเถวๆ เอว & หลัง
- เมื่อวันศุกร์ผมเเวะดูหนังเรื่อง Looper
-หนังเรื่องนี้ ช่วงเเรกๆดูเเล้วง่วงๆนอนหน่อย เเต่ดูจนจบผมต้องยกนิ้วให้เลย มันสุดยอดจริงๆ เป็น 1 ในหนังที่ผมชอบมากๆไปเเล้ว ทั้งเรื่องราว ฉากต่างๆ เรียกว่า Classic มากๆ
-ช่วงเย็นๆเเวะไปทานอาหารกับเพื่อน @ ร้าน Hagi โรงเเรมโซฟิเทลครับ
เเล้วไป Dance @ Route 66 ต่อ ปกติผมจะรู้จักประมาณตน เเต่วันเสาร์นั้นมึนจริงๆครับ
- เมื่อวันศุกร์ผมเเวะดูหนังเรื่อง Looper
-หนังเรื่องนี้ ช่วงเเรกๆดูเเล้วง่วงๆนอนหน่อย เเต่ดูจนจบผมต้องยกนิ้วให้เลย มันสุดยอดจริงๆ เป็น 1 ในหนังที่ผมชอบมากๆไปเเล้ว ทั้งเรื่องราว ฉากต่างๆ เรียกว่า Classic มากๆ
-ช่วงเย็นๆเเวะไปทานอาหารกับเพื่อน @ ร้าน Hagi โรงเเรมโซฟิเทลครับ
เเล้วไป Dance @ Route 66 ต่อ ปกติผมจะรู้จักประมาณตน เเต่วันเสาร์นั้นมึนจริงๆครับ
วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1160 ของการเดินทาง
ขออัพเดทย้อนหลังของวันศุกร์ครับ
- วันนี้เรียกว่างานหนักจริงๆ เพราะว่า ผมตั้งเป้าหมายเเล้วว่า ห้ามขาดทุนเด็ดขาด ---> ตั้งใจจะเทรดเเบบ Safe Mode เต็มที่
- Safe Mode คือการเทรดเเบบ Defensive เน้นตั้งการ์ดรัดกุม รอจังหวะชัวร์เเล้วดักต่อย ---> size ในการเทรดจะเล็กกว่าปกติ เพื่อให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก จังหวะคัทจะไวกว่าปกติเพื่อปกป้องต้นทุน เเละป้องกันการโดนขาดทุนไม้หนักๆ ซึ่งเวลาที่ผมเล่นเเบบ Defensive Play นั้น เเทบจะปิดประตูขาดทุนกันไปเลย
- ตลาดวันศุกร์ถือว่าเเกว่งเเคบมากๆ ครับ พื้นที่การเเกว่งน้อยจริงๆ ---> ผมเข้าตลาด เเละทำตามเเผนที่วางไว้ จึง มีไม้กำไรทีละเล็กน้อย เเต่เก็บสะสมเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องครับ
-สามารถปิด + ได้
-ช่วง Recovery กราฟกำไรสะสม ต้องเน้นการเทรดเเบบ Defensive เลยครับ ผมจะเน้นไปที่การ Lock ขาดทุน ไม่ให้โดนเพิ่ม เเล้วค่อยๆ Cover กลับมา ฟังดูเเล้วเหนื่อย + ต้องใช้เวลาซักหน่อย เเต่นี่มันคือหาทางที่จะอยู่รอดในตลาดทุนครับ
- เพราะถ้าเราเล่นเเบบขาดทุนเเล้ว เพิ่มSize เพื่อจะเอาคืน ---> นี่คือวิธีทางเเห่งการล้มละลาย ......มันเป็นการทบต้นเเบบที่เรียกว่า มาร์ติงเกล ซึ่งผมเชื่อว่าจุดจบจะไม่ดีอย่างเเน่นอน
- วันนี้เรียกว่างานหนักจริงๆ เพราะว่า ผมตั้งเป้าหมายเเล้วว่า ห้ามขาดทุนเด็ดขาด ---> ตั้งใจจะเทรดเเบบ Safe Mode เต็มที่
- Safe Mode คือการเทรดเเบบ Defensive เน้นตั้งการ์ดรัดกุม รอจังหวะชัวร์เเล้วดักต่อย ---> size ในการเทรดจะเล็กกว่าปกติ เพื่อให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก จังหวะคัทจะไวกว่าปกติเพื่อปกป้องต้นทุน เเละป้องกันการโดนขาดทุนไม้หนักๆ ซึ่งเวลาที่ผมเล่นเเบบ Defensive Play นั้น เเทบจะปิดประตูขาดทุนกันไปเลย
- ตลาดวันศุกร์ถือว่าเเกว่งเเคบมากๆ ครับ พื้นที่การเเกว่งน้อยจริงๆ ---> ผมเข้าตลาด เเละทำตามเเผนที่วางไว้ จึง มีไม้กำไรทีละเล็กน้อย เเต่เก็บสะสมเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องครับ
-สามารถปิด + ได้
-ช่วง Recovery กราฟกำไรสะสม ต้องเน้นการเทรดเเบบ Defensive เลยครับ ผมจะเน้นไปที่การ Lock ขาดทุน ไม่ให้โดนเพิ่ม เเล้วค่อยๆ Cover กลับมา ฟังดูเเล้วเหนื่อย + ต้องใช้เวลาซักหน่อย เเต่นี่มันคือหาทางที่จะอยู่รอดในตลาดทุนครับ
- เพราะถ้าเราเล่นเเบบขาดทุนเเล้ว เพิ่มSize เพื่อจะเอาคืน ---> นี่คือวิธีทางเเห่งการล้มละลาย ......มันเป็นการทบต้นเเบบที่เรียกว่า มาร์ติงเกล ซึ่งผมเชื่อว่าจุดจบจะไม่ดีอย่างเเน่นอน
วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1159 ของการเดินทาง
ขออัพเดทย้อนหลังของเมื่อวานนะครับ
- ช่วงเช้านั้น มีเเรงขายเข้ามาพอสมควร ส่งผลให้ Futures ไหลลงไปอย่างต่อเนื่อง
-วันนี้ รูปแบบการเทรดยังคงเน้น safe Trade เหมือนเดิม คือการเล่น ด้วยปริมาณเข้าออกที่น้อยลงทำให้ สามารถเคลื่อนไหวในตลาดได้อย่างรวดเร็ว คัทลอสได้ทัน ช่วงเช้าสามารถปิด + ได้พอสมควรครับ
- ช่วงบ่าย เทรดพลาดไป 1 ไม้โดย เป็นไม้มั่นใจ จึงเป็นไม้ใหญ่พอสมควร เเล้วคัทลอสออกได้ไม่หมด ซึ่งผลให้โดนระยะทางการคัทลอสที่ไกลอยู่ที่เดียว ทำให้กำไรตอนเช้าที่ได้มาหายไปเกือบหมด
- จากนั้น ผมหันมาเล่น Size ขนาดกลาง คือ ล็อคให้ให้ Over trade เเล้ว เเต่ก็ยังเทรดผิดจังหวะอีก เนื่องจากตลาดเคลื่อนไหวเร็วมาก ทำให้จังหวะจะคัทลอสต่อมา ค่อนข้างไกลครับ เเต่ต้องยอมรับจริงๆว่าอ่านทิศทางผิดไปเองด้วย เพราะคิดว่าน่าจะเป็นการรีบาวน์สั้นๆเพื่อลงต่อ ไม่คิดว่าจะเเรงขนาดนี้ กว่าจะกลับตัวเปลี่ยนทางเล่น ก็ช้าไปซะเเล้ว
-เเต่บทเรียนคราว ที่เจอ Big loss ไป ทำให้รู้ว่าถ้าอยากจะเอาคืน อาจจะโดนหนัก จึงหยุดเล่นเเล้ว ออกจากตลาดมานั่งดูครับ ยอมปิดขาดทุน
-วันนี้ ปิดลบอีก 1 วัน ขาดทุนพอสมควรครับ เเต่ไม่ถึง กับ Big loss
-กราฟกำไรสะสมของเดือนนี้ หักเข้าสู่เเดนลบครับ ซึ่งไม่เกิดเหตุการณ์เบบนี้มา 2 ปี เเล้วเป็นสัญญาณเตือนว่า ต้องเน้นคุมความเสี่ยงในการเทรดเพิ่มขึ้น
-ช่วง cover ขาดทุน ต้องระวังให้มากครับ ต้องใจเย็นๆ ............. อาศัยเวลา ค่อยเป็นค่อยไปไม่รีบร้อน
- ช่วงเช้านั้น มีเเรงขายเข้ามาพอสมควร ส่งผลให้ Futures ไหลลงไปอย่างต่อเนื่อง
-วันนี้ รูปแบบการเทรดยังคงเน้น safe Trade เหมือนเดิม คือการเล่น ด้วยปริมาณเข้าออกที่น้อยลงทำให้ สามารถเคลื่อนไหวในตลาดได้อย่างรวดเร็ว คัทลอสได้ทัน ช่วงเช้าสามารถปิด + ได้พอสมควรครับ
- ช่วงบ่าย เทรดพลาดไป 1 ไม้โดย เป็นไม้มั่นใจ จึงเป็นไม้ใหญ่พอสมควร เเล้วคัทลอสออกได้ไม่หมด ซึ่งผลให้โดนระยะทางการคัทลอสที่ไกลอยู่ที่เดียว ทำให้กำไรตอนเช้าที่ได้มาหายไปเกือบหมด
- จากนั้น ผมหันมาเล่น Size ขนาดกลาง คือ ล็อคให้ให้ Over trade เเล้ว เเต่ก็ยังเทรดผิดจังหวะอีก เนื่องจากตลาดเคลื่อนไหวเร็วมาก ทำให้จังหวะจะคัทลอสต่อมา ค่อนข้างไกลครับ เเต่ต้องยอมรับจริงๆว่าอ่านทิศทางผิดไปเองด้วย เพราะคิดว่าน่าจะเป็นการรีบาวน์สั้นๆเพื่อลงต่อ ไม่คิดว่าจะเเรงขนาดนี้ กว่าจะกลับตัวเปลี่ยนทางเล่น ก็ช้าไปซะเเล้ว
-เเต่บทเรียนคราว ที่เจอ Big loss ไป ทำให้รู้ว่าถ้าอยากจะเอาคืน อาจจะโดนหนัก จึงหยุดเล่นเเล้ว ออกจากตลาดมานั่งดูครับ ยอมปิดขาดทุน
-วันนี้ ปิดลบอีก 1 วัน ขาดทุนพอสมควรครับ เเต่ไม่ถึง กับ Big loss
-กราฟกำไรสะสมของเดือนนี้ หักเข้าสู่เเดนลบครับ ซึ่งไม่เกิดเหตุการณ์เบบนี้มา 2 ปี เเล้วเป็นสัญญาณเตือนว่า ต้องเน้นคุมความเสี่ยงในการเทรดเพิ่มขึ้น
ข้อสังเกตตนเองช่วงนี้
- เวลาที่เทรด Size ขนาดเล็ก เข้าออกง่าย ---> เป็น Safe Trading ที่ผมชอบใช้ในการ Cover ขาดทุนคืน มักจะได้กำไรเรื่อยๆเลย เเต่พอเพิ่ม ปริมาณการเทรดเป็น Size ขนาดกลาง-ใหญ่ในจังหวะที่มั่นใจ มักจะโดนขาดทุน เเล้วทำให้ไม้กำไรเล็กๆ ที่สะสมมาเรื่อยๆ หายไป .... -ช่วง cover ขาดทุน ต้องระวังให้มากครับ ต้องใจเย็นๆ ............. อาศัยเวลา ค่อยเป็นค่อยไปไม่รีบร้อน
วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1158 ของการเดินทาง
-ในตลาดนั้น .... ไม่มีอะไรเเน่นอนจริงๆครับ สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราอยู่รอดก็คือ เราจะต้องเรียนรู้เเละพัฒนา"ตนเอง"อย่างต่อเนื่อง เน้นคำว่าตนเอง นะครับ ........ ถ้าเรามีประสบการณ์อยู่ในตลาดนานขึ้น จะพบว่าตลาดจะค่อยๆสอนให้เราเรียนรู้เเละเข้าใจตัวเราเองครับ เราจะเห็นหลายๆอย่างในตัวเรา ที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็น ทั้งอารมณ์ โลภ กลัว กังวล
-วันนี้ เน้นการเทรด เเบบ Safe มากๆ คือเข้าด้วยปริมาณที่ไม่เยอะ ---> ทำให้สามารถปิด + ได้ครับ
วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1157 ของการเดินทาง
-วันนี้ เป็นวันที่ตลาดเเกว่งเยอะครับ หรือที่เรียกว่าพื้นที่การเเกว่งค่อนข้างเยอะนั่นเอง ช่วงเช้านั้นมองตลาด ลงหรือเรียกว่า Short Bias นั้นเอง เเต่มีเเรงรับค่อนข้างเยอะเเละลาก Position ผมไปคัท ค่อนข้างไกล พยาม Cover เเต่ก็ยังไม่สามารถเเก้ได้
-ช่วงบ่ายนั้น ผมโดนไม้ Loss ในจังหวะที่ไม่ควรโดน คือมี Order ที่ตั้งทิ้งไว้ เเล้วปิดเกินบ้าง หรือไม่ได้ตั้งใจบ้าง เลยทำให้จังหวะรวนไปค่อนข้างมาก
-จังหวะไม้ Loss หนักคือจังหวะที่ผมเล่น รีบาวน์เเล้ว เจอไม้ถล่ม โยนคัทลอสไม่ทัน ประกอบกับความอยากเอาคืนด้วย เลยทำให้เล่น over trade กว่าวันปกติไปหลายไม้มากๆ วันนี้จบวัน volume เทรดของผมขึ้นมามากกว่าวันเทรดปกติ 2-3 เท่า ตัว----> ซึ่งมันเเสดงว่าผม Over trade ไปมาก
- วันนี้ ควบคุมอารมณ์ในการเทรดได้ไม่ดีเลยจริงๆ ประกอบการ over trade ====> กลายเป็นโดน Big loss หรือว่าขาดทุนหนักนั่นเอง
-ทำให้วันนี้ ทั้งที่ควรได้กำไรมากๆ เเต่กลับกลายเป็นว่าขาดทุน หนักมากที่สุดสำหรับวันที่เทรด S50Futures เเละ ขาดทุนมากเป็นอันดับสองตั้งเเต่เคยเทรดมาในกรณีที่นับรวมวันที่เทรดทองเข้ามาด้วย
- ถ้าดูจากกราฟกำไรสะสมรายเดือนกราฟเเรก จะพบว่าวันนี้กินกำไรสะสมของผมทั้งเดือน จนพลิกมาเป็นขาดทุนเลยทีเดียว เเต่ถ้าดูกราฟกำไรสะสมของปีนี้ ถือว่ายังไม่ได้ดูเเย่นัก ซึ่งผมไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เเบบนี้มานานเเล้วครับ ดังนั้นช่วงเวลานี้ จึงถือว่าเป็นช่วงที่ทดสอบจิตใจของผมในฐานะของเทรดเดอร์อีกครั้ง
-เท่ากับว่า สถิติการเทรดของผม มีวันขาดทุนเพิ่มมาอีก 1 วันเเล้วครับ
-กลายเป็นขาดทุน 9 วัน ซึ่งปีนี้เหลือวันเทรดอีกประมาณ 50 วัน >>>>> โอกาสที่ทำสถิติเท่ากับ สถิติการเทรดของปีที่เเล้ว ค่อนข้างน้อยเลยทีเดียว
-บทเรียน & ประสบการณ์ที่ได้รับสำหรับการเทรดวันนี้
1.เรื่องการ Over trade ----> ทำให้จังหวะการเทรดเรารวนครับ เพราะทั้งจำนวนช่องในการคัทลอส เเละก็วางปิด Position ทำได้ค่อนข้างยาก ซึ่งวันนี้ถ้าผมเทรดโดยใช้ ปริมาณปกติก็จะไม่โดนไม้ Loss ขนาดใหญ่เรื่องการคัทลอสได้ทัน
2.ลดดความกดดัน - เครียดลงไปเยอะ ----> จริงๆ เเล้วผมเป็นคนที่คุมความเสี่ยงได้ดี คำว่าคุมความเสี่ยงได้ดี หมายว่า ไม่จำเป็นต้อง % Win สูงมาก คือขาดทุนได้ เเต่วันที่ขาดทุนได้ ต้องอย่าเยอะ .... เเต่เนื่องจากผมปิด + ต่อเนื่องกันจนเยอะไป จนวันที่ขาดทุนทำให้อยากเเก้คืนขาดทุนให้กลับมา + เพื่อรักษาสถิติ ตรงจุดนี้อันตรายมากครับ เพราะทำให้เราเข้าไปเสี่ยงในจังหวะที่ไม่ควร ....... ที่ถูกคือเราอย่าไปยึดติดกับ % Win เเละให้เน้นไปที่ความ Smooth ของกราฟกำไรสะสมของเราเเทน
3.เซียน Vs ซี้ : เมื่อไหร่ที่เราคิดว่าเราเป็นเซียน เมื่อนั้นจุดจบเรากำลังจะมาเยือนครับ ..... นั้นหมายความว่า เราจำเป็นต้องอ่อนน้อมถ่อมตนต่อตลาดเสมอ เพราะตลาดนั้นพร้อมที่จะส่งบทเรีนใหม่ๆมาให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลาด เเละเราคงจะต้องเรียนรู้ต่อไป..........ตราบเท่าที่เรายังอยู่ในตลาด
3.เซียน Vs ซี้ : เมื่อไหร่ที่เราคิดว่าเราเป็นเซียน เมื่อนั้นจุดจบเรากำลังจะมาเยือนครับ ..... นั้นหมายความว่า เราจำเป็นต้องอ่อนน้อมถ่อมตนต่อตลาดเสมอ เพราะตลาดนั้นพร้อมที่จะส่งบทเรีนใหม่ๆมาให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลาด เเละเราคงจะต้องเรียนรู้ต่อไป..........ตราบเท่าที่เรายังอยู่ในตลาด
วันที่ 1156 ของการเดินทาง
สำหรับวันนี้ผมขอเอาคำพูด ของ พี่หนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธ์ โค้ชการเงิน ผู้เเต่งหนังสือหลายเล่ม เเละผู้ก่อตั้งชมรมพ่อรวยสอนลูกแห่งประเทศไทย มาเเชร์ครับ ผมรู้สึกว่า..... มันจริง เรียบง่าย เเละยิงตรงไปยัง มุมมองเกี่ยวกับชีวิตของคนเราทันทีเลย
เงิน" หนะ พอมันก้าวข้ามความพอกินพอใช้ไป มันก็ไม่มีค่าอะไรแล้วครับ มันไม่คู่ควรที่จะเป็น "เป้าหมายชีวิต" ของคนเราหรอก.
เพื่อนๆลองเอาไปคิดดูนะครับ ว่ามันจริงตามที่พี่เค้าพูดรึป่าว ^_______^
........................................................................................................................................
พี่หนุ่ม สอนให้ผมลองฝึกคิดย้อนกลับ ให้เราคิดไปยังอนาคตว่า ในวันที่เราต้องจากโลกนี้ไปเเล้ว ( ตายนั่นเอง) เราอยากให้ผู้คนจดจำเราได้ว่าเราเป็นอย่างไร
-สำหรับผมเเล้ว ผมอยากให้คนอื่นจำผมได้ลางๆว่าผมเป็น "นักเก็งกำไรผู้เเบ่งปัน" .........
ผมไม่ใช้คำว่านักลงทุนนะครับ เพราะผมรู้สึกว่าคำว่า "นักเก็งกำไร" น่าจะเหมาะกับผมมากกว่า
ลองคิดง่ายๆถ้าเราตายไปเเล้ว เราไม่สามารถเอาเงินติดตัวไปได้ ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้ผู้คนจดจำเรา จึงไม่ใช่ความร่ำรวยอย่างเเน่นอน ว่าเรามีกี่สิบล้าน ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน เเต่เป็นเรื่องราวอย่างอื่นต่างหากที่จะทำให้เรายังพอเป็นที่จดจำ เช่น ความดี ประโยชน์บางอย่างที่เราเคยสร้างไว้เเก่โลก
เมื่อเราคิดได้ตามนี้เเล้ว ว่าเรานั้นอยากให้ผู้คนจดจำ เเละพูดถึงเราว่าอย่างไร ---> ให้เราเริ่มทำตั้งเเต่วันนี้เลยครับ เพื่อให้เราสามารถไปถึงยังคุณค่าของชีวิตอย่างเเท้จริงได้
- ยกตัวอย่างจากตัวผมเองผม ถ้าถูกถามว่า "เงินจำเป็นสำหรับเป้าหมายผมไหม ?"
ผมตอบได้เลยทันทีว่า จำเป็น เเน่นอน เเต่ผมรู้สึกว่า ผมนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับค่านิยมด้านตัวเงินมากนัก เเต่ผมให้ความสนใจไปยังปลายทางมากกว่า ว่าเงินนั้นจะสามารถช่วยทำให้มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นได้บ้าง
-ยกตัวอย่างเช่น สมมตุิผมต้องการบริจาคเงินไถ่ชีวิตโค 30,000 บาท ---> ทำไงดี ???? ----> อ้อ จัดสัมนาสอนความรู้ด้านที่ผมมีไงล่ะ เมื่อคนเรียนได้รับความรู้ เราก็ได้เงินจากคนเรียนเอาไปทำบุญต่อ ตรงตามวัตถุประสงค์ของเรา เราเเละคนเรียนก็มีส่วนช่วยยกระดับสังคมให้พัฒนาไปมากขึ้น
-ถ้าเราคิดเเบบข้าม Process ที่เกิดขึ้นไป ก็เท่ากับว่า เรายอมสอนความรู้เรื่องการลงทุน <----> เเลกชีวิตโค สังเกตุไหมครับ ว่าถ้าตัดProcess เกี่ยวกับเงินออกไป เราจะเข้าใจ เเละมองเห็นตัวเองอย่างชัดเจนเลยว่าจริงๆเรากำลังทำอะไรอยู่กันเเน่ เราทำเพื่อเงิน หรือว่าเพื่อเหตุผลอะไร
เงิน" หนะ พอมันก้าวข้ามความพอกินพอใช้ไป มันก็ไม่มีค่าอะไรแล้วครับ มันไม่คู่ควรที่จะเป็น "เป้าหมายชีวิต" ของคนเราหรอก.
เพื่อนๆลองเอาไปคิดดูนะครับ ว่ามันจริงตามที่พี่เค้าพูดรึป่าว ^_______^
........................................................................................................................................
พี่หนุ่ม สอนให้ผมลองฝึกคิดย้อนกลับ ให้เราคิดไปยังอนาคตว่า ในวันที่เราต้องจากโลกนี้ไปเเล้ว ( ตายนั่นเอง) เราอยากให้ผู้คนจดจำเราได้ว่าเราเป็นอย่างไร
-สำหรับผมเเล้ว ผมอยากให้คนอื่นจำผมได้ลางๆว่าผมเป็น "นักเก็งกำไรผู้เเบ่งปัน" .........
ผมไม่ใช้คำว่านักลงทุนนะครับ เพราะผมรู้สึกว่าคำว่า "นักเก็งกำไร" น่าจะเหมาะกับผมมากกว่า
ลองคิดง่ายๆถ้าเราตายไปเเล้ว เราไม่สามารถเอาเงินติดตัวไปได้ ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้ผู้คนจดจำเรา จึงไม่ใช่ความร่ำรวยอย่างเเน่นอน ว่าเรามีกี่สิบล้าน ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน เเต่เป็นเรื่องราวอย่างอื่นต่างหากที่จะทำให้เรายังพอเป็นที่จดจำ เช่น ความดี ประโยชน์บางอย่างที่เราเคยสร้างไว้เเก่โลก
เมื่อเราคิดได้ตามนี้เเล้ว ว่าเรานั้นอยากให้ผู้คนจดจำ เเละพูดถึงเราว่าอย่างไร ---> ให้เราเริ่มทำตั้งเเต่วันนี้เลยครับ เพื่อให้เราสามารถไปถึงยังคุณค่าของชีวิตอย่างเเท้จริงได้
- ยกตัวอย่างจากตัวผมเองผม ถ้าถูกถามว่า "เงินจำเป็นสำหรับเป้าหมายผมไหม ?"
ผมตอบได้เลยทันทีว่า จำเป็น เเน่นอน เเต่ผมรู้สึกว่า ผมนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับค่านิยมด้านตัวเงินมากนัก เเต่ผมให้ความสนใจไปยังปลายทางมากกว่า ว่าเงินนั้นจะสามารถช่วยทำให้มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นได้บ้าง
-ยกตัวอย่างเช่น สมมตุิผมต้องการบริจาคเงินไถ่ชีวิตโค 30,000 บาท ---> ทำไงดี ???? ----> อ้อ จัดสัมนาสอนความรู้ด้านที่ผมมีไงล่ะ เมื่อคนเรียนได้รับความรู้ เราก็ได้เงินจากคนเรียนเอาไปทำบุญต่อ ตรงตามวัตถุประสงค์ของเรา เราเเละคนเรียนก็มีส่วนช่วยยกระดับสังคมให้พัฒนาไปมากขึ้น
-ถ้าเราคิดเเบบข้าม Process ที่เกิดขึ้นไป ก็เท่ากับว่า เรายอมสอนความรู้เรื่องการลงทุน <----> เเลกชีวิตโค สังเกตุไหมครับ ว่าถ้าตัดProcess เกี่ยวกับเงินออกไป เราจะเข้าใจ เเละมองเห็นตัวเองอย่างชัดเจนเลยว่าจริงๆเรากำลังทำอะไรอยู่กันเเน่ เราทำเพื่อเงิน หรือว่าเพื่อเหตุผลอะไร
วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1155 ของการเดินทาง
-ช่วงเช้าผมเเวะเอาภาพ เดวิด Vs ยักษ์โกไลเเอธ มาให้เพื่อนๆใน Fanpage Tradetory ได้เเชร์ไอเดียกันดู ว่าภาพนี้สื่อถึงอะไรได้บ้าง ........ เเล้วก็มีเพื่อนๆเข้ามาเเลกเปลี่ยนความเห็นกันมากมาย ซึ่งตรงตามจุดประสงค์ที่ผมอยากให้เป็นเลย ...... นั่นคือเรื่องเดียวกัน เเต่ถ้ามีหลายๆคนมาเเชร์มุมมอง จะได้มุมมองที่หลากหลายมากๆจริงๆ
-จากนั้นผมเเวะไปออกกำลังกาย >>>> เเวะทานมื้อเที่ยง @ ร้านฟูมิ
-ช่วงเย็นนั่งวางเเผนหลายๆเรื่องในชีวิต + อ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนด้วย
-ช่วงเย็นเเวะไปซื้อ Printer ตัวใหม่ .... อันนี้สนองความต้องการส่วนตัวเลยครับ คืออยากได้ Printer ที่สามารถปริ้นท์งานระดับ A3 ออกมาได้ เพราะผมชอบทำ Mind Map สรุปไอเดีย หรือเนื้อหาบางอย่างที่เรียนรู้มา
-อันนี้ไม่ได้เชียร์สินค้านะครับ เเต่เนื่องจากผมเคยเปิดร้านสิ่งพิมพ์มาก่อน เเล้วที่ร้านใช้ Printer ของ Epson ผมเลยเลือก Epson เพราะว่าคุ้นเคยกับการใช้งานของมันเเล้ว
-ช่วงดึกๆ นั่งวางเเผนงานโดยใช้ Mind Mapต่อ................. เนื่องจากตอนนี้ Fanpage Tradetory ค่อนข้างร้างเเละขาดการอัพเดท ผมเลยได้ติดต่อผู้ช่วยมา ซึ่งจะคอยอัพเดทข่าวสารที่สำคัญให้เพื่อนๆนักลงทุนยามเช้ากัน ซึ่งทำให้รูปแบบของ Fanpage Tradetory เป็นเเบบนี้
ทุกจันทร์-ศุกร์ >>>>> มีการอัพเดทข่าว / มุมมองS50Futures ภาพใหญ่ / มุมมองทองคำภาพใหญ่ๆ / คำคมหรือเเนวคิดที่น่าสนใจ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิต / สรุปสิ้นวันหลังตลาดปิด
ทุกเสาร์ >>>> เเนะนำหนัง / สถานที่พักผ่อน
ทุกวันอาทิตย์ >>>> กิจกรรมเเลกเปลี่ยน Idea
ตามโอกาส >>>> เเนะนำหนังสือ / E-book /บทความการลงทุน
-ซึ่งจากเเนวคิดด้านบน น่าจะทำให้ Fanpage Page Tradetory สามารถให้ข้อมูลหลายๆอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่ติดตามได้มากขึ้น ครับ
-จากนั้นผมเเวะไปออกกำลังกาย >>>> เเวะทานมื้อเที่ยง @ ร้านฟูมิ
-ช่วงเย็นนั่งวางเเผนหลายๆเรื่องในชีวิต + อ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนด้วย
-ช่วงเย็นเเวะไปซื้อ Printer ตัวใหม่ .... อันนี้สนองความต้องการส่วนตัวเลยครับ คืออยากได้ Printer ที่สามารถปริ้นท์งานระดับ A3 ออกมาได้ เพราะผมชอบทำ Mind Map สรุปไอเดีย หรือเนื้อหาบางอย่างที่เรียนรู้มา
-อันนี้ไม่ได้เชียร์สินค้านะครับ เเต่เนื่องจากผมเคยเปิดร้านสิ่งพิมพ์มาก่อน เเล้วที่ร้านใช้ Printer ของ Epson ผมเลยเลือก Epson เพราะว่าคุ้นเคยกับการใช้งานของมันเเล้ว
-ช่วงดึกๆ นั่งวางเเผนงานโดยใช้ Mind Mapต่อ................. เนื่องจากตอนนี้ Fanpage Tradetory ค่อนข้างร้างเเละขาดการอัพเดท ผมเลยได้ติดต่อผู้ช่วยมา ซึ่งจะคอยอัพเดทข่าวสารที่สำคัญให้เพื่อนๆนักลงทุนยามเช้ากัน ซึ่งทำให้รูปแบบของ Fanpage Tradetory เป็นเเบบนี้
ทุกจันทร์-ศุกร์ >>>>> มีการอัพเดทข่าว / มุมมองS50Futures ภาพใหญ่ / มุมมองทองคำภาพใหญ่ๆ / คำคมหรือเเนวคิดที่น่าสนใจ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิต / สรุปสิ้นวันหลังตลาดปิด
ทุกเสาร์ >>>> เเนะนำหนัง / สถานที่พักผ่อน
ทุกวันอาทิตย์ >>>> กิจกรรมเเลกเปลี่ยน Idea
ตามโอกาส >>>> เเนะนำหนังสือ / E-book /บทความการลงทุน
-ซึ่งจากเเนวคิดด้านบน น่าจะทำให้ Fanpage Page Tradetory สามารถให้ข้อมูลหลายๆอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่ติดตามได้มากขึ้น ครับ
วันที่ 1154 ของการเดินทาง
ช่วงเช้า ผมเเวะไปออกกำลังกายครับ
- จากนั้นเเวะไปทานข้าว @ ร้านฟูมิ เดอะมอลล์บางกะปิ เพื่อนรอที่จะดูหนังเรื่องนี้ Taken2
- เรื่องนี้ เป็นหนัง Action ที่ทำได้โอเคครับ เเต่เนื่องผมคาดหวังจากหนังไว้เยอะ เเล้วไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ผมเลยให้คะเนน 6.5-7 คะเเนนเท่านั้นครับ ... ที่สำคัญผมเผลอหลับไปหลายนาที เเสดงว่าหนังมีช่วงนี้เนิบ ๆ พอที่จะทำให้ผมหลับไปได้นั่นเอง
-ดูหนังจบเเล้ว ก่อนเดินกลับบ้าน ขอเเวะเข้าไปดูหนังสือใหม่ๆ @ ร้านซีเอ็ดซะหน่อย เเล้วก็เจอกับเล่มนี้ครับ ผมลองเปิดดูคร่าวๆเเล้วใช่เลย น่าสนใจดี
-ซื้อมาปุ๊บ อ่านไปเเป๊บนึงก็เผลอหลับไปราวๆ 2 ชั่วโมง เเต่ก็สามารถอ่านจนจบทั้งเล่มได้ เท่ากับว่าซื้อมาเเล้วอ่านจบเลย
-ประเด็นสำคัญที่อยากให้เพื่อนๆนักลงทุนที่ติดตาม Blog ผมอยู่ ลองเอาไปทำดู เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนเองเเละคนรอบข้างในอนาคต
1.ทำบุญอย่างไรให้ได้บุญ ---ให้เน้นที่ความตั้งใจจริงๆ ไม่ใช่ทำบุญเพราะตามเพื่อน หรือว่าเพราะต้องการชื่อเสียง
2.เเก้กรรมนั้น ---> ทำไม่ได้ เเต่ลดทอน ผ่อนจากหนักให้เป็นเบาได้
- จากนั้นเเวะไปทานข้าว @ ร้านฟูมิ เดอะมอลล์บางกะปิ เพื่อนรอที่จะดูหนังเรื่องนี้ Taken2
- เรื่องนี้ เป็นหนัง Action ที่ทำได้โอเคครับ เเต่เนื่องผมคาดหวังจากหนังไว้เยอะ เเล้วไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ผมเลยให้คะเนน 6.5-7 คะเเนนเท่านั้นครับ ... ที่สำคัญผมเผลอหลับไปหลายนาที เเสดงว่าหนังมีช่วงนี้เนิบ ๆ พอที่จะทำให้ผมหลับไปได้นั่นเอง
-ดูหนังจบเเล้ว ก่อนเดินกลับบ้าน ขอเเวะเข้าไปดูหนังสือใหม่ๆ @ ร้านซีเอ็ดซะหน่อย เเล้วก็เจอกับเล่มนี้ครับ ผมลองเปิดดูคร่าวๆเเล้วใช่เลย น่าสนใจดี
-ซื้อมาปุ๊บ อ่านไปเเป๊บนึงก็เผลอหลับไปราวๆ 2 ชั่วโมง เเต่ก็สามารถอ่านจนจบทั้งเล่มได้ เท่ากับว่าซื้อมาเเล้วอ่านจบเลย
-ประเด็นสำคัญที่อยากให้เพื่อนๆนักลงทุนที่ติดตาม Blog ผมอยู่ ลองเอาไปทำดู เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนเองเเละคนรอบข้างในอนาคต
1.ทำบุญอย่างไรให้ได้บุญ ---ให้เน้นที่ความตั้งใจจริงๆ ไม่ใช่ทำบุญเพราะตามเพื่อน หรือว่าเพราะต้องการชื่อเสียง
2.เเก้กรรมนั้น ---> ทำไม่ได้ เเต่ลดทอน ผ่อนจากหนักให้เป็นเบาได้
วันที่ 1153 ของการเดินทาง
-อัพเดทย้อนหลังของเมื่อวาน วันศุกร์นะครับ รูปแบบการเทรดของวันศุกร์นั้นผมต้องเน้น เป็นพิเศษเนื่องจากว่า ก่อนหน้านี้ขาดทุนมา 1 วันเเล้ว .... ปกติ เมื่อขาดทุนเเล้ว วันรุ่งขึ้นจะพยามกลับมาปิด + เพื่อให้จิตวิทยากลับมาก่อน
-วันศุกร์สามารถปิด + ได้ครับ เเม้ว่าจะไม่ได้กำไรมากมายก็ตาม
-ช่วงเย็นฝนกตกหนักจริงๆ ผมเเวะสังสรรค์กับเพื่อนสมัย ปตรี สิงห์ดำ โดยนั่งจิบเบียร์กับเพื่อน 2 คน คนนึงอยู่ กระทรวงต่างประเทศครับ อีกคนอยู่กระทรวงมหาดไทย ---> เเน่นอนว่า เรื่องที่จะต้องเข้ามาอยู่ในการสนทนาก็คงหนี ไม่พ้นเรื่องการเมือง ....
-เรื่องที่น่าสนใจที่ทราบมาก็คือ ส่วนใหญ่เเล้วทั้ง สส.พรรคฝ้ายค้านเเละฝ่ายรัฐบาล นั้นเเม้ว่าอาจจะรุนเเรงกันในรัฐสภา เวลาออกมาข้างนอกเเล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนเเละรู้จักกัน บ้างก็ไปสังสรรค์ ทานข้าว เเละตีกอล์ฟ คือภาพความเป็นจริงมันคนละเรื่องกับที่เราเห็นในทีวีเลยครับ ทุกอย่างที่เราเห็นมันเป็นภาพลักษณ์เเละการวางบทบาท เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งในครั้งต่อๆไป
- ที่จะบอกก็คือ บางครั้งสิ่งที่เราเห็น ----> เราอาจจะตีความไปอย่างหนึ่ง โดยที่อาจจะไม่ตรงกับความจริงก็ได้ เฉกเช่น เดียวกับเรื่องหุ้นเเละการลงทุน
-วันศุกร์สามารถปิด + ได้ครับ เเม้ว่าจะไม่ได้กำไรมากมายก็ตาม
-ช่วงเย็นฝนกตกหนักจริงๆ ผมเเวะสังสรรค์กับเพื่อนสมัย ปตรี สิงห์ดำ โดยนั่งจิบเบียร์กับเพื่อน 2 คน คนนึงอยู่ กระทรวงต่างประเทศครับ อีกคนอยู่กระทรวงมหาดไทย ---> เเน่นอนว่า เรื่องที่จะต้องเข้ามาอยู่ในการสนทนาก็คงหนี ไม่พ้นเรื่องการเมือง ....
-เรื่องที่น่าสนใจที่ทราบมาก็คือ ส่วนใหญ่เเล้วทั้ง สส.พรรคฝ้ายค้านเเละฝ่ายรัฐบาล นั้นเเม้ว่าอาจจะรุนเเรงกันในรัฐสภา เวลาออกมาข้างนอกเเล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนเเละรู้จักกัน บ้างก็ไปสังสรรค์ ทานข้าว เเละตีกอล์ฟ คือภาพความเป็นจริงมันคนละเรื่องกับที่เราเห็นในทีวีเลยครับ ทุกอย่างที่เราเห็นมันเป็นภาพลักษณ์เเละการวางบทบาท เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งในครั้งต่อๆไป
- ที่จะบอกก็คือ บางครั้งสิ่งที่เราเห็น ----> เราอาจจะตีความไปอย่างหนึ่ง โดยที่อาจจะไม่ตรงกับความจริงก็ได้ เฉกเช่น เดียวกับเรื่องหุ้นเเละการลงทุน
วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1152 ของการเดินทาง
ขออัพเดทย้อนหลังของเมื่อวานครับ
- เมื่อวานนั้น มีไม้พลาดช่วงเช้า ประกอบกับราคาเเกว่งค่อนข้างเเคบ ทำให้ติดขาดทุนอยู่เล็กน้อย
- ช่วงบ่ายพยามที่จะเเก้ขาดทุนคืน เเต่กลายเป็นว่าเจอไม้ขาดทุนเพิ่มเข้าไปอีก เเก้ยากกว่าเดิม -----> หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่โหมด เน้นจังหวะเทรดเเบบชัวร์& ไม้หนัก คล้ายๆสไตล์การชกเเบบเขาทราย คือ รอจังหวะเเล้วอัดโป้งเลย เหมือนจะได้ผล เเต่พื้นที่การเเกว่งของราคามันเเคบเกินไป เลยไม่สามารถเเก้ขาดทุนกลับมาได้
- ช่วงบ่ายขาดทุนนิดหน่อย = ปิดลบครับ เท่ากับว่าตอนนี้มีขาดทุนเพิ่มขึ้นมาอีก 1 วัน เป็น 7 วันเเล้วครับ
- เมื่อวานนั้น มีไม้พลาดช่วงเช้า ประกอบกับราคาเเกว่งค่อนข้างเเคบ ทำให้ติดขาดทุนอยู่เล็กน้อย
- ช่วงบ่ายพยามที่จะเเก้ขาดทุนคืน เเต่กลายเป็นว่าเจอไม้ขาดทุนเพิ่มเข้าไปอีก เเก้ยากกว่าเดิม -----> หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่โหมด เน้นจังหวะเทรดเเบบชัวร์& ไม้หนัก คล้ายๆสไตล์การชกเเบบเขาทราย คือ รอจังหวะเเล้วอัดโป้งเลย เหมือนจะได้ผล เเต่พื้นที่การเเกว่งของราคามันเเคบเกินไป เลยไม่สามารถเเก้ขาดทุนกลับมาได้
- ช่วงบ่ายขาดทุนนิดหน่อย = ปิดลบครับ เท่ากับว่าตอนนี้มีขาดทุนเพิ่มขึ้นมาอีก 1 วัน เป็น 7 วันเเล้วครับ
วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1151 ของการเดินทาง
ช่วงนี้ผมมีหลายเรื่องที่ต้องคิดทีเดียว ---> สำหรับตลาดวันนี้ S50Futures สามารถขึ้นไปทำ High ได้ สำหรับผมเเล้ว ผมมองเป้า SET รอบนี้เเถวๆ 1400-1450 เพราะจุดบริเวณนั้น คนจะมั่นใจกันสุดขีดคิดว่าจะไป 1,700
-ตอนนี้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจกันสุดๆ เเบบนี้มันจะลงยากครับ เพราะคนส่วนใหญ่ยังระวังตัวกันอยู่ หลายคนเริ่มเปิด Short กันเเล้ว ผมเลยคิดว่าSET ต้องขึ้นไปเเถวๆ 1400-1450 ก่อน เพื่อลากให้คนที่ Short ไว้กดดันจนต้องยอมคัทลอส เเล้วSET ถึงจะยอมปรับฐานใหญ่ ซึ่งผมว่าคงไม่นานเกินรอ เพราะตอนนี้เริ่มมีสัญญาณหลายๆอย่างว่าใกล้เเล้ว
-สำหรับการเทรดวันนี้ สามารถปิด + ได้ครับ
-ตอนนี้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจกันสุดๆ เเบบนี้มันจะลงยากครับ เพราะคนส่วนใหญ่ยังระวังตัวกันอยู่ หลายคนเริ่มเปิด Short กันเเล้ว ผมเลยคิดว่าSET ต้องขึ้นไปเเถวๆ 1400-1450 ก่อน เพื่อลากให้คนที่ Short ไว้กดดันจนต้องยอมคัทลอส เเล้วSET ถึงจะยอมปรับฐานใหญ่ ซึ่งผมว่าคงไม่นานเกินรอ เพราะตอนนี้เริ่มมีสัญญาณหลายๆอย่างว่าใกล้เเล้ว
-สำหรับการเทรดวันนี้ สามารถปิด + ได้ครับ
วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1150 ของการเดินทาง
สิ่งที่ผมเห็นเเละรู้สึกมากขึ้น จากการอ่านเนื้อหาจาก Fanpage ต่างๆในโลกการเงินเเละการลงทุน นั่นคือ มันเริ่มเหมือนการเมืองขึ้นมากเรื่อยๆ ทั้งดราม่า เชียร์หุ้น การโจมตี ผลประโยชน์ซับซ้อน เเละอื่นๆอีกมากมาย ............ ได้เเต่หวังว่า พัฒนาการของการเมืองบนโลกการลงทุน มันจะส่งผลดีต่อผู้เสพข้อมูล > ผลร้าย Credit by .... Tradetory (ไม่ได้บอกว่าผมเป็นคนดีนะ................. ผมก็มีการโจมตีเสียดสีเเละพาดพิง สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยเช่นกัน ถ้าใครติดตาม Blogผม จะเห็นว่าเมื่อประมาณ 2 ปีที่เเล้ว ผมเกือบโดนฟ้อง เพราะการวิจารณ์สัมนาราคาเเพงบางที่ )
-สำหรับตลาด วันอังคาร สำหรับผมถือว่ายากทีเดียว เพราะทำให้ อยู่ทั้งในเเดนขาดทุน เเละกำไรสลับกันไปมา เเต่โชคดีที่สามารถปิด +ได้ครับ
- ช่วงเย็นเเวะมานข้าว @ The mall บางกะปิ
-สำหรับตลาด วันอังคาร สำหรับผมถือว่ายากทีเดียว เพราะทำให้ อยู่ทั้งในเเดนขาดทุน เเละกำไรสลับกันไปมา เเต่โชคดีที่สามารถปิด +ได้ครับ
- ช่วงเย็นเเวะมานข้าว @ The mall บางกะปิ
วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันที่ 1149 ของการเดินทาง
วันนี้ เป็นวันเทรดเเรกของเดือน ช่วงนี้ผมชอบทานเบเกิลเป็นมื้อเช้าครับ อาจจะ + ชามะนาว ไม่ก็โค้กซีโร่
-ช่วงเช้าหาข้อมูล บางอย่างเกี่ยวกับอานิสงน์จากการทำบุญ ถือว่าน่าสนใจมากๆทีเดียว พบว่าการทำบุญเเต่ละวิธีการนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่นอกจากเรื่องของความสุขเเล้วยังมีเรื่องอื่นๆตามมีอีก
- ข้อมูลตาม Fanpage ต่างๆเดี๋ยวนี้เยอะมากๆ ที่เข้ามาให้เรื่องความรู้เกี่ยวกับการลงทุน เยอะเเยะไปหมด ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นอย่างที่เคยเป็นในอดีตหลายครั้งต่อหลายครั้งจริงๆ ที่ว่า ในยามตลาดกระทิงทุก "หมูก็ยังบินได้" เมื่อใครๆซื้อเเล้วก็กำไร ซื้อก็กำไร ความฮึกเหิมขาดความรอบคอบระมัดระวังจึงมีเยอะ ทำให้พลาดได้ง่ายๆ
-สำหรับ รูปแบบการเทรดวันนี้ ใช้ทั้งการเทรดเเบบเน้นปลอดภัย +ยิงไม้เล็กนำ ถ้าจังหวะนั้นชัวร์มากขึ้น ถึงดักจังหวะใส่ไม้ใหญ่ตามไป
-วันนี้สามารถปิด + ครับ
-ช่วงเช้าหาข้อมูล บางอย่างเกี่ยวกับอานิสงน์จากการทำบุญ ถือว่าน่าสนใจมากๆทีเดียว พบว่าการทำบุญเเต่ละวิธีการนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่นอกจากเรื่องของความสุขเเล้วยังมีเรื่องอื่นๆตามมีอีก
- ข้อมูลตาม Fanpage ต่างๆเดี๋ยวนี้เยอะมากๆ ที่เข้ามาให้เรื่องความรู้เกี่ยวกับการลงทุน เยอะเเยะไปหมด ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นอย่างที่เคยเป็นในอดีตหลายครั้งต่อหลายครั้งจริงๆ ที่ว่า ในยามตลาดกระทิงทุก "หมูก็ยังบินได้" เมื่อใครๆซื้อเเล้วก็กำไร ซื้อก็กำไร ความฮึกเหิมขาดความรอบคอบระมัดระวังจึงมีเยอะ ทำให้พลาดได้ง่ายๆ
-สำหรับ รูปแบบการเทรดวันนี้ ใช้ทั้งการเทรดเเบบเน้นปลอดภัย +ยิงไม้เล็กนำ ถ้าจังหวะนั้นชัวร์มากขึ้น ถึงดักจังหวะใส่ไม้ใหญ่ตามไป
-วันนี้สามารถปิด + ครับ
วันที่ 1148 ของการเดินทาง
อัพเดทย้อนหลังของวันเสาร์นะครับ
- ช่วงเช้าเเวะไปออกกำลังกายด้วย Weight traing เเละพบ Trainer
- ช่วงบ่ายมีนัดทานข้าวกับเพื่อนๆในชมรม Chaloke.com ครับ @ ร้าน Grey Hound สาขา The crystal เลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา
เนื้อหาที่น่าสนใจ
1.เรื่องราวเกี่ยวกับการเทรด เป็นการเเลกเปลี่ยนมุมมองเเละประสบการณ์ ที่เเต่ละคนเจอมาในตลาดช่วง 2-3 เดือนมานี้
2.เเลกเปลี่ยน ข้อมูล เเละ E-book ที่น่าสนใจ
3.เรื่องของโครงการทำบุญสร้างพระประธาน ซึ่งจะเราจะได้เห็นการจัดสัมนา ที่นำเงินไปทำบุญ 100% เร็วๆนี้
- เป็นการพูดคุยกันที่นานมาก เริ่มตั้งเเต่ 13.00-18.30
- ขอบคุณเพื่อนๆ จากชมรมนี้ ที่ทำให้ผมได้ไอเดีย เเละมุมมองบางอย่างที่น่าสนใจกลับไปคิดต่อเยอะเลยครับ
- ช่วงเช้าเเวะไปออกกำลังกายด้วย Weight traing เเละพบ Trainer
- ช่วงบ่ายมีนัดทานข้าวกับเพื่อนๆในชมรม Chaloke.com ครับ @ ร้าน Grey Hound สาขา The crystal เลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา
เนื้อหาที่น่าสนใจ
1.เรื่องราวเกี่ยวกับการเทรด เป็นการเเลกเปลี่ยนมุมมองเเละประสบการณ์ ที่เเต่ละคนเจอมาในตลาดช่วง 2-3 เดือนมานี้
2.เเลกเปลี่ยน ข้อมูล เเละ E-book ที่น่าสนใจ
3.เรื่องของโครงการทำบุญสร้างพระประธาน ซึ่งจะเราจะได้เห็นการจัดสัมนา ที่นำเงินไปทำบุญ 100% เร็วๆนี้
- เป็นการพูดคุยกันที่นานมาก เริ่มตั้งเเต่ 13.00-18.30
- ขอบคุณเพื่อนๆ จากชมรมนี้ ที่ทำให้ผมได้ไอเดีย เเละมุมมองบางอย่างที่น่าสนใจกลับไปคิดต่อเยอะเลยครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)























