กฎแห่งความมั่งคั่ง # 1:ความมั่งคั่ง เริ่มต้นที่การใช้จ่าย (ไม่ใช่เงินที่หาได้)
-ตอนเเรกผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องกฏของปาร์กินสันที่บอกว่า เมื่อเรามีรายได้มากขึ้นเราจะมีรายจ่ายมากขึ้นเท่ากับรายจ่ายเสมอ --> เเต่มันเป็นเช่นนั้นจริงๆครับ มันเกิดขึ้นกับตัวผมชัดเจนเลย เมื่อรายได้มากขึ้น Lifestyle มันเริ่มเปลี่ยนไป ที่สังเกตได้ชัดคือเรื่องของการกิน ผมทานอาหารเเบบไม่ค่อยคิดเรื่องราคาเท่าไหร่ ทานเสร็จเเล้วก็รูดบัตรเครดิตไป พอมาถึงตอนต้องจ่ายบัตร ถึงกับต้องประหลาดใจว่ารายจ่ายมันมากขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย หลังจากนั้นมาผมเริ่มคิดว่า เรื่องของ Life style เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เเละต้องปรับเปลี่ยน วิธีเเก้ไขก็คือ ให้กันเงินส่วนหนึ่งไว้ก่อนเลยสำหรับการออมเเละลงทุน
-เป็นข้อสรุปได้ว่า ควบคุมค่าใช้จ่าย = ควบคุมอนาคต
กฎแห่งความมั่งคั่ง # 2:สร้าง “ทรัพย์สิน” ก่อนซื้อ “หนี้สิน”
“ทรัพย์สิน” (Asset) คือ สิ่งที่ทำให้เงินไหลเข้ากระเป๋า (มีแล้วทำให้เงินเราเพิ่มขึ้น)
ทรัพย์สินที่คนรวยนิยมถือครอง แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ
- ตราสารทางการเงิน เป็นทรัพย์สินที่มีกระดาษเป็นเครื่องตรามูลค่า อาทิ หุ้น บัตรบัตร และกองทุนรวมฯลฯ เป็นกลุ่มทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องสูงสุด แต่ก็มีความเสี่ยงสูงสุดด้วยเช่นกัน เนื่องจากผู้ถือครองไร้อำนาจควบคุมในตัวทรัพย์สิน
- อสังหาริมทรัพย์ จัดเป็นทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องในการโอนย้ายหรือเปลี่ยนมือไม่สูงนัก แต่เป็นทรัพย์สินที่สามารถใช้พลังทวีได้สูง และผู้ถือครองมีอำนาจควบคุมทรัพย์สินได้เต็มที่
- ธุรกิจ จัดเป็นทรัพย์สินที่ทรงพลังและสร้างพลังทวีทางการเงิน (Financial Leverage) ได้สูงสุด สร้างผลตอบแทนได้สูงสุด แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่ต้องอาศัยความสามารถในการบริหารจัดการที่สูงด้วยเช่นกัน
“หนี้สิน” (Debt) คือ สิ่งที่ทำให้เงินไหลออกจากกระเป๋า (มีแล้วทำให้เงินเราลดลง)
-Ex หากเราซื้อรถยนต์คันหนึ่งราคา 500,000 บาท ดาวน์ 10% และจัดไฟแนนซ์อีก 450,000 บาท ทำให้ต้องส่งธนาคารเดือนละประมาณ 7,500 บาท ในกรณีนี้ รถยนต์คันดังกล่าวจะถือเป็น “หนี้สิน” เพราะเมื่อซื้อมันมาแล้ว ทำให้เราต้องมีไหลออจากกระเป๋าเป็นประจำทุกเดือน
กฎแห่งความมั่งคั่ง # 3:วางแผนเกษียณ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน
ทางเลือกในการออมเงินเพื่อเกษียณอายุ สามารถทำได้ 2 วิธี
ทางเลือกที่หนึ่งซึ่งนิยมทำกัน ก็คือ กำหนดตัวเลขเงินออมเป้าหมาย เช่น 3 ล้าน หรือ 5 ล้าน จากนั้นวางแผนเก็บเงินจากวันนี้ไปจนถึงวันเกษียณ ให้ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ
วิธีที่ดีกว่าและอยากแนะนำให้ทำ ก็คือ การสร้างทรัพย์สินที่ให้กระแสเงินสดต่อเดือน เท่ากับ ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้หลังเกษียณ เช่น หากประเมินแล้วว่า หลังเกษียณเราต้องใช้จ่ายเดือนละ 20,000 บาท ก็ให้เริ่มลงมือสะสมทรัพย์สินที่ให้กระแสเงินสดตั้งแต่วันนี้ โดยอา0ลงทุนในธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า พันธบัตร หรือหุ้นปันผล อะไรก็ได้ที่ให้กระแสเงินสด โดยค่อยๆสะสมทรัพย์สิน จนได้กระแสเงินสดตามเป้าหมายรายจ่ายที่วางแผนไว้
- ส่วนตัวผมชอบวิธีหลังครับ --> ผมตั้งใจจะใช้ตราสารทางการเงิน ในการสร้าง Cash Flow เพื่อเกษียณ
กฎแห่งความมั่งคั่ง # 4:เตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องร้ายๆ (แล้วชีวิตจะพานพบแต่เรื่องดีดี)
-ตรงนี้ให้เรารู้จักที่จะวางการประกัน ทั้งประกันชีวิตเเละประกันสุขภาพ อย่างของผมนั้น.... ผมโชคดีที่ทำประกันสุขภาพไว้ พอป่วยหมอนรองกระดูกมีปัญหา ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง ประกันสุขภาพที่ทำไว้ก็มีผลทันทีครับ ซึ่งผมมองว่าการทำประกันนั้นมีความสำคัญมากๆ (เพื่อนที่ติดตามอ่าน Blog Tradetory มาเรื่อยๆ จะพบว่าเมื่อกุมภาพันธ์ปีที่เเล้วผมต้องเข้า รพ. เพราะปัญหานี้นั้นเอง)
กฎแห่งความมั่งคั่ง # 5:ลงทุนความรู้เป็นอันดับแรก
-หากเราต้องการประสบความสำเร็จทางการเงิน มั่งคั่งจากการลงทุน สิ่งที่เราต้องทำเป็นอันดับแรก ก็คือ อุทิศเวลาทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับการลงทุนที่เราสนใจให้ดีเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยๆพัฒนาแผนการลงทุนของตัวเองขึ้นมา ควบคุมและลงทุนตามแผน อีกทั้งพัฒนาแผนการลงทุนให้ดีขึ้นตามประสบการณ์และชั่วโมงบินที่สูงขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า High understanding , High Return
กฎแห่งความมั่งคั่ง # 6:ลงทุนเพื่อกระแสเงินสด
รูปแบบของกระแสเงินสดที่ผู้ลงทุนจะได้รับ อาจมาในรูปของ ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า หรือส่วนแบ่งรายได้ ฯลฯ ขึ้นอยู่กับว่าลงทุนในทรัพย์สินใด ทั้งนี้ลักษณะของผลตอบแทนในรูปกระแสเงินสดมักจะเป็นผลตอบแทนที่ได้มาคราวละไม่มาก ต่างจากการลงทุนเพื่อส่วนต่าง แต่ได้ต่อเนื่อง ตราบเท่าที่ผู้ลงทุนยังถือครองทรัพย์สินนั้นเปรียบได้กับการเลี้ยงวัวนม ที่เราสามารถรีดนมไปขายได้ทุกวัน โดยที่แม่วัว (ทรัพย์สิน) ยังอยู่กับเรา
กฎแห่งความมั่งคั่ง # 7:บริหารเงินอย่าง “มีระบบ” และ “เป็นระเบียบ”
เรื่องการบริหารเงิน โดยหลักแล้วมีมิติที่ต้องพิจารณาอยู่แค่ 2 เรื่อง นั่นคือ เงินที่ไหลเข้า (Cash inflow)กับเงินที่ไหลออก (Cash Outflow)ในชีวิตประจำวันของคนเรานั้นมีเงินเข้าและออกจากกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา หัวใจสำคัญก็คือ
1) เงินไหลเข้าต้องมากกว่าเงินไหลออก (เกิดการสะสม) คนเราจึงจะ “มั่งคั่ง” ได้
2) ลำดับเงินไหลเข้าและออก ต้องเหมาะสม หรือที่เรียกกันว่า มี “สภาพคล่อง” ที่ดี
กฎแห่งความมั่งคั่ง # 8:รวยไม่ได้ ถ้า “ให้” ไม่เป็น
หากจะวัดความร่ำรวยกันจริงๆ เราควรวัดความร่ำรวยของแต่ละบุคคลเทียบกับความรู้สึกของตัวเองมากกว่าเทียบเคียงกับคนอื่น ว่าแค่ไหนที่ทำให้เรารู้สึก "พอ"พออิ่ม พอหลับสบาย พอเสริมความสุขให้ชีวิตได้ตามชอบ
อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถแยกระหว่าง “คนรวย” กับ “คนจน” ออกจากกันได้อย่างชัดเจน ก็คือ ความยินดีและเต็มใจที่จะ “ให้” หรือ “แบ่งปัน” สิ่งที่ตนมีกับผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน
กฎแห่งความมั่งคั่ง # 9:คิด-ทำ-มี
เท่าที่ได้ลองศึกษาอัตชีวประวัติของผู้ประสบความสำเร็จ พบว่าผู้ประสบความสำเร็จนั้นแท้จริงแล้วไม่ได้รู้ไปเสียทุกเรื่องในตอนเริ่มต้นทำตามความฝันของตัวเอง พวกเขาแค่มีความชัดเจนในวิสัยทัศน์ รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ใช้แรงบันดาลใจเป็นตัวนำทาง ศึกษาและเรียนรู้พอให้เห็นภาพรวมว่าจะต้องทำอะไรบ้าง วางแผนงานเท่าที่รู้ ที่เหลือก็ค่อยๆเพิ่มค่อยๆเติมระหว่างทางที่ลงมือปฏิบัติ(Learning by Doing) จากนั้นจึงพัฒนาทุกอย่างสู่ความสำเร็จดังนั้น จงอย่ารอให้รู้ทั้งหมด 100% แล้วค่อยลงมือทำ แต่จงเริ่มทำ 100% จากที่รู้ สร้างทักษะและต่อยอดความรู้ออกไปเรื่อยๆ
---------------------------------------------
สำหรับการโหลด E-book ฉบับเต็มมาอ่านนั้น ก็ไปที่ Link นี้ครับ
----------------------------------------------
มาที่ตลาดวันนี้กันบ้าง

- เปิดเช้ามาราคา S50Futures ก็เปิดกระโดดขึ้นไป จากนั้นก็มีเเรงกดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ราคา Pull back มาให้ Short 3 รอบด้วยกันก่อนที่ราคาจะไหลลงไป Low ที่ 746 ก่อนจะปิดเช้าไปที่ 746.6
-ช่วงเช้าขาดทุนอยู่นิดหน่อยครับ

- ช่วงบ่าย S50Futures เปิดกระโดด จากนั้นย่อลงมา เเล้วสามารถสร้างฐานกลับมาได้ --> จากนั้นมาการเปลี่ยน Trend เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาเริ่มสร้างฐาน เเละ Break ขึ้นไป
- จากนั้นมีช่วงให้ Long ตามได้ 2 ช่วงด้วยกัน ---> วันนี้สามารถปิด + ได้
- สรุปเดือนนี้สามารถปิด Clean ได้
วันนี้ผมเอาบทความล่าสุดไปลงที่ Blog ของ Settrade.com เป็นเรื่องราว ของการเดินทางมาสู่อาชีพเทรดเดอร์ โดยเพื่อนๆสามารถติดตามอ่านกันได้ที่ โดยสามารถกดลงบนตัวหนังสือสีฟ้าที่ผมทำ Link ไว้เเล้ว ได้เลยครับ






- รูปแบบตลาดขออธิบายด้วยภาพนะครับ
10.45 :เเวะมาดูสถานการณ์ S50Futures กันเเบบสดๆ ---> ว่าจะตรงตามตำรา รึไม่ --> จะทะลุเเนวต้านเเล้วไปต่อเลย รึว่าเป็นเเค่ False Break
- สำหรับเพื่อนๆ นักลงทุนที่เล่น เทรดระยะสั้น ---> ลองสังเกตุ Time frame 1 นาทีดู จะพบว่า หลังจากที่ Break เเล้วราคาก็ขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีการ Pull back ลงมาเป็นระยะ เเล้วเด้งไปต่อ - ช่วงบ่าย ตลาดต่างประเทศดูไม่ดี ราคาหลุด เส้นค่าเฉลี่ยลงมา จากนั้นPull Back ให้ Short
- ช่วงบ่ายมีทั้งไม้ที่ได้ เเละไม้ที่โดน ----> เเต่วันนี้สามารถปิด + ได้ เเต่เเทบไม่ได้กำไร เพราะไม้พลาดต่อเนื่องช่วงหลังๆ สำหรับปีนี้ 2012 ยังสามารถปิด Clean ได้ทุกวันครับ เเม้จะมีวัน เฉียด บ้างก็ตาม




- ช่วงเช้าเทรดได้กำไรนิดหน่อยครับ




-วันนี้เป็นวันเทรดเเรกของสัปดาห์ : ช่วงเช้าราคายังเเกว่งอยู่ในกรอบเเคบๆ เส้นประที่ผมขีดเอาไว้ เทรดค่อนข้างยากครับ
- ช่วงบ่ายก่อนที่ TFEX จะเปิดนั้น ทั้ง Dow Jones Futures & Hangseng บวกขึ้นมาเยอะ เลยส่งผลให้ S50Futures ของไทยเปิดกระโดด