วันที่ 1177 ของการเดินทาง

-สำหรับวันนี้ เป็นวันเทรดสุดท้ายของเดือนครับ  ในการเทรดเดือนนี้ ผมขาดทุน เเบบ Big loss ไปสองวันด้วยกัน  ทำให้เป็นเดือนที่เหนื่อยเลยทีเดียว เเต่ในที่สุดก็สามารถไล่ Cover ขาดทุนกลับ เเล้วได้กำไรมาพอสมควร   อาจะเนื่องจากตลาดมีพื้นที่การเเกว่งช่วง 2 อาทิตย์หลัง 

-วันนี้  ทิศทางยังคงเป็นการรีบาวน์ต่อเนื่องจากเมื่อวานอีกที   เนื่องจากวันนี้พื้นที่การเเกว่งมีให้ครับ จึงสามารถปิด + ได้

วันที่ 1176 ของการเดินทาง

สำหรับตลาดวันนี้ ตลาดรีบาวน์ขึ้นเร็วเเรง  มีเเรงซื้อกลับไปเเรงเลยทีเดียว  เเนวต้านที่ผมคิดว่าไม่น่าผ่านก็มีเเรงซื้อเข้ามาจนผ่านได้ไม่ยากเย็น
– ราคาของ Futures สามารถขึ้นมาปิด Gap  ได้สำเร็จ
-สำหรับวันนี้  สามารถปิด + ได้ครับ
-ช่วงเย็นๆ มีประโยคนึงขึ้นมาตาม Status ใน Facebook  คือคำว่า ” แก่ สปอร์ต ใจดี กทม”  ซึ่งทำให้คุณลุงท่านนึง กลายเป็นคนดังไปชั่วข้ามคืน  —> เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  อย่าประมาทกระเเส Social Network เชียว”

วันที่ 1175 ของการเดินทาง

ความลับของการเทรด ข้อนึงที่ผมได้เรียนรู้มาตลอด 3 ปีในเทรดเดอร์อาชีพ คือ ….”รู้จักพอ” ครับ ….เมื่อไหร่รู้จักคำว่าพอ ความเครียดในการเทรดของเราจะลดลงไปมาก เเละมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น —-> นั่นทำให้เราเทรดได้ดี เเละ ได้กำไรอย่างพอเพียงครับ

– สำหรับ การเทรดวันนี้สามารถปิด + ได้ครับ 
-เเละภาพรวมของเดือนนี้ โดยรวมเเล้วถือว่าโอเค ครับสามารถแก้วัน Big loss 2  วันได้  กลับมาได้กำไรมากกว่าเดือนที่เเล้ว ครับ

-วิวพระจันทร์จากริมขอบทางด่วน….พอดีรถตู้ที่นั่งมา.มาเสียบนทางด่วนพอดี …ระหว่างรอรถคันใหม่มาเปลี่ยน อีก40 นาที  รอนานกันเลยทีเดียว ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรดีเลยถ่ายภาพวิวมาเป็นที่ระลึก
-ช่วงเย็น เเวะไปออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ครับ  วันนี้เน้น Weigh Training  เป็นหลัก

วันที่ 1174 ของการเดินทาง

-วันนี้ไปเป็นนักเรียน….ในงานสัมนาเรื่อง money management จัดโดย mangmaoclub.com ร่วมกับ chaloke.com ครับ 
–  ข้อความน่าสนใจ คือ….เพราะตลาดคือเรื่องราวของความน่าจะเป็น….ดังนั้น คำว่า”ผมไม่รู้”. ว่าตลาดจะเป็นอย่างไร. จึงสำคัญมากๆ ….ยิ่งพยามหาคำตอบจากตลาดให้ได้มากเท่าไหร่ ยิ่งห่างไกลจากการทำกำไรมากขึ้นเท่านั้น………..

ประเด็นที่น่าสนใจที่อยากจะนำมาเเชร์เพื่อเป็นความรู้เเละไอเดียสำหรับเพื่อนๆนักลงทุน
1.มีตัวอย่างจากระบบเดียวกัน 3 ระบบ  คือ A B C  เเต่พบว่าเพียงเเค่ใช้ระบบ Money Management  ที่ต่างกัน เเล้วผลตอบเเทนต่างกันลิบลับเลยทีเดียว 

2.ส่วนใหญ่เเล้ว Indicator   นั้นถ้าเราวัดความสามารถเฉพาะจุดเข้า ( วัดเฉพาะจุดเข้า)  ส่วนจุดออกใช้ Time stop เอา  เพื่อจะดูว่า Indicator ส่วนใหญ่มีความเเมนยำเเค่ไหน พบว่าความเเม่นยำในการเข้านั้นอยู่ที่ราวๆ 45-50% เท่านั้นเอง

3.เราจำเป็นจะต้องเตรียมใจรับการขาดทุน  เพราะมันเป็นต้นทุนของระบบ  ถ้าเราเตรียมตัวรับการขาดทุนมาเเล้ว  เราจะฟุ้งซ่านลดลงเเละมีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้น

4.ในการเข้าสู่ตลาดนั้น  ขั้นเเรกที่ต้องคำนึงก่อนเสมอๆ คือเรื่องของการควบคุมความเสี่ยง  เหมือนกับเวลาที่เราเห็นนักยูโดฝึกฝนกัน  บทเรียนเเรกคือการเรียนรู้เรื่อง ล้มอย่างไร ???

5.ความน่าจะเป็นคือ ความเป็นไปได้ที่ “อาจจะเกิดขึ้น” หรือ ” ไม่เกิดขึ้น”  ………….. ส่วนความผันผวน มันคือ การเปลี่ยนเเปลง  ซึ่งมันคือสิ่งจำเป็นสำหรับเทรดเดอร์ 

6.เล่นในเกมส์ที่เราได้เปรียบ ซึ่งคำว่าเกมส์ที่ได้เปรียบ นั่นหมายถึงเกมส์ที่กำไรคาดหวังเป็นบวก ( ลองไปหาข้อมูลของคำว่ากำไรคาดหวังดูนะครับ  สำคัญจริงๆ )

7. Martingale —> การบริหารหน้าตักเบบที่นักพนันชอบใช้กันในบ่อน 
– ถือเป็นการโกงความตายด้วยการพยามฉวยโอกาสจาก Losing Streak
ข้อดี
-อาจทำกำไรในเกมส์ที่ไม่มีความได้เปรียบ หรือ มี Edge ได้
-ถูกครั้งเดียวก็สามารถกลับมาคืนทุนได้

ข้อเสีย
.ให้การเติบโตเเบบ Linear
– มี Drawdown ที่สูงมาก
– เเบกรับต้นทุนที่สูงจนเกินไป
-เป็นการเดิมพันที่ให้ Pay-off ไม่คุ้มค่าโดยเฉพาะเมื่อเสียติดๆกัน
-ถ้าจะใช้ได้จริงต้องมีเงิน infinity
-สุดท้ายเเล้วก็ต้องตายอยู่ดี ( ถ้าไม่เลิกก่อน)

8.Anit- Martingale
ข้อดี
-สร้าง Geometric Growth เร่งกำไรในระยะยาว
-ปิดประตูเจ๊งลดโอกาสเจอ Risk of ruin
-Sequence หรือลำดับของกำไร-ขาดทุนไม่มีผลต่อผลกำไรปลายทาง
ข้อเสีย
-ไม่สามารถทำกำไรจากเกมที่เสียเปรียบหรือไม่มี Edge ได้
-การชดเชยที่ไม่ยุติธรรมหรือ Asymmetricsl Leverage

วันที่ 1173 ของการเดินทาง

ขออัพเดทย้อนหลังของวันเสาร์นะครับ ……….  สำหรับวันเสาร์นั้นช่วงเช้าเเวะไปออกกำลังกาย @  Fitness
– จากนั้น เเวะไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ เเถวๆ ซอยกรุงเทพกรีฑา  ซึ่งใช้เวลานานเลยทีเดียว ………  พบว่าญาติผมสนใจเรื่องการลงทุน ด้วยเลยคุยกันสนุกเลยทีเดียว   อย่างที่บอก ถ้าคุบเรื่องการลงทุนเเล้ว ผมจะคุยได้นาน  น้ำไหลไฟดับ เเละลืมเวลาครับ
– จากนั้นกลับถึงบ้าน  นั่งไล่หา Clip ย้อนหลังของ The voice มาดู  … สำหรับวันเสาร์นั้นผมไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเทรดมากนัก

วันที่ 1172 ของการเดินทาง

-ช่วงเช้านั้น ราคาของ S50Futures เปิดกระโดดลงมา  เนื่องมาจากทั้งDow Jones เเละ Hanagseng ล้วนพากันลบ 
– จากนั้นมีเเรงขายเข้ามาค่อนข้างชัดเจน  โดยราคาสามารถทะลุเเนวรับสำคัญ @ 870 มาได้ ซึ่งเเนวรับตรงบริเวณนี้นั้น เเข็งเเกร่งมาก จากนั้นราคาก็ไหลงมาเรื่อยๆ 
-มีเเรงรับเข้ามาบริเวณ 863  เเล้วราคาก็รีบาวน์กลับขึ้นมาได้พอสมควร   เเต่ก็ยังเป็นเเนวโน้มขาลงอยู่ครับ
-วันนี้สามารถปิด + ได้

วันที่ 1173 ของการเดินทาง

-สำหรับการเทรดวันนี้ นั้นช่วงเช้าเป็นไปตามคาดเลย คือราคาลงมาทดสอบเเนวรับสำคัญเเถวๆ 870  ซึ่งเป็นเเนวรับที่เเข็งเเกร่งมากๆ   ถ้าลองดูจากภาพ จะเห็นว่าหลังจากที่ราคาหลุดเส้นขาวๆ สองเส้นก็วิ่งลงไปทดสอบเเนวรับเเบบเร็วเเละเเรงเลยทันที
– ซึ่งในหัวผมนั้นเห็นภาพว่า  ราคาจะรีบาวน์เล็กน้อย  เเล้วลงไปทดสอบอีกรอบ  เเต่มันไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ครับ
-ราคาค่อยๆ ไต่ระดับอย่างช้าๆ  เเล้วรีบาวน์ขึ้นไปปิด + ได้  ซึ่งเกินความคาดหมายจริงๆ  
– วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ

– ช่วงเย็นๆ เเวะไปงาน  Prop Trader Networking @ โรงเเรมเอราวัณครับ  ซึ่งงานนี้เหล่า เทรดเดรอ์ทั้งหลายจะมารวมตัว ทานมื้อเย็นกัน เเละเข้าร่วมสัมนา 
– วันนี้ Prop Trader จาก บล.ผมไปกัน 4 คน —->  ยืนหาอะไรทาน จากนั้นก็กลับก่อน  ไม่ได้เข้าฟังสัมนา  ตามสไตล์ Day Trader  โกย เเล้วหนี( พูดเล่นนะครับ  555)
-จากนั้น ผมเเวะไปนวด อโรม่าผ่อนคลาย @ HealthLand เอกมัยครับ   ช่วงนี้ปวดหลังจริงๆ

วันที่ 1172 ของการเดินทาง

สำหรับตลาดวันนี้ นั้นถือว่าเทรดง่ายกว่าวันอื่นๆ เพราะมีทั้งพื้นที่การเเกว่ง เเละปริมาณที่เพียงพอให้สามารถเข้าออกได้ —> วันนี้เเรงขายเข้ามาค่อนข้างชัดเจนทีเดียว
– ช่วงเช้านั้น Futures เปิดสูง เเล้วก็ยังไม่ลง  ค้างอยู่นานทีเดียว ก็ที่จะปรับตัวลงมา
-วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ
-คืนนี้ ราคาน้ำมันลงมาเเรงมาก ต้องดูว่าจะมีผลต่อกลุ่พลังงานพรุ่งนี้อย่างไรบ้าง
-ช่วงนี้ฝนตกทุกเย็นเลยครับ 

วันที่ 1171 ของการเดินทาง

ช่วงเช้าเเวะไปออกกำลังกาย @ ฟิตเนส ราวๆ 9-10 โมง
-จากนั้นเเวะไปดูหรังเรื่องนี้ครับ Lawless

-เนื้อเรื่องทำได้ดี  ฉากก็ดู Classic  โดยรวมๆเเล้วผมว่าลงตัวหมดเลย  ผมให้ 8.5/10 นะครับสำหรับหนังเรื่องนี้
-จากนั้นช่วงบ่ายๆ ผมออกไปเดินงานสัปดาห์หนังสือเเห่งชาติ @ ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิตติ์

วันที่ 1170 ของการเดินทาง

ขออัพเดทย้อนหลังของวันจันทร์นะครับ
– สำหรับวันจันทร์ ผมเทรดโดยใช้ Size ไม่ใหญ่ เน้นการเข้าออก ถี่ๆ หน่อย
-ราคานั้นเปิดต่ำเเล้วลงอีกเล็กน้อยจากนั้น Rebound จากลบกลับมาสู่เขียวได้ ซึ่งถือว่า สุดยอดจริงๆสำหรับตลาดไทย  ที่ลงค่อนข้างยากเนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่ยัง Bullish กันอยู่ 
-วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ

-เลิกงาน ผมเเวะไปทานราเมนมะเขือเทศ @ Tomato Reman ที่ Gateway
 -จากนั้น  เเวะไป นวดผ่อนคลาย @ HealtLand เอกมัย เนื่องจากผมรู้สึกปวดหลังเเละเอวมากทีเดียว

วันที่ 1169 ของการเดินทาง

-วันนี้ผมเเวะเข้าไปร่วมสัมนา  Proppety Millionair —> จัดที่โรงเเรมรอยัล เบญจาครับ  เริ่ม9.00-18.00  สาเหตุที่ผมสนใจเข้าร่วมสัมนนี้เนื่องจาก
1.เคยได้ยินมาว่า การลงทุนในอสังหา นั้นมี Leverage ที่สูง  อาจจะสูงถึง 10 เท่าเลยก็ได้ ถ้าเรารู้จักวิธีการกู้เงินธนาคาร
2.เพื่อนให้ความสนใจ   ก็เลยอยากจะลองมาเรียนรู้ดีบ้าง  ว่ามีความเเตกต่างจากพวก Paper asset มากเเค่ไหน

-วันนี้ได้ความรู้ทีน่าสนใจเยอะมากทีเดียว  ตามประเด็นดังต่อไปนี้นะครับ
1. Leverage สูงจริงๆ —> เนื่องจากเราวางเงินของตัวเองน้อยมาก ส่วนใหญนั้นใช้ การกู้เงินจากธนาคารมาช่วยการการสร้างสินทรัพย์
2.ทบทวนคำว่า “Passive Income” กันอีกที
3.รู้จักเเหล่งในการหาซื้ออสังหาริมทรัพย์
4.การใช้ประโยชน์จากเครดิตการ์ดในการที่จะทำให้เรามีเครดิตที่ดี เเละสามารถเพิ่มปริมาณการกู้เงินจากธนาคารมาใช้ได้เพิ่มขึ้น
5.เเม้ว่าการ Growth ของอสังหา จะมีไม่มากนัก (ราวๆ 5-10%ต่อปี ) เเต่ที่น่าสนใจ คือตัวที่คูณเข้าไป หรือที่เราเรียกว่า Leverage   นั่นเอง
6.การเลือกอสังหาริมทรัพย์   ว่าควรอยู่ิทศไหน  หลีกเลี่ยงอะไรบ้าง

คืนนี้ ผมตั้งใจจะนอนเร็วหน่อย  เพราะรู้สึกเหนื่อยล้าจริงๆ ครับ

วันที่ 1168 ของการเดินทาง

– วันเสาร์ ช่วงเช้านั้นผมตื่นเเวะไปออกกำลังกาย @  Fitness First  เดอะมอลล์บางกะปิ 
– จากนั้นช่วงบ่ายๆ เข้าร่วมสัมนา ที่ทาง SRDC จัดขึ้น  โดยมี คุณ Orange Roshan ซึ่งเป็นSpeaker  จากบรูไนมา วิเคราะห์ภาพรวมเกี่ยวกับโลหะมีค่าทั้งในส่วยของเงิน เเละทางคำให้ฟัง
โดยประเด็นที่น่าสนใจ มีดังนี้
1. มูลค่าของทองคำนั้นจริงๆเเล้วมัน Constant คือคงอยู่กับที่ เเต่ที่เรารู้สึกว่าทองคำมีราคาเเพงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจาก มันเทียบกับ US Dollar ซึ่งเป็น Paper Money ซึ่งนับวันมีเเต่จะเสื่อมค่าลงทุกๆวัน —->  ทำให้ราคาทองคำค่อยๆขยับจาก 37$ มาจนปัจจุบันที่เกือบทจะ 2,000$ 

2.คุณโรชานมองว่า Dollar Collaspe เเน่ๆ –> คือจะหมดมูลค่า เเละมีเเนวโน้มว่า โลกจะกลับมาสู่มาตรฐานทองคำอีกครั้งหนึ่ง  ดังนั้น สิ่งที่เราควรเก็บไว้เพื่อรักษาความมั่งคั่งของเราจริงๆ คือ ที่ดิน / โลหะมีค่า / Coomodities ( พวกพืชผลการเกษตรต่างๆ)

3.ระบบธนาคารปัจจุบันที่ทั่วโลกใช้กันนั้น  สมมุติว่า A เอาเงินไปฝากธนาคาร 1000 บาท  ธนาคารจะเก้บเงินไว้จริงๆ 100 บาท อีก 900 บาทจะเอาไปปล่อยกู้ —> นั้นหมายความว่า ถ้าเกิด Dollar Collaspe  เเละคนแห่ไปถอนเงินพร้อมกัน  ธนาคารจะไม่สามารถเอาเงินมาคืนเราได้  ตรงนี้คือจุดที่น่ากลัวซึ่งเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะเกิดเมื่อไหร่

4.ตลาดทองคำนั้น  มีBig Player ที่คอยควบคุมทิศทางตลาดอยู่  ซึ่งคล้ายๆเเนวคิดในหนังสือเศรษฐศาสตร์เเห่งความจริง ที่เขียนโดย คุณพิชัย จาวลา

-ซึ่งทำให้ผมคิดได้ทันที ว่าในยามที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจกับระบบเงินโลก  ประเทศที่จะรอดคือประเทศที่ต้องสามารถผลิตอาหารได้เองเเละอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงระบบการเงินโลกมากนัก  …….

ซึ่งวิธีการที่จะช่วยให้เราสามารถ อยู่รอดอย่างเเท้จริงนั่นคือ ระบบเศรษฐกิจเเบบพอเพียง..ที่ในหลวงทรงเน้นย้ำอยู่เสมอนั่นเอง

วันที่ 1167 ของการเดินทาง

วันนี้ เป็นวันที่มีประชุมกับผู้บริหารตอนเที่ยง  ช่วงเช้าเล่ยเทรดเเบบรัดกุมมากๆ  มีไม้ + เเละ – สลับเกินไป  ไม่เข้าไปเทรดในจังหวะที่เสี่ยงเลย 
– ช่วงเช้าถือว่าเจ๊าอยู่ครับ  คือจะว่า -ติ๊ดนึงก็ได้  เพราะ ขาดทุนอยู่หลักร้อย เเต่ถ้ารวม Rebate กลับจากบริษัทเเล้วก็เป็น + 
– ช่วงบ่าย เพื่อนๆในเเผนก 4 คนรวมผมด้วยจากทั้งห้องเทรดที่มีอยู่ 6 คน ตัดสินใจลางานช่วงบ่าย เเล้วออกเดินทางไป ลำลูกกา ปทุมธานี  เพื่อไปพบปะอาจารย์ท่านนึง  ซึ่งจะช่วยชี้เเนะเเนวทางเรื่องของ กฏเเห่งกรรมให้ฟัง   จริงๆตอนนี้ผมรู้ว่าเหตุผลจริงๆ คือเทรดเดอร์รู้สึกเหนื่อยล้ากับตลาด เเละต้องการการพักผ่อนครับ   หลังจาก Present ผลงานการเทรดให้ผู้บริหารฟังเเล้ว  รู้สึกโล่ง เลยอยากพักกัน
– พวกเราไปรออาจารย์ @ โรงเเรม N-Siri —-> รออยู่ราวๆ 2 ชั่วโมง
– มีคนรออยู่ค่อนข้างเยอะทีเดียว
-พออาจารย์มา อาจารย์ก็พูดเรื่องทั่วๆไป  เเละถามเเต่ละคนว่า “เชื่อเรื่องกฏเเห่งกรรมไหม??”
-จากนั้นไม่นาน พวกเราก็เดินทางกลับ เเละเเวะทานข้าวมื้อเย็น @ ร้าน Viva Cafe”  CDC เลียบทางด่วนเอกมัย รามอินทรา ครับ
-คืนนี้เหนื่อยมากๆ  ต้องการการพักผ่อนจริงๆ

วันที่ 1166 ของการเดินทาง

-ตอนนี้กราฟกำไรสะสมของผมเริ่ม Recover กลับมาได้เเล้วครับ หลังจากที่เจอ Big loss ไป 2 ก้อน  โดยก้อนเเรกนั้นถือว่าใหญ่มากๆ ที่สุดตั้งเเต่ทำงานมา  ซึ่งเกิดจากการคุมอารมณ์ไม่ได้ของตัวเองในการเทรด  ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้  เพราะประสบการณ์ในสายเทรดเดอร์อาชีพก็ปา ไป 3 ปีกว่าเเล้ว ….. เเต่อย่างที่ผมบอกครับ  ในโลกของการลงทุนนั้น ทุกอย่างเป็นไปได้หมด 

– เเม้ว่าจะต้องใช้เวลาหลายวันทีเดียวกว่าจะ cover  Big loss ทั้ง 2 ก้อนกลับมาได้  เเต่ระหว่างทางได้เรียนรู้อะไรเยอะทีเดียวครับ  โดยเฉพาะรูปแบบการเทรดเเบบรัดกุมมากๆ   ซึ่งผมไม่ได้เล่นเเบบนี้มานานเเล้ว 
-ตอนนี้ความเครียด + กดดันหายไปเเล้ว  —-> รู้สึกผ่อนคล้ายมากขึ้น  สำหรับวันนี้สามารถปิด + ได้ครับ

วันที่ 1165 ของการเดินทาง

S50Futures : เกมส์เปลี่ยนไวมากครับ เมื่อวานนี้ จากที่ผมมองทางลง —-> ซึ่งตลาดเฉลยให้ผมทราบเเล้วทันที ว่า”ผิดครับ” ราคาไม่ยอมทำ Low เเถมเด้งเเรงมาก จนใครที่เล่นขา Short ต้องคัทลอสทิ้งไปเเถวๆ 883

-เเนวต้านต่างๆที่ผมขีดไว้ ราคาก็สามารถทะลุได้หมดเลย
-เพื่อนๆนักลงทุนที่เทรด อย่าลืมตั้งจุด Cut loss กันนะครับ เวลาเข้า Positon ไม่ยากครับ ….. เเต่เวลาออก ที่ยากกว่าเยอะ เพราะบางทีเราผิดทาง เราต้องตัดใจคัทลอสทิ้ง เพื่อรักษาพอร์ตส่วนใหญ่ไว้ครับ
-สำหรับสันพุธ ปิด + ได้ครับ

วันที่ 1164 ของการเดินทาง

วันนี้ยังคงเน้นการเทรดเเบบรัดกุม —>  โดยเน้นการคัทลอสที่เร็วเช่นเคย ไม่ชัวร์โยนทิ้งทันที เเบบไม่ยื้อเวลา  ข้อดีของการเทรดเเบบนี้คือ เเทบไม่มีโอกาสขาดทุนหนักเเต่ก้อดโอกาสได้กำไรเยอะๆไป 
– ให้เราลองจินตนาการไป ถึงเกมส์โป๊กเกอร์ ที่หมอบตาเเรก ในทุกตาที่ไพ่ไม่ชัวร์  เเล้วรอจังหวะที่ไพ่ขึ้นมือค่อยเข้าไปทำกำไรครับ  น่าจะเห็นภาพง่ายขึ้นสำหรับสไตล์การเทรดผมช่วงนี้

-ผมรู้สึกว่าต้องเตรียมหาความรู้อีกเยอะเลยสำหรับการเทรด  เพราะต่อไปทาง บล.เริ่มเปิดกว้างขึ้นให้สามารถเทรดในตลาดต่างประเทศได้ด้วย  ซึ่งผมเคยเข้าไปลุย เทรดในตลาดหั่งเส็งเเล้ว ปรากฎว่าเเพ้ยับ กลับบ้านไม่ถูกกันเลยทีเดียว -___- ”

–  คืนนี้ผมเลย เอา E-bookซึ่งมีอยู่เเล้วจำนวนหลายเล่ม มากรองดู เเล้วคัดเลือกเล่มที่คิดว่า จะช่วยให้ผมพัฒนาได้ —> Print มันออกมา เเล้วมานั่งอ่าน

– ผมรู้สึกว่าช่วงปีที่ผ่านมานี้ ความรู้ใหม่ๆผมไม่ได้เพิ่มขึ้นมาเลย  มีเพียงเเค่ประสบการณ์ & จำนวนครั้งในการตัดสินใจที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง  ..

วันที่ 1163 ของการเดินทาง

-กราฟบนเป็นกราฟกำไรสุทธิที่  + Rebate จากการสร้างวอลลุ่มให้บล. ด้วยครับ —> ซึ่งนี่คือกำไรเเท้จริงที่ Prop trader ทำได้ . ส่วนกราฟล่างนั้นเป็นกำไร เเบบไม่รวม Rebate   ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะเอากราฟล่างมาให้ดู  เเต่เนื่องจากเดือนนี้ กำไรสะสมผมไม่ดีนัก  เลยต้องใช้กราฟกำไรที่รวมค่า Rebate จากการสร้างวอลลุ่มให้บริษัทเข้าไปด้วย 
-จะเห็นว่า อาการเริ่มดีขึ้นเเล้วครับ  หลังจากเจอขาดทุนหนักๆ ไป 2 วัน  วันนี้ยังคงเน้นเล่นเเบบ Safe Mode เหมือนเดิม  รอจังหวะชัวร์จริงๆ ถึงปล่อย Size กลางเข้าไปเก็บกำไร  ( ให้จินตนาการถึงลักษณะการต่อยเเบบเขาทรายได้เลย)  ส่วนเวลาตลาดนิ่งๆเเกว่งเเคบๆ ยังคงเน้น Size เล็กๆ เพื่อโฟกัสไปที่การคุมความเสี่ยงจากการขาดทุนหนัก เช่นเดิม 
-ซึ่งหลังจากที่ สามารถ Cover Loss กลับมาได้ตามที่วางเเผนไว้ กำลังใจเริ่มมา  

วันที่ 1162 ของการเดินทาง

เที่ยงนี้ ตื่นสายมากๆ    ตื่นมาเกือบเที่ยงเลยครับ เพราะมึนหัวมากๆ   ซึ่งไม่เคยเป็นเเบบนี้มานานมากๆ  สงสัยเพราะเเสงสีพาไป  555
– จากนั้น ช่วงบ่ายๆ ผมนั่งคิดบางอย่างได้  ถือเป็นไอเดียที่เเปลกใหม่จริงๆครับ    
-จะว่า ไปพวกเทรดเดอร์นี่ก็คล้ายๆ ศิลปินอยู่เหมือนกันนะ   บางทีต้องอ่านหนังสือหลากหลาย เผื่อจะได้มีไอเดียใหม่ๆเเละไฟในการเทรด   ช่วงนี้ผมอ่านหนังสือคณิตศาสตร์การพนันซะส่วนมากเลย  เพื่อหาไอเดียใหม่ๆ  ผมรู้สึกว่าหนังสือพวกนี้ มันสนุก เเละเเนวคิดค่อนข้างเเตกต่างดี

วันที่ 1161 ของการเดินทาง

ขออัพเดทย้อนหลังของวันเสาร์นะครับ  สำหรับวันเสาร์นั้นช่วงเช้าเเวะไปออกกำลังกายเช่นเคย  เเต่ออกไม่ได้เต็มที่ เนื่องจากมีอาการปวดจี๊ดเเถวๆ เอว & หลัง 
– เมื่อวันศุกร์ผมเเวะดูหนังเรื่อง Looper

-หนังเรื่องนี้  ช่วงเเรกๆดูเเล้วง่วงๆนอนหน่อย เเต่ดูจนจบผมต้องยกนิ้วให้เลย  มันสุดยอดจริงๆ  เป็น 1 ในหนังที่ผมชอบมากๆไปเเล้ว  ทั้งเรื่องราว  ฉากต่างๆ เรียกว่า Classic มากๆ
-ช่วงเย็นๆเเวะไปทานอาหารกับเพื่อน @ ร้าน Hagi โรงเเรมโซฟิเทลครับ
เเล้วไป Dance @ Route 66 ต่อ   ปกติผมจะรู้จักประมาณตน  เเต่วันเสาร์นั้นมึนจริงๆครับ 

วันที่ 1160 ของการเดินทาง

ขออัพเดทย้อนหลังของวันศุกร์ครับ
– วันนี้เรียกว่างานหนักจริงๆ เพราะว่า ผมตั้งเป้าหมายเเล้วว่า ห้ามขาดทุนเด็ดขาด  —> ตั้งใจจะเทรดเเบบ Safe Mode เต็มที่ 
– Safe Mode คือการเทรดเเบบ Defensive เน้นตั้งการ์ดรัดกุม รอจังหวะชัวร์เเล้วดักต่อย  —>  size ในการเทรดจะเล็กกว่าปกติ เพื่อให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก  จังหวะคัทจะไวกว่าปกติเพื่อปกป้องต้นทุน  เเละป้องกันการโดนขาดทุนไม้หนักๆ   ซึ่งเวลาที่ผมเล่นเเบบ Defensive Play นั้น เเทบจะปิดประตูขาดทุนกันไปเลย  
–  ตลาดวันศุกร์ถือว่าเเกว่งเเคบมากๆ ครับ พื้นที่การเเกว่งน้อยจริงๆ  —> ผมเข้าตลาด เเละทำตามเเผนที่วางไว้  จึง มีไม้กำไรทีละเล็กน้อย เเต่เก็บสะสมเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องครับ 
-สามารถปิด + ได้ 
-ช่วง Recovery กราฟกำไรสะสม ต้องเน้นการเทรดเเบบ Defensive เลยครับ ผมจะเน้นไปที่การ Lock ขาดทุน ไม่ให้โดนเพิ่ม เเล้วค่อยๆ Cover กลับมา  ฟังดูเเล้วเหนื่อย + ต้องใช้เวลาซักหน่อย เเต่นี่มันคือหาทางที่จะอยู่รอดในตลาดทุนครับ  
– เพราะถ้าเราเล่นเเบบขาดทุนเเล้ว เพิ่มSize  เพื่อจะเอาคืน —> นี่คือวิธีทางเเห่งการล้มละลาย  ……มันเป็นการทบต้นเเบบที่เรียกว่า  มาร์ติงเกล  ซึ่งผมเชื่อว่าจุดจบจะไม่ดีอย่างเเน่นอน

วันที่ 1159 ของการเดินทาง

ขออัพเดทย้อนหลังของเมื่อวานนะครับ
– ช่วงเช้านั้น มีเเรงขายเข้ามาพอสมควร  ส่งผลให้ Futures ไหลลงไปอย่างต่อเนื่อง
-วันนี้ รูปแบบการเทรดยังคงเน้น safe Trade เหมือนเดิม  คือการเล่น ด้วยปริมาณเข้าออกที่น้อยลงทำให้ สามารถเคลื่อนไหวในตลาดได้อย่างรวดเร็ว  คัทลอสได้ทัน  ช่วงเช้าสามารถปิด + ได้พอสมควรครับ
– ช่วงบ่าย เทรดพลาดไป 1 ไม้โดย เป็นไม้มั่นใจ จึงเป็นไม้ใหญ่พอสมควร เเล้วคัทลอสออกได้ไม่หมด  ซึ่งผลให้โดนระยะทางการคัทลอสที่ไกลอยู่ที่เดียว  ทำให้กำไรตอนเช้าที่ได้มาหายไปเกือบหมด
– จากนั้น ผมหันมาเล่น Size ขนาดกลาง  คือ ล็อคให้ให้ Over trade เเล้ว  เเต่ก็ยังเทรดผิดจังหวะอีก   เนื่องจากตลาดเคลื่อนไหวเร็วมาก  ทำให้จังหวะจะคัทลอสต่อมา ค่อนข้างไกลครับ  เเต่ต้องยอมรับจริงๆว่าอ่านทิศทางผิดไปเองด้วย  เพราะคิดว่าน่าจะเป็นการรีบาวน์สั้นๆเพื่อลงต่อ  ไม่คิดว่าจะเเรงขนาดนี้  กว่าจะกลับตัวเปลี่ยนทางเล่น ก็ช้าไปซะเเล้ว 
-เเต่บทเรียนคราว ที่เจอ Big loss ไป ทำให้รู้ว่าถ้าอยากจะเอาคืน อาจจะโดนหนัก  จึงหยุดเล่นเเล้ว ออกจากตลาดมานั่งดูครับ  ยอมปิดขาดทุน 
-วันนี้ ปิดลบอีก 1 วัน  ขาดทุนพอสมควรครับ เเต่ไม่ถึง กับ Big loss 

-กราฟกำไรสะสมของเดือนนี้ หักเข้าสู่เเดนลบครับ   ซึ่งไม่เกิดเหตุการณ์เบบนี้มา 2 ปี เเล้วเป็นสัญญาณเตือนว่า ต้องเน้นคุมความเสี่ยงในการเทรดเพิ่มขึ้น

ข้อสังเกตตนเองช่วงนี้ 

 เวลาที่เทรด Size ขนาดเล็ก เข้าออกง่าย  —> เป็น Safe Trading ที่ผมชอบใช้ในการ Cover ขาดทุนคืน  มักจะได้กำไรเรื่อยๆเลย เเต่พอเพิ่ม ปริมาณการเทรดเป็น Size ขนาดกลาง-ใหญ่ในจังหวะที่มั่นใจ มักจะโดนขาดทุน   เเล้วทำให้ไม้กำไรเล็กๆ ที่สะสมมาเรื่อยๆ หายไป  ….
-ช่วง cover ขาดทุน ต้องระวังให้มากครับ  ต้องใจเย็นๆ ………….  อาศัยเวลา ค่อยเป็นค่อยไปไม่รีบร้อน

วันที่ 1158 ของการเดินทาง

-ในตลาดนั้น …. ไม่มีอะไรเเน่นอนจริงๆครับ สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราอยู่รอดก็คือ เราจะต้องเรียนรู้เเละพัฒนา”ตนเอง”อย่างต่อเนื่อง เน้นคำว่าตนเอง นะครับ …….. ถ้าเรามีประสบการณ์อยู่ในตลาดนานขึ้น จะพบว่าตลาดจะค่อยๆสอนให้เราเรียนรู้เเละเข้าใจตัวเราเองครับ เราจะเห็นหลายๆอย่างในตัวเรา ที่เราไม่คิดว่าจะได้เห็น ทั้งอารมณ์ โลภ กลัว กังวล
-วันนี้ เน้นการเทรด เเบบ Safe มากๆ คือเข้าด้วยปริมาณที่ไม่เยอะ  —> ทำให้สามารถปิด + ได้ครับ

วันที่ 1157 ของการเดินทาง

-วันนี้ เป็นวันที่ตลาดเเกว่งเยอะครับ หรือที่เรียกว่าพื้นที่การเเกว่งค่อนข้างเยอะนั่นเอง  ช่วงเช้านั้นมองตลาด ลงหรือเรียกว่า Short Bias นั้นเอง เเต่มีเเรงรับค่อนข้างเยอะเเละลาก Position ผมไปคัท ค่อนข้างไกล  พยาม Cover เเต่ก็ยังไม่สามารถเเก้ได้
-ช่วงบ่ายนั้น ผมโดนไม้ Loss ในจังหวะที่ไม่ควรโดน คือมี Order ที่ตั้งทิ้งไว้ เเล้วปิดเกินบ้าง  หรือไม่ได้ตั้งใจบ้าง  เลยทำให้จังหวะรวนไปค่อนข้างมาก
-จังหวะไม้ Loss หนักคือจังหวะที่ผมเล่น รีบาวน์เเล้ว เจอไม้ถล่ม โยนคัทลอสไม่ทัน   ประกอบกับความอยากเอาคืนด้วย เลยทำให้เล่น over trade กว่าวันปกติไปหลายไม้มากๆ  วันนี้จบวัน volume เทรดของผมขึ้นมามากกว่าวันเทรดปกติ 2-3 เท่า ตัว—-> ซึ่งมันเเสดงว่าผม Over trade ไปมาก  
– วันนี้ ควบคุมอารมณ์ในการเทรดได้ไม่ดีเลยจริงๆ ประกอบการ over trade ====>  กลายเป็นโดน Big loss หรือว่าขาดทุนหนักนั่นเอง  
-ทำให้วันนี้ ทั้งที่ควรได้กำไรมากๆ เเต่กลับกลายเป็นว่าขาดทุน หนักมากที่สุดสำหรับวันที่เทรด S50Futures เเละ ขาดทุนมากเป็นอันดับสองตั้งเเต่เคยเทรดมาในกรณีที่นับรวมวันที่เทรดทองเข้ามาด้วย  
– ถ้าดูจากกราฟกำไรสะสมรายเดือนกราฟเเรก จะพบว่าวันนี้กินกำไรสะสมของผมทั้งเดือน จนพลิกมาเป็นขาดทุนเลยทีเดียว   เเต่ถ้าดูกราฟกำไรสะสมของปีนี้ ถือว่ายังไม่ได้ดูเเย่นัก  ซึ่งผมไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เเบบนี้มานานเเล้วครับ   ดังนั้นช่วงเวลานี้ จึงถือว่าเป็นช่วงที่ทดสอบจิตใจของผมในฐานะของเทรดเดอร์อีกครั้ง 
-เท่ากับว่า สถิติการเทรดของผม  มีวันขาดทุนเพิ่มมาอีก 1 วันเเล้วครับ
-กลายเป็นขาดทุน 9 วัน ซึ่งปีนี้เหลือวันเทรดอีกประมาณ 50 วัน >>>>> โอกาสที่ทำสถิติเท่ากับ สถิติการเทรดของปีที่เเล้ว  ค่อนข้างน้อยเลยทีเดียว
-บทเรียน & ประสบการณ์ที่ได้รับสำหรับการเทรดวันนี้
1.เรื่องการ Over trade  —-> ทำให้จังหวะการเทรดเรารวนครับ  เพราะทั้งจำนวนช่องในการคัทลอส เเละก็วางปิด Position ทำได้ค่อนข้างยาก  ซึ่งวันนี้ถ้าผมเทรดโดยใช้ ปริมาณปกติก็จะไม่โดนไม้ Loss ขนาดใหญ่เรื่องการคัทลอสได้ทัน
2.ลดดความกดดัน – เครียดลงไปเยอะ —-> จริงๆ เเล้วผมเป็นคนที่คุมความเสี่ยงได้ดี  คำว่าคุมความเสี่ยงได้ดี หมายว่า ไม่จำเป็นต้อง % Win สูงมาก คือขาดทุนได้ เเต่วันที่ขาดทุนได้ ต้องอย่าเยอะ …. เเต่เนื่องจากผมปิด + ต่อเนื่องกันจนเยอะไป  จนวันที่ขาดทุนทำให้อยากเเก้คืนขาดทุนให้กลับมา +  เพื่อรักษาสถิติ  ตรงจุดนี้อันตรายมากครับ  เพราะทำให้เราเข้าไปเสี่ยงในจังหวะที่ไม่ควร    ……. ที่ถูกคือเราอย่าไปยึดติดกับ % Win เเละให้เน้นไปที่ความ Smooth ของกราฟกำไรสะสมของเราเเทน

3.เซียน Vs  ซี้   : เมื่อไหร่ที่เราคิดว่าเราเป็นเซียน  เมื่อนั้นจุดจบเรากำลังจะมาเยือนครับ ….. นั้นหมายความว่า เราจำเป็นต้องอ่อนน้อมถ่อมตนต่อตลาดเสมอ  เพราะตลาดนั้นพร้อมที่จะส่งบทเรีนใหม่ๆมาให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลาด  เเละเราคงจะต้องเรียนรู้ต่อไป……….ตราบเท่าที่เรายังอยู่ในตลาด

วันที่ 1156 ของการเดินทาง

สำหรับวันนี้ผมขอเอาคำพูด ของ พี่หนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธ์ โค้ชการเงิน ผู้เเต่งหนังสือหลายเล่ม เเละผู้ก่อตั้งชมรมพ่อรวยสอนลูกแห่งประเทศไทย มาเเชร์ครับ ผมรู้สึกว่า….. มันจริง เรียบง่าย เเละยิงตรงไปยัง มุมมองเกี่ยวกับชีวิตของคนเราทันทีเลย

เงิน” หนะ พอมันก้าวข้ามความพอกินพอใช้ไป มันก็ไม่มีค่าอะไรแล้วครับ มันไม่คู่ควรที่จะเป็น “เป้าหมายชีวิต” ของคนเราหรอก.

เพื่อนๆลองเอาไปคิดดูนะครับ ว่ามันจริงตามที่พี่เค้าพูดรึป่าว ^_______^
……………………………………………………………………………………………………………………….
พี่หนุ่ม สอนให้ผมลองฝึกคิดย้อนกลับ  ให้เราคิดไปยังอนาคตว่า ในวันที่เราต้องจากโลกนี้ไปเเล้ว ( ตายนั่นเอง) เราอยากให้ผู้คนจดจำเราได้ว่าเราเป็นอย่างไร  
-สำหรับผมเเล้ว  ผมอยากให้คนอื่นจำผมได้ลางๆว่าผมเป็น “นักเก็งกำไรผู้เเบ่งปัน”   ………
ผมไม่ใช้คำว่านักลงทุนนะครับ เพราะผมรู้สึกว่าคำว่า  “นักเก็งกำไร” น่าจะเหมาะกับผมมากกว่า

ลองคิดง่ายๆถ้าเราตายไปเเล้ว เราไม่สามารถเอาเงินติดตัวไปได้  ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้ผู้คนจดจำเรา จึงไม่ใช่ความร่ำรวยอย่างเเน่นอน ว่าเรามีกี่สิบล้าน  ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน เเต่เป็นเรื่องราวอย่างอื่นต่างหากที่จะทำให้เรายังพอเป็นที่จดจำ เช่น ความดี  ประโยชน์บางอย่างที่เราเคยสร้างไว้เเก่โลก
เมื่อเราคิดได้ตามนี้เเล้ว  ว่าเรานั้นอยากให้ผู้คนจดจำ เเละพูดถึงเราว่าอย่างไร —> ให้เราเริ่มทำตั้งเเต่วันนี้เลยครับ เพื่อให้เราสามารถไปถึงยังคุณค่าของชีวิตอย่างเเท้จริงได้

– ยกตัวอย่างจากตัวผมเองผม ถ้าถูกถามว่า  “เงินจำเป็นสำหรับเป้าหมายผมไหม ?”
 ผมตอบได้เลยทันทีว่า จำเป็น  เเน่นอน  เเต่ผมรู้สึกว่า ผมนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับค่านิยมด้านตัวเงินมากนัก  เเต่ผมให้ความสนใจไปยังปลายทางมากกว่า  ว่าเงินนั้นจะสามารถช่วยทำให้มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นได้บ้าง

-ยกตัวอย่างเช่น   สมมตุิผมต้องการบริจาคเงินไถ่ชีวิตโค 30,000 บาท —> ทำไงดี ????  —-> อ้อ จัดสัมนาสอนความรู้ด้านที่ผมมีไงล่ะ  เมื่อคนเรียนได้รับความรู้  เราก็ได้เงินจากคนเรียนเอาไปทำบุญต่อ ตรงตามวัตถุประสงค์ของเรา  เราเเละคนเรียนก็มีส่วนช่วยยกระดับสังคมให้พัฒนาไปมากขึ้น   

-ถ้าเราคิดเเบบข้าม Process ที่เกิดขึ้นไป  ก็เท่ากับว่า เรายอมสอนความรู้เรื่องการลงทุน <—-> เเลกชีวิตโค  สังเกตุไหมครับ  ว่าถ้าตัดProcess เกี่ยวกับเงินออกไป เราจะเข้าใจ เเละมองเห็นตัวเองอย่างชัดเจนเลยว่าจริงๆเรากำลังทำอะไรอยู่กันเเน่  เราทำเพื่อเงิน  หรือว่าเพื่อเหตุผลอะไร

วันที่ 1155 ของการเดินทาง

-ช่วงเช้าผมเเวะเอาภาพ เดวิด Vs ยักษ์โกไลเเอธ มาให้เพื่อนๆใน Fanpage Tradetory ได้เเชร์ไอเดียกันดู ว่าภาพนี้สื่อถึงอะไรได้บ้าง …….. เเล้วก็มีเพื่อนๆเข้ามาเเลกเปลี่ยนความเห็นกันมากมาย ซึ่งตรงตามจุดประสงค์ที่ผมอยากให้เป็นเลย …… นั่นคือเรื่องเดียวกัน เเต่ถ้ามีหลายๆคนมาเเชร์มุมมอง จะได้มุมมองที่หลากหลายมากๆจริงๆ
-จากนั้นผมเเวะไปออกกำลังกาย >>>> เเวะทานมื้อเที่ยง @ ร้านฟูมิ
-ช่วงเย็นนั่งวางเเผนหลายๆเรื่องในชีวิต  + อ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนด้วย
-ช่วงเย็นเเวะไปซื้อ Printer ตัวใหม่ …. อันนี้สนองความต้องการส่วนตัวเลยครับ  คืออยากได้ Printer ที่สามารถปริ้นท์งานระดับ A3 ออกมาได้ เพราะผมชอบทำ Mind Map สรุปไอเดีย หรือเนื้อหาบางอย่างที่เรียนรู้มา

-อันนี้ไม่ได้เชียร์สินค้านะครับ  เเต่เนื่องจากผมเคยเปิดร้านสิ่งพิมพ์มาก่อน เเล้วที่ร้านใช้ Printer ของ Epson ผมเลยเลือก Epson เพราะว่าคุ้นเคยกับการใช้งานของมันเเล้ว 
-ช่วงดึกๆ นั่งวางเเผนงานโดยใช้ Mind Mapต่อ…………….. เนื่องจากตอนนี้ Fanpage Tradetory ค่อนข้างร้างเเละขาดการอัพเดท  ผมเลยได้ติดต่อผู้ช่วยมา ซึ่งจะคอยอัพเดทข่าวสารที่สำคัญให้เพื่อนๆนักลงทุนยามเช้ากัน  ซึ่งทำให้รูปแบบของ Fanpage Tradetory เป็นเเบบนี้

ทุกจันทร์-ศุกร์ >>>>> มีการอัพเดทข่าว / มุมมองS50Futures ภาพใหญ่ / มุมมองทองคำภาพใหญ่ๆ  / คำคมหรือเเนวคิดที่น่าสนใจ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิต  / สรุปสิ้นวันหลังตลาดปิด 
ทุกเสาร์ >>>> เเนะนำหนัง / สถานที่พักผ่อน
ทุกวันอาทิตย์ >>>> กิจกรรมเเลกเปลี่ยน Idea
ตามโอกาส >>>> เเนะนำหนังสือ / E-book /บทความการลงทุน

-ซึ่งจากเเนวคิดด้านบน น่าจะทำให้ Fanpage Page  Tradetory สามารถให้ข้อมูลหลายๆอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่ติดตามได้มากขึ้น ครับ

วันที่ 1154 ของการเดินทาง

ช่วงเช้า ผมเเวะไปออกกำลังกายครับ
– จากนั้นเเวะไปทานข้าว @ ร้านฟูมิ เดอะมอลล์บางกะปิ เพื่อนรอที่จะดูหนังเรื่องนี้  Taken2

– เรื่องนี้ เป็นหนัง Action ที่ทำได้โอเคครับ เเต่เนื่องผมคาดหวังจากหนังไว้เยอะ  เเล้วไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ผมเลยให้คะเนน 6.5-7 คะเเนนเท่านั้นครับ …  ที่สำคัญผมเผลอหลับไปหลายนาที  เเสดงว่าหนังมีช่วงนี้เนิบ ๆ พอที่จะทำให้ผมหลับไปได้นั่นเอง

-ดูหนังจบเเล้ว  ก่อนเดินกลับบ้าน ขอเเวะเข้าไปดูหนังสือใหม่ๆ @ ร้านซีเอ็ดซะหน่อย เเล้วก็เจอกับเล่มนี้ครับ  ผมลองเปิดดูคร่าวๆเเล้วใช่เลย  น่าสนใจดี 
-ซื้อมาปุ๊บ อ่านไปเเป๊บนึงก็เผลอหลับไปราวๆ 2 ชั่วโมง เเต่ก็สามารถอ่านจนจบทั้งเล่มได้  เท่ากับว่าซื้อมาเเล้วอ่านจบเลย 
-ประเด็นสำคัญที่อยากให้เพื่อนๆนักลงทุนที่ติดตาม Blog ผมอยู่ ลองเอาไปทำดู เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนเองเเละคนรอบข้างในอนาคต
1.ทำบุญอย่างไรให้ได้บุญ —ให้เน้นที่ความตั้งใจจริงๆ  ไม่ใช่ทำบุญเพราะตามเพื่อน  หรือว่าเพราะต้องการชื่อเสียง
2.เเก้กรรมนั้น —> ทำไม่ได้ เเต่ลดทอน ผ่อนจากหนักให้เป็นเบาได้

วันที่ 1153 ของการเดินทาง

-อัพเดทย้อนหลังของเมื่อวาน วันศุกร์นะครับ  รูปแบบการเทรดของวันศุกร์นั้นผมต้องเน้น เป็นพิเศษเนื่องจากว่า ก่อนหน้านี้ขาดทุนมา 1 วันเเล้ว …. ปกติ เมื่อขาดทุนเเล้ว วันรุ่งขึ้นจะพยามกลับมาปิด + เพื่อให้จิตวิทยากลับมาก่อน
-วันศุกร์สามารถปิด + ได้ครับ เเม้ว่าจะไม่ได้กำไรมากมายก็ตาม
-ช่วงเย็นฝนกตกหนักจริงๆ  ผมเเวะสังสรรค์กับเพื่อนสมัย ปตรี สิงห์ดำ  โดยนั่งจิบเบียร์กับเพื่อน 2 คน คนนึงอยู่ กระทรวงต่างประเทศครับ อีกคนอยู่กระทรวงมหาดไทย —> เเน่นอนว่า เรื่องที่จะต้องเข้ามาอยู่ในการสนทนาก็คงหนี ไม่พ้นเรื่องการเมือง  ….
-เรื่องที่น่าสนใจที่ทราบมาก็คือ ส่วนใหญ่เเล้วทั้ง สส.พรรคฝ้ายค้านเเละฝ่ายรัฐบาล นั้นเเม้ว่าอาจจะรุนเเรงกันในรัฐสภา  เวลาออกมาข้างนอกเเล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนเเละรู้จักกัน  บ้างก็ไปสังสรรค์ ทานข้าว เเละตีกอล์ฟ คือภาพความเป็นจริงมันคนละเรื่องกับที่เราเห็นในทีวีเลยครับ   ทุกอย่างที่เราเห็นมันเป็นภาพลักษณ์เเละการวางบทบาท เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งในครั้งต่อๆไป
– ที่จะบอกก็คือ บางครั้งสิ่งที่เราเห็น —-> เราอาจจะตีความไปอย่างหนึ่ง โดยที่อาจจะไม่ตรงกับความจริงก็ได้  เฉกเช่น เดียวกับเรื่องหุ้นเเละการลงทุน

วันที่ 1152 ของการเดินทาง

ขออัพเดทย้อนหลังของเมื่อวานครับ
– เมื่อวานนั้น มีไม้พลาดช่วงเช้า ประกอบกับราคาเเกว่งค่อนข้างเเคบ  ทำให้ติดขาดทุนอยู่เล็กน้อย
– ช่วงบ่ายพยามที่จะเเก้ขาดทุนคืน เเต่กลายเป็นว่าเจอไม้ขาดทุนเพิ่มเข้าไปอีก เเก้ยากกว่าเดิม  —–> หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่โหมด เน้นจังหวะเทรดเเบบชัวร์& ไม้หนัก  คล้ายๆสไตล์การชกเเบบเขาทราย คือ รอจังหวะเเล้วอัดโป้งเลย  เหมือนจะได้ผล เเต่พื้นที่การเเกว่งของราคามันเเคบเกินไป เลยไม่สามารถเเก้ขาดทุนกลับมาได้
– ช่วงบ่ายขาดทุนนิดหน่อย  = ปิดลบครับ เท่ากับว่าตอนนี้มีขาดทุนเพิ่มขึ้นมาอีก 1 วัน เป็น 7 วันเเล้วครับ

วันที่ 1151 ของการเดินทาง

ช่วงนี้ผมมีหลายเรื่องที่ต้องคิดทีเดียว —> สำหรับตลาดวันนี้ S50Futures สามารถขึ้นไปทำ High ได้ สำหรับผมเเล้ว ผมมองเป้า SET รอบนี้เเถวๆ 1400-1450 เพราะจุดบริเวณนั้น คนจะมั่นใจกันสุดขีดคิดว่าจะไป 1,700
-ตอนนี้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจกันสุดๆ เเบบนี้มันจะลงยากครับ เพราะคนส่วนใหญ่ยังระวังตัวกันอยู่ หลายคนเริ่มเปิด Short กันเเล้ว ผมเลยคิดว่าSET ต้องขึ้นไปเเถวๆ 1400-1450 ก่อน เพื่อลากให้คนที่ Short ไว้กดดันจนต้องยอมคัทลอส เเล้วSET ถึงจะยอมปรับฐานใหญ่ ซึ่งผมว่าคงไม่นานเกินรอ เพราะตอนนี้เริ่มมีสัญญาณหลายๆอย่างว่าใกล้เเล้ว

-สำหรับการเทรดวันนี้ สามารถปิด + ได้ครับ

วันที่ 1150 ของการเดินทาง

สิ่งที่ผมเห็นเเละรู้สึกมากขึ้น จากการอ่านเนื้อหาจาก Fanpage ต่างๆในโลกการเงินเเละการลงทุน นั่นคือ มันเริ่มเหมือนการเมืองขึ้นมากเรื่อยๆ ทั้งดราม่า เชียร์หุ้น การโจมตี ผลประโยชน์ซับซ้อน เเละอื่นๆอีกมากมาย ………… ได้เเต่หวังว่า พัฒนาการของการเมืองบนโลกการลงทุน มันจะส่งผลดีต่อผู้เสพข้อมูล > ผลร้าย Credit by …. Tradetory (ไม่ได้บอกว่าผมเป็นคนดีนะ…………….. ผมก็มีการโจมตีเสียดสีเเละพาดพิง สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยเช่นกัน ถ้าใครติดตาม Blogผม จะเห็นว่าเมื่อประมาณ 2 ปีที่เเล้ว ผมเกือบโดนฟ้อง เพราะการวิจารณ์สัมนาราคาเเพงบางที่ )
-สำหรับตลาด วันอังคาร สำหรับผมถือว่ายากทีเดียว เพราะทำให้ อยู่ทั้งในเเดนขาดทุน เเละกำไรสลับกันไปมา เเต่โชคดีที่สามารถปิด +ได้ครับ
– ช่วงเย็นเเวะมานข้าว @ The mall บางกะปิ