วันที่ 936 ของการเดินทาง

มีคำถามนึงที่น่าสนใจ นั่นคือเราเทรดเป็นรึยัง —> เราจะหาคำตอบได้อย่างไรว่ารูปแบบการตัดสินใจของเราถือว่าเทรดเป็นเเล้ว เเละสามารถอยู่รอดได้ในตลาด ผมมีเเนวทางให้ครับ

1. ให้เช็คกราฟกำไรสะสมของตัวเอง ว่าขึ้นหรือลง เพราะกราฟกำไรสะสมมันเเทบจะสะท้อนทุกอย่างในการเทรดของเราออกมาครับ ถ้ากราฟหักลงอย่างเดียวเลย เเสดงว่าเรามีปัญหาในการเทรดเเน่นอน เราอาจจะต้องออกมาเรียนรู้ก่อน เพราะถ้าขืนเทรดต่อไป โอกาสทมี่จะขาดทุนหมดพอดร์ตมีสูงมากเลยครับ

ถ้ากราฟกำไรสะสมของเราเเกว่างไปเเกว่งมาอยู่กับที่ เเสดงว่าเราอาจจะมีปัญหาเรื่องจังหวะในการเข้าออก หรือว่าระบบเทรดของเราอาจจะยังไม่ถูกต้อง

ถ้ากราฟกำไรสะสมของเราเป็นขาขึ้น อันนี้น่าสนใจที่เราจะต้องพิจรณามันต่อ ว่ารูปแบบการขึ้นเป็นเเบบไหน ถ้าค่อยๆขึ้นอย่างsmooth เวลาหักหักลงไม่เเรง เเสดงว่ารูปแบบการเทรดเป็นเเบบ conervative คือเน้นการควบคุมความเสี่ยงที่ดี เเบบนี้โอกาสจะอยู่รอดในตลาดเเละสามารถทำกำไรมีสูงครับ เเละมีเเนวโน้มว่าจะอยู่รอด + ทำกำไรในตลาดต่อไปเรื่อยๆ …..

เเต่ถ้ารูปแบบการขึ้นลงของกราฟกำไรสะสมนั้นค่อนข้างหวือหวาเวลาได้ก็กำไรกราฟก็พุ่งขึ้นชันเลย เวลาขาดทุนกราฟก็ปักลงมาเลย เร็วเเรง เเบบนี้เเสดงว่าขาดการบริหารหน้าตักที่ดี ต้องรีบเเก้ไขเลยนะครับ เเสดงว่ากำลัง overtrade อยู่ หรือไม่ก็ระบบการควบคุมความเสี่ยงยังไม่ดีพอ เทรดเดอร์ที่มีรูปแบบกราฟกำไรเเบบนี้ ช่วงเเรกอาจจะได้กำไรมาเร็ว เยอะอยู่รอดได้ เเต่มีนิสัยติดกึ่ง Bet โอกาสที่ในอนาคตจะยอม all in เพื่อ Bet มีสูง ท้ายที่สุดเเล้วคงหนีไม่พ้นประวัติเเบบ เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ ครับ

2. ระบบการตัดสินใจ —> ถ้าเริ่มชินชากับตัวเลขกำไรเเละขาดทุน รู้สึกว่าการ Cut loss / Take profit / Let profit Run มันคือกระบวนการที่เกิดขึ้นซ้ำเเล้วซ้ำอีก จนเริ่มจะเป็นอัตโนมัติ เรารู้สึกเฉยๆเวลาที่ต้องตัดสินใจ Take action กับการเคลื่อนไหวของราคา —> ผมว่าเรามาถูกทางเเล้วครับ
———————————————————–

สำหรับวันนี้ เป็นวันเทรดวันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ค่อนข้างกดดันพอสมควร
– ช่วงเช้า มีช่วงเเกว่งไปเเดนลบด้วย เพราะว่าอ่านเกมส์พลาด ปกติวันที่ทุกอย่างดูดี ราคามักชอบลงมาพักตัวก่อนที่จะขึ้นต่อ เเต่วันนี้ไม่เป็นเช่นนั้น ขึ้นเเบบ one way เลย เช้าไปโดนไม่ Short สวนเทรนด์ กะจะทำกำไรสั้นๆ ปรากฏว่าโดนลาก ต้องไปคัทลอสไกลเลย จากนั้นเริ่มรู้สึกว่าขา Long ได้เปรียบอย่างชัดเจน จึงหันมาเน้นเล่นฝั่ง Long เป็นหลัก ทำให้สามารถ cover ขาดทุน เเล้วกลับมาเป็น + ได้

– วันนี้ถ้าดูจากกราฟจะพบว่าควรเน้น Long อย่างเดียวเลยครับ เพราะว่าราคาขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย เเกว่งในกรอบเพื่อสะสมกำลังเเล้ว Break ขึ้นไป —> เเล้วพักตัวเพื่อสะสมกำลังใหม่ จากนั้น Break ราคาก็วิ่งไปอีกไกล
– สำหรับเดือนนี้สามารถปิด Clean ได้ครับ ทำให้สถิติการเทรดโดยรวมปีนี้ถือว่าดีเกินที่คาดไว้ครับ
– สีเขียวนั้นคือจำนวนวันที่สามารถปิดกำไรได้ ส่วนสีส้มนั้นคือวันที่ขาดทุน เเละสีฟ้านั้นคือวันที่เสมอตัวครับ —-> เดือนที่สามารถทำปิดเเท่งเขียวได้เเท่งเดียวเลย เเสดงว่าเดือนนั้นปิดกำไรได้ทุกวัน ที่เรียกว่าปิด clean นั้นเอง

– สำหรับการเทรดของปี 2012 นั้น %Day win ยังคงเป็น 100%

วันที่ 935 ของการเดินทาง

-วันนี้รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคานั้น แกว่งตัวอยู่ในกรอบฟอร์มตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม ในช่วงเช้าครับ ช่วงปิดเที่ยงนั้นมีปัจจัยบวกเข้ามา ทั้ง dow jones Futures เเละ Hangseng วิ่งขึ้นไปอย่างเเรง

– จากนั้นราคาก็เเกว่งอยู่ในกรอบค่อนข้างเเคบ

วันที่ 934 ของการเดินทาง

– วันนี้ช่วงเช้าราคาฟอร์มตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม เเละเเกว่งในกรอบเเคบ ช่วงบ่ายนั้น Hangsang เปิดลงมาจากเดิม -400 จุด Futures ไหลลงอย่างต่อเนื่อง มาปิด Low
-วันนี้ ทำบันทึกการเทรดระหว่างเทรดไปด้วย ทำให้เห็นจังหวะเข้าออกของตัวเองชัดเจน ครับว่ามีจังหวะผิดพลาดตรงไหนบ้าง ทำให้กำไรระหว่างวัน ของวันนี้ค่อยๆเพิ่มมาเรื่อยๆเเบบไม่ผันผวนครับ ปริมาณการเข้าออกของวันนี้ลดลงไปพอสมควร เเต่กำไรเพิ่มขึ้นจาก วันก่อนหน้าเเบบชัดเจน …… ถือเป็นข้อดีของการทำ”บันทึกการเทรดครับ”

วันที่ 933 ของการเดินทาง

วันนี้ตื่นมาสายทีเดียวครับ จากนั้นมีเรื่องต้องไปทำธุระ @ SCB สาขาเดอะมอลล์บางกะปิ พอดีว่าผมไปสมัครบัตรเครดิตไว้ เเล้วเจ้าหน้าที่เรียกหลักฐานจากผมไม่ครบ ผมเลยต้องมาส่งเพิ่มเติม

– จากนั้นไปทานข้าว @ ร้านวาซาบิ สยามพารากอน

วันที่ 932 ของการเดินทาง

ขออัพเดทย้อนหลังของวันเสาร์ นะครับ

– คืนวันศุกร์ ได้ดูหนัง ideas of march ซึ่งนำเเสดงโดย จอร์จ คลูนี่ หนังเรื่องนี้เนื้อเรื่องทำได้ดีมากครับ มันสะท้อนมุมมองหลายๆอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมมมองของการใช้ชีวิต เเละความเป็นมนุษย์

– หลังจากนั้นก็ Friday night กับเพื่อน —> กลับถึงบ้านดึกมาก —> เเต่วันเสาร์มีภาระกิจต้องไปหลายที่เลย ช่วงเช้ายังมึนๆอยู่ครับ ทั้งรับเเฟน เเวะไปทานข้าว @ Gray Hound สาขา คริสตัลพาร์ค วันนี้ต้องไปร่วมงานเเต่งงานของเพื่อนด้วย ผมต้องพาเเฟนไปส่งที่บ้านอีกรอบเพื่อเเต่งตัวเตรียมไปงาน จากนั้นไปรับเพื่อนที่สุทธิสาร เเล้วก็ไปยังโรงเเรมเวสทิน ตรงใกล้ๆกับ Terminal 21
– พิธีการเป็นเเบบคริสต์ครับ —> ผมเข้าร่วมงานในส่วนพิธีการ 2 ชั่วโมง 16.00-18.00 เเละงานเลี้ยง 18.00-22.00 งานนี้เจอบุคคลดังๆในสายการเงินมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็น ดร.สมจินต์ ศรไพศาลย์ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าบ่าว คุณเอ (A.academy .net) อ.กอบชัย จิราธิวัฒน์
– กลับบ้านก็ดึกทีเดียวครับ

วันที่ 931 ของการเดินทาง

– รูปเเบบการเทรดวันนี้ ถือว่าราคาเคลื่อนเเบบไม่ค่อยมีทิศทาง เทรดยากครับ เป็นวันที่หินสำหรับผมอีก 1 วันเลย —> เริ่มมาด้วย Loss จากไม้ Long ช่วงเปิดตลาดที่ผม Long ไปหลายสัญญาทีเดียว เนื่องจาก หุ้นหลายๆตัวเหมือนจะเปิดดี เเละก็ Estimate ราคาเปิดของ S50 + ไปค่อนข้างเยอะ เเต่เเล้วราคาก็กดลงมาเร็วมาก กว่าจะคัทลอสหมดก็โดนไปพอสมควร

– จากนั้นก็โดนไม้ Loss ต่อเนื่องกันหลายไม้ นานๆทีจะมีไม้ที่ได้กำไร ไม้ที่ได้กำไรก็ไม่สามารถจะ Let profit run ได้เลยเพราะตลาดเเกว่งเเคบ ทำให้ช่วงเช้าขาดทุนไปพอสมควร

– ช่วงพักเที่ยงผม มานั่งทำสิ่งที่ไม่ได้ทำมานานมากเเล้ว เรียกว่าประมาณเกือบปี นั่นก็คือการนำ Order เข้าออกมาเรียงกันใน Excel เพื่อดูจังหวะการเข้าออกในเเต่ละไม้ว่ามันผิดพลาดตรงไหนบ้าง ( ตอนก่อนผมทำเเบบนี้ทุกวันครับ เพื่อเป็นการบันทึกการเทรด เเละดู Equity Curve ในวัน ว่ากราฟกำไร – ขาดทุนเราเเกว่งระหว่างวันอย่างไรบ้าง เพื่อที่จะได้สามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างใกล้ชิด ) ที่ไม่ได้ทำเหมือนเมื่อก่อนเนื่องจากปริมาณการเข้าออกมันเยอะ เลยไม่สามารถจะ Key ทุกorder ลงไปได้ทัน – ช่วงบ่ายถือว่าเป็นงานหนักกว่าทุกวัน เพราะอยู่ในสถานะที่ ขาดทุนหนักกว่าทุกวันในรอบเดือน หลังจากที่ดูบันทึกการเทรดช่วงเช้าก็เข้าใจว่าตัวเองมีจังหวะผิดพลาดตรงไหนบ้าง —> ช่วงบ่ายเป็นการเทรดที่เรียกว่าเน้นจริงๆ ทำให้ค่อยๆ cover ขาดทุนกลับมาทีละน้อย ทีละน้อย ถ้าสังเกตุกราฟ กำไรประจำวันจะพบว่าค่อยๆขึ้นมาทีละนิด จนสามารถทำให้ปิด + ได้สำเร็จในช่วงก่อนตลาดปิดไม่นาน ถือว่าต้องใช้พลังงานเเละประสบการณ์ทั้งหมดที่มีในการกู้ขาดทุนกลับมา

– วันนี้ปิด + ได้นิดเดียวครับเเต่ว่าได้เรียนรู้เยอะ —> ทำให้พบว่าบันทึกการเทรดนั้นมีความสำคัญเสมอ ในการที่จะรู้ข้อผิดพลาด เเละสามารถนำไปปรับปรุงการเทรดให้ดีขึ้นๆไปในอนาคตได้ด้วย -สำหรับการกำไรสะสมของเดือนนี้ รูปร่างยังดูดีอยู่ เเต่ว่า 2 วันล่าสุดมานี้กำไรไม่ค่อยจะขยับไปไหนเลย เนื่องจากว่ามีงานหนักต้องแก้เกมส์ตลอด เนื่องจากช่วงเช้าขาดทุนอยู่ทั้งสองวัน ต้องมานั่งแก้ให้กลับมา + ในช่วงบ่ายครับ

วันที่ 930 ของการเดินทาง

– ช่วงเช้าราคาเคลื่อนไหวค่อนข้างเร็ว สงเกตว่าราคาได้มีการฟอร์มตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม อยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยพอราคา Break ราคาก็ไหลลงมาทันที จากนั้นราคาก็เเกว่งตัวเป็น Sideway ช่วงบ่าย ราคาสามารถ Break เส้นขาวขึ้นไป
-สามารถปิด + ได้ครับ
– ช่วงเย็นไปเรียนการเทรด option ต่างประเทศต่อที่ Starbuck @ The crystal ครับ คุยกับอาจารย์เเละผู้ช่วยเลิกก็ราวๆ เที่ยงคืนเลย

วันที่ 929 ของการเดินทาง

วันนี้ตื่นมาตอนเช้า กะว่าจะไปออกกำลังกายเเต่ไม่ไหวจริงๆ ขอพัก 1 วัน —> ช่วงเช้า Print E-book มาอ่าน เล่มนีอ่านคร่าวๆ จากPDF ไฟล์ไปเเล้ว เเต่ขอ Print มาอ่านเเบบ กระดาษดีกว่า เพราะว่ามันขีดเขียน หรือจด โน๊ตเพิ่มเติมได้
– ช่วงนี้ทยอยตอบ E-mail ซึ่งส่งมาเข้ามาถามกันจำนวนมาก เกี่ยวกับเรื่องการสมัครเข้ามาเป็น Prop Trader ซึ่งเมื่อวานตอบไป 4 เมลล์ด้วยกัน เพื่อนๆคนไหนที่ส่งมาถาม เเล้วผมยังไม่ได้ตอบกลับ ก็ใจเย็นๆครับ ผมรู้สึกว่ามีหลายๆคำถามที่ซ้ำๆ กันผมจะรวบรวมไว้ใน Blog ในส่วนของบทความนะครับ ลองดูที่นี่ ผมจะค่อยๆอัพเดทคำถามที่มีการถามซ้ำๆ มาลงไว้ให้เรื่อยๆ
ตอนที่ 33 : รวมคำถาม – ตอบเกี่ยวกับ Prop Trader ( เพื่อนๆสามารถ คลิ๊กที่เเถบสีฟ้าๆ ได้เลยนะครับ)


-ช่วงเช้ามีประเด็นสำคัญเรื่องการทดสอบเเนวต้านทางจิตวิทยาที่ 800 หลังจากขึ้นมายืนได้ราคาก็ขึ้นไปเรื่อยๆ โดยผมทำเส้นขาวๆ ขีดเป็นเเนวต้านไว้ให้ หลังจากที่สามารถ break ไปได้ราคาก็ขึ้นไป
-ส่วนช่วงบ่ายวันนี้มีประเด็นสำคัญคือเรื่องการตัดสินของศาล ช่วงเเรกๆดีเหมือนจะดีเลยมีเเรงซื้อกันเข้ามา จากนั้นมีเเรง Sell on fact ค่อนข้างเเรง จนราคาไหลหลุด 800 ครับ
– วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ สำหรับปีนี้ยังสามารถปิด + ได้ทุกวันครับ

วันที่ 928 ของการเดินทาง

– สำหรับการเทรดวันนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ
1. ช่วงเช้าตอนที่เปิดตลาด Futures เเต่ SET ยังไม่เปิด มีข่าวเกี่ยวกับกรีซเข้ามา ส่งผลต่อ Dow Futures เเละ Hangseng ทำให้ดัชนีทั้งสองพุ่งขึ้นเร็วมาก จากนั้นมีข่าว Biz new เข้ามา ซึ่งเป็นข่าวที่ถือว่าเป็นข่าวดี ส่งผลให้มีเเรงซื้อฝั่ง Long เข้ามามหาศาล ทำให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างเเรง ดังกราฟ

2.จากนั้นราคาเเกว่ง Sideway ไม่ไปไหน

3.มาดูที่ตอนบ่ายกันบ้าง เส้นขาวๆ คือเนวรับ ที่ราคาลงไปเเล้วเด้งขึ้นตลอด เด้งขึ้นมาถึง 5 ครั้งด้วยกัน มีการพยามขึ้นไปทดสอบ High เเต่ไม่สามารถผ่านได้ จากนั้นราคาก็ลงมาเเถวๆเเนวรับอีกครั้ง เเต่ไม่สามารถรับอยู่ พอ Break ราคาก็พุ่งลงไปเลยทันที …..

4.จากนั้นราคาสามารถกลับขึ้นมายืนเหนือเส้นขาวได้อีกครั้ง

วันที่ 927 ของการเดินทาง

– วันนี้มีเรื่องราวน่าสนใจมาเล่าให้ฟังครับ ในทุกๆปีจะมีการเเข่งขันสำหรับ Trader ทั่วโลกที่เรียกว่า ” World Cup trading Champianship ” ซึ่งการเเข่งขันนั้นมีการจัดเเข่งขันกันอย่างยาวนานเริ่มตั้งเเต่ปี 1983

-ด้านล่างนี้คือตัวอย่างรายการรางวัลของผู้ชนะครับ ทั้งถ้วยรางวัลรูปหมีเเละกระทิง ทั้งเงินรางวัล เเละรางวัลสมทบจากเหล่าบรรดาสปนเซอร์อีกมากมาย เพื่อนๆที่สนใจก็ลองหาข้อมูลจากเวบนี้ดูนะครับ http://www.pfgbest.com/worldcup/ .. เมื่อผมไปดูรายชื่อของคนที่ชนะการเเข่งขันพบว่าผู้เข้าเเข่งขันบางคน สามารถทำผลงานติด Top 3 ต่อเนื่องกันได้หลายปีเลยทีเดียว นั่นเเสดงให้เห็นว่า การที่เขาสามารถเป็นผู้ชนะการเเข่งขันได้นั่นไม่ได้อาศัยโชค เเต่อาศัยการฝึกฝนอย่างหนักอย่างเเน่นอน

-สำหรับการเทรดวันนี้ ถือว่าตลาดเเกว่งเเคบ ทิศทางไม่ชัดเจนนัก ….. เป็น Sideway จริงๆช่วงเช้าผมโดนไปก่อนหลายไม้ต่อเนื่องทีเดียวครับ เพราะเข้าๆออกๆ ราคาไม่ขยับไปไหน จนได้จังหวะที่ราคามีการรีบาวน์ขึ้นมาก็สามารถ cover loss ทั้งหมดเเล้วกลับเป็น + ได้ … เเต่กระนั้นอาจจะเพราะลืม order อยู่ๆ มา Match ตอนที่เราไม่รู้ตัว เเล้วกำลังว่าจะไปนั่งดู Facebook (งานเข้าเเล้วที่นี่ ต้องมานั่งเเก้ Loss ไม้นี้อีก Loss ลากมาไกลด้วย ) ช่วงเช้าเลยต้องอาศัยจังหวะ หลายไม้เลยในการเเก้คืนกลับมาเป็น + นิดหน่อย ช่วงบ่าย รอดักจังหวะ —> ผม Bet ว่าเเรงเทไม่พอทำให้ราคาหลุด Low จึงไปวาง Long สวนขึ้นไปเเถวๆ Low เดิม เพราะคิดว่าน่าจะเกิดรูปแบบ Double Bottom เเล้วโชคดีที่มันเกิดรูปแบบนั้นจริงๆ …เเต่ก็ไปพลาดตอนทดสอบ High ตอนเเรกผมคิดว่าน่าจะ Break ได้ เเต่ไม่ผ่าน ไม้นี้เลยโดนครับ โดยรวมสามารถปิด + ได้เเต่ไม่เยอะเนื่องจากราคาเเกว่งเเคบ เเละไม่ค่อยมี วอลลุ่ม

– ช่วงเย็นเเวะไปทานข้าวกับน้องๆในเเผนก @ สยาม เเละก็ร้าน Mango Tango –> ดึกๆ อ่านหนังสือเกี่ยวกับการเทรดออปชั่นต่อครับ

วันที่ 926 ของการเดินทาง

เช้าวันนี้ ผมตื่นมาค่อนข้างสายเลยทีเดียว
– เเวะไปทำธุระที่ The mall บางกะปิ
– ช่วงบ่ายๆ นั่งจัดการ File ต่างๆ ในเครื่อง เเละก็หาข้อมูลเกี่ยวกับการเทรด พบว่ามีหลายๆเวบที่น่าสนใจ รู้สึกว่าความรู้เดี๋ยวนี้ไปเร็วมากๆครับ

วันที่ 925 ของการเดินทาง

ขออัพเดทย้อนหลังของวันเสาร์นะครับ
– เมื่อวานไปเรียนการเทรดออปชั่นต่างประเทศ โดย อาจารย์นั้นเคยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านออปชั่น ส่วนผู้ช่วยนั้นก็เทรดออปชั่นเป็นงานหลัก (เทรดอย่างเดียวไม่ต้องทำงาน นั่นเอง ) ผมลองอ่านรายการหัวข้อที่จะเรียนที่เค้าส่งให้มา เเล้วมองว่าน่าค่อนข้างสนใจ คอร์สนี้อาจารย์เพิ่งเปิดสอนรุ่น 1 จึงยังไม่มีคนรู้จัก มีเเค่ผมกับคณหมอเมฆ 2 คนเท่านั้นที่ลงเรียน ถือเป็นการเรียนเเบบเกือบจะ Private Tutor

……. ราคาค่าเรียนออปชั่นต่างประเทศนั้น ในไทยนั้นมี 2 สถาบันใหญ่ๆ ค่าเรียนครบทุกคอร์ส 20,000 up เเน่นอน ซึ่งผมมองว่าเเพงเกินไปหน่อย ..(ค่าเรียนระดับ 2000,000 นั้นสามารถซื้อ DVD จากเทรดเดอร์ต่างประเทศระดับโปร มาเรียนได้เลย ^___^ )ถึงเเม้ว่าเรียนจบเเล้วจะสามารถคืนทุนได้ก็ตาม (เค้าบอกมาว่าอย่างนั้น) …. ส่วนที่นีเป็นที่ๆ 3 ซึ่งเปิดสอนเรื่องออปชั่น ดูจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าที่อื่นๆ จากราคา 40,000 บาท ถือเป็นราคาที่พอคุยรับได้ เเละต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไปเเละหัวข้อการเรียนที่บอกมาอย่างชัดเจน

– สำหรับระยะเวลาที่เรียนนั้น เเบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ วันเสาร์ทั้งวัน จากนั้น เย็น-ดึก วันธรรมดาอีก 4 วัน เมื่อวานนั้นผมไปถึงที่สอนเร็วกว่าปกตินิดหน่อย เนื่องจากคนเรียนกันเเค่ 2 คนจึงเรียนที่ร้านกาเเฟครับ ผมจะเเชร์ประเด็นที่น่าสนใจให้ฟัง

1. ออปชั้่นนั้นเป็นตราสารทางการเงินประเภทอนุพันธ์ที่ผมมองว่าซับซ้อนที่สุดเเล้ว เพราะมันมีเรื่องของมิติเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ยกตัวอย่างเช่น เรามองว่าตลาดจะขึ้น ถ้าเราเทรด Future เราก็เปิด Long เพื่อเล่นขึ้นได้เลย ..ส่วนออปชั่นนั้น เราต้องมาเลือกต่อว่า จะเลือกเเบบไหน เพราะขาขึ้นมันมีขึ้นมาก ขึ้นน้อย ถ้าขึ้นน้อยก็ใช้ Bull Spread ซึ่งเป็นการผสมกันของออปชั่น 2 ชนิด เเต่ถ้าคิดว่าขึ้นยาวๆ ก็เปิด Long call ไปเลย ซึ่งก็ต้องมาดูอีกว่าเราจะเปิด ที่ in at หรือ Out the money ……… เลือกว่าต้องมาทำการบ้านกันเยอะทีเดียว

2.ในการจะเทรดออปชั่นต้องดู 3 อย่าง ถ้าเราสามารถคำนวณ 3 อย่างนี้ได้ เราถึงจะทำกำไรเเบบเต็มๆ นั่นคือ
a.ทิศทาง
b.เวลา
c.ความผันผวน
-ถ้าเราคาดการณ์ถูกเเค่อย่างเดียว เราอาจจะไม่กำไรก็ได้ เช่า เรามองว่าหุ้น google ราคาจะขึ้น เเต่เราเปิด Long call เเบบ Out the money เพื่อใช้ต้นทุนที่ต่ำๆ …. ต่อมา Google ขึ้นจริง เเต่ค่อยๆขึ้นมา ตอนที่ตราสารออปชั่นของเราหมดอายุพอดี เเบบนี้เราก็ไม่ได้กำไร เเม้ว่าเราจะมองทิศทางถูกก็ตาม

3.หัวใจของ option ที่เราจำเป็นต้องเข้าใจ คือเรื่องของ Greeks Letter นั่นก็คือค่า Dalta/ Gamma/ Theta / Vega / Rho เราจำเป็นต้องรู้มองให้ขาด เเล้วเราจะรู้ว่าเราควรจะเลือกซื้อออปชั่นตัวไหนที่เหมาะกับกลยุทธ์ของเรา

4.รูปแบบการเทรด option นั้นสามารถทำได้หลายรูปแบบ
เเบบเเรก คือ การเทรด เพื่อผลกำไรเเบบ Growth ก็จะเน้นการเก้งกำไรเเบบทิศทาง
เเบบที่สอง : การเทรดเพื่อสร้างรายได้ประจำเเบบ Passive income ทุกเดือน ก็จะเน้นการประกอบออปชั่น เเบบนำมาผสมกัน เช่น Credit Spread / หรือเอา Option มาประกอบกับหุ้นจริงๆ เหมือนเราถือหุ้นเป็นอสังหาตัวนึง เเล้วปล่อยเช่า เพื่อรับค่าเช่าทุกๆเดือน ที่เรียกว่า Covered Call เป็นต้น

5.อาจารย์สอนวิธีการฝึกฝนกับ Platform ที่เรียกว่า Thinkorswim ซึ่งเป็น Platform อันดับ 1 ของโลก …. น่าเสียดายที่เค้าไม่ให้คนไทยใช้เเล้วในปัจจุบัน (อันนี้ผมได้ยินมานะครับ……เนื่องจากมีคนไทยบางกลุ่มไปต่อรองเรื่องผลประโยชน์กับทาง Broker นี้จนขัดเเย้งกัน ทำให้เค้าตัดประเทศไทยออกจากกลุ่มผู้ใช้ไปเลย ) เลยทำให้เราต้องใช้ Option Express ในการเทรดเเทน .

-สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของการเทรดออปชั่น ก็ลอง Search หา E-book ดู หาไม่ยากครับ ….ผมมองว่าสนุกดี มันต้องคำนวณหลายๆอย่าง ต้องมองภาพรวมๆเเล้วโฟกัสไปเลยว่าเราต้องกหารเชี่ยวชาญกลยุทธ์เเบบใด ในออปชั่น

-หลังจากเรียนเสร็จก็เเวะไปทานข้าวกับเพื่อนๆ เเละอาจารย์ของ Chaloke.com @ Zen สาขา The crystal ต่อ

วันที่ 924 ของการเดินทาง

วันนี้ ช่วงเช้านั่ง List รายการที่ต้องทำในช่วงเดือนนี้
– จากนั้น นั่งอ่าน E-book ที่ผมเพิ่งเเชร์ไปให้เมื่อวนอย่างละเอียด เกี่ยวกับรูปแบบการใช้ EMA 3 เส้น เเละก็อ่าน E-book อีก 1 เล่ม ช่วงออกกำลังกาย
– ออกจากบ้านค่อนข้างเช้า ไปถึงที่ Fitness ออกกกำลังกายไปราวๆ …1 ชั่วโมง

– รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาในวันนี้น่าสนใจมากๆ ช่วงเช้าเเม้ว่าทุกอย่างจะดูดี เเต่ Futures เหมือนมีการค่อยๆทยอย เก็บ Short อย่างต่อเนื่อง จากนั้นมีข่าวประกาศเป็นตัวเเดงขึ้นทาง Biznews ว่ามีการ Down grade ประเทศไทย (ซึ่งข้อมูลที่เเท้จริง ณ ขณะนั้นยังไม่มีใครรู้รายละเอียด ) —–> เเล้วเเรงเทขายก็เข้ามาอย่างมหาศาล เรียกว่า Panic ย่อยๆ เลยทีเดียว ราคา Break ลงไป หลังจากที่ราคาหยุดๆ ก็เเกว่งเเคบๆ ก่อนที่ราคาจะค่อยๆไต่ระดับขึ้นไป ราคาเป็นขาขึ้นชัดเจน

วันที่ 923 ของการเดินทาง

– วันนี้ผมมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจจะเล่าให้ฟัง …. Edward BurK นักดนตรี คนนี้อายุกว่า 50 ปี สามารถชนะการเเข่งขันเทรดที่ CNBC จัดขึ้น เขาสามารถฝ่าฝันกับผู้เข้าเเข่งขันอีกกว่า 254,000 คน จนสามารถรับรางวัลมูลค่า 500,000 U$ (15ล้านบาทไทย) ได้สำเร็จ
– เขารอดตายจากโรคมะเร็ง จากการบริจาคอวัยวะของผู้ชาย จากนั้นเขาก็พยามที่จะใช้ชีวิตให้คุ้มค่าทุกๆนาที…วิธีการที่เขานำมาสร้างเป็นระบบเทรดนั้นน่าสนใจมากๆครับ เขาใช้ EMA 3 เส้น โดยใช้รูปแบบ A*B = C โดยที่ B เป็น 2 เท่าของ A เช่น 5 – 10 – 50 / 3-6-18 / 10-20-200 ทำให้ผมรู้สึกว่าระบบที่เรียบง่าย นั้นมักจะให้ผลที่ดีเสมอ
-เค้าได้เขียน E-book ชื่อว่า “Making Money In stock Trends” ครับ …. E-book เล่มนี้ผมว่าดีมาก จนอยากจะกั๊กไว้เอง เเต่คิดไปคิดมาเอามาเเชร์ ให้เพื่อนๆได้เข้าถึงกันดีกว่าครับ ….. จะได้รู้สึกว่า วิธีการที่มันเรียบง่าย นั้นสามารถสร้างกำไรได้จริงๆ สำหรับวิธีการเข้าถึง E-book นั้น ก็ง่ายมากครับ เข้าไปที่…4Sharedไป เเล้วหา “Making Money In stock Trends” ครับ
– สำหรับตลาด TFEX วันนี้ ถือว่าเเกว่งในกรอบค่อนข้างเเคบ ใช้กราฟดูค่อนข้างลำบากครับ เพราะราคาเคลื่อนไหวเร็ว + เเคบ ต้องใช้ประสบการณ์ในการอ่านอารมณ์ตลาด เเละจังหวะที่ค่อนข้างเนี๊ยบในการเข้าออก วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ

วันที่ 922 ของการเดินทาง

เมื่อวาน เผลอหลับไปตอนกำลังอ่าน E-book เป็นการนอนที่เร็วมากๆ ตั้งเเต่ 21.30 อยู่ๆ ก็เหมือนถูกฟิวส์ตัดไปเลย ตื่นมาอีกทีก็เช้า เอ้ย…ตกใจ
– วันนี้ออกจากบ้านเเต่เช้าเพื่อไป Fitness เหมือนเดิม … ผมออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมงก่อนไปทำงาน บางวันก็รู้สึกง่วงๆล้าๆเหมือนกันครับ เเต่คิดว่า ถ้าทำอย่างต่อเนื่องน่าจะสามารถสร้างเป้นรูปแบบกิจวัตรประจำวันได้

– เจอหนังสือ E-book ที่น่าสนใจอีก 1 เล่ม คนเขียนเป็นเเชมป์ที่ชนะการเเข่งขันที่ CNBC จัดขึ้น….ได้รับรางวัลไป 500,000$ —> วิธีการนั้นเรียบง่ายมากครับ ใช้ EMA เเค่ 3 เส้นเท่านั้น คือ AxB =C ยกตัวอย่างเช่น 3-6-18
– โดยวิธีการของเค้านั้น ตอนที่ผมอ่านรอบเเรก ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ เเต่พออ่านจบจบ โอ้วววว….. ช่างหลักเเหลมยิ่งนัก เป็นระบบที่เรียบง่าย เเละประสิทธิภาพค่อนข้างสูง……วิธีการเต็มๆ ผมจะเเชร์ครับ เเต่….ที่น่าสนใจกว่าวิธีการคือ เครื่องมือที่เหมาะกับเรา
-ผมรู้สึกว่า การหาเครื่องมือที่เหมาะสมกับตัวเรา นั้นสำคัญมากๆ เพราะเครื่องมือนั้นเปรียบเหมือนกับอาวุธ ถ้าเราเลือกอาวุธที่ไม่เหมาะกับนิสัย เเละความถนัดของตัวเองเเล้ว ยังไงก็ไม่น่าจะสามารถพัฒนาเป็นยอดฝีมือได้
– เครื่องมือแนั้นมีหลากหลายเลยครับ เช่น
1. Price pattern
2. Candle Stick
3. Fibonacci
4. Moving Average
5. MACD
6. Sto
7. Trend line
8. Parabolic Sar
9. Bollinger Band
10. RSI
……………………
เราลองค้นดูว่า เราเหมาะกับเครื่องมือตัวไหน เเล้วเจาะลงไปเลยครับ อย่าใช้ผสมปนเปกันหลายเครื่องมือ มันไม่คล่องกับการตัดสินใจ เหมือนเรากำลังจะต่อสู้ โดยที่ มือซ้ายถือขวาน มือขวาถือหอก —> ดูมันเเปลกๆมั้ยครับ ฟังเเล้วไม่น่าจะชนะใครได้ สู้เราถือกระบี่อย่างเดียวไปเลยยังจะมีโอกาสชนะมากกว่า
– ดังนั้นอย่าแห่ตามๆกัน เพราะว่าเห็นคนโน้นคนนี้ใช้เครื่องมือเเล้วดี

– หลังจากที่ผมอ่าน E-book ไปหลายๆเล่มพบ ว่ามีจุดร่วมกันของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ นั่นคือ 1. ระบบที่เรียบง่ายมาก –> ยิ่งระบบที่ทำให้คนใช้ตัดสินใจได้ง่ายเท่าไหร่ ยิ่งดี Ex เเชมป์ Option ระดับโลกก้ใช้ EMA 2 เส้นในการเข้าออก / เทรดเดอร์ระดับโลกที่ขยายพอร์ตรวดเร็วก็ใช้ Pattern Triangle /เเชมป์ CNBC ก็ใช้ EMA 3 เส้น /……….. เเต่ข้อสำคัญให้เรารู้จักเครื่องมือของเราให้ถ่องเเท้ เหมือน จอมยุทธต้องรู้ใจกระบี่
2. การคุมความเสี่ยง เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ จะเน้นการปกป้องการขาดทุนเป็นหลักเลย เเล้วกำไรถึงตามมาเป็นอันดับสอง ดังนั้นระบบที่ดี คือระบบที่ Risk หรือว่าต้นทุนในการคัทลอสต่ำ
3. เรื่องของการบริหารหน้าตัก
4. เรื่องระเบียบวินัยเเละประสบการณ์
– ผมเชื่อว่า ถ้าเราสามารถทำ 4 อย่างนี้ครบ ก็น่าจะเอาตัวรอดได้ในทุกๆ ตลาดนะครับ (ผมเชื่อว่าอย่างนั้น)

วันที่ 921 ของการเดินทาง : เพราะชีวิตไม่เเน่นอน

ถ้าเพื่อนๆอ่านคำพูดที่ผมเขียนติดไว้ตรง Blog จะพบว่า ผมมีความเชื่อเสมอว่า ชีวิตเเละราคาไม่เคยมีความเเน่นอน ผมเลยเขียนย้ำเตือนตัวเอง เเละเพื่อนๆเสมอว่า ” ชีวิต เเละ ราคา มีขึ้น มีลง เเละเปลี่ยนเเปลงไป” กระบวนการนี้มันเกิดขึ้นซ้ำ ซ้ำมาเเล้วก็ซ้ำไป เพื่อที่จะสอนให้เราได้ตระหนักถึงการใช้ชีวิต ท่ามกลางคำว่า”เปลี่ยนเเปลงไป”

ด้วย”ความไม่เเน่นอน”นี้..เราจึงต้องเตรียมพร้อมเสมอๆ ที่จะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ราวกับว่ามันเป็นวันสุดท้าย
ด้วย”ความไม่เเน่นอน”นี้..Blog นี้จึงเกิดขึ้นมาเพื่อที่จะได้เเสดงให้เพื่อนๆเห็นถึงความคิดเเละราคาที่มันเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆวัน
ด้วย”ความไม่เเน่นอน”นี้…บันทึกการเดินทางจึงต้องมี เพื่อคนที่สนใจจะสามารถเรียนรู้ถึงความเปลี่ยนเเปลงจากที่เเห่งนี้ ตราบเท่าที่มันยังคงมีอยู่
ด้วย”ความไม่เเน่นอน”นี้…เพื่อนๆถึงต้องรีบทำสิ่งที่อยากทำ..”ทันที” ถ้าหากมีโอกาส

อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป เเละผ่านไป เราจะได้..ไม่นึกย้อนกลับมาเเล้วรู้สึกว่า “เสียดายที่ไม่ได้ทำ”
———————————————————————————-
มาดูที่ตลาด TFEX วันนี้กันบ้างดีกว่า

– ช่วงเช้านั้น ตอนเเรกตลาดยังมีทิศทางขาขึ้น —> ราคา สามารถอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย เเละมีจังหวะ Break ให้ Long ด้วย เเต่รู้สึกว่า เหมือนจะหมดเเรงขึ้น จากนั้นก้มีเเรงเทมาเเบบเร็วเเละเเรง กดดันให้ราคาหลุดเเนวรับ (เส้นสีขาวที่ขีดไว้ให้ ) เป็นจังหวะ Short ที่ดีเลยทีเดียว

-ช่วงบ่ายนั้นราคาเปิดกระโดดลงมา เเนวโน้มยังเป็นขาลงค่อนข้างชัดเจน มีจังหวะเทเเรงๆ ช่วงนึง…. จากนั้นราคาก็หันมาเเกว่งได้เเคบๆ
– วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ เเต่ก็ไม่เยอะ…. เนื่องจากมีพลาดในบางจังหวะ

วันที่ 920 ของการเดินทาง

เช้านี้มีหัวข้อที่น่าสนใจมาพูดกัน นั่นคือความเเตกต่างระหว่าง Discretionary or System Trading

1.Discretionary Trading คือ รูปแบบการตัดสินใจในการเข้าเทรดนั้นอยู่ที่ตัวของเทรเดอร์เอง โดยอาศัยทั้งจากการดูกราฟ ประสบการณ์ ความรู้สึก ผสมผสานกันไป เพื่อกำหนดรูปแบบการตัดสินใจเข้า-ออก ณ จังหวะนั้นๆ ซึ่ง Prop trader ที่ผมรู้จักจะเป็นประเภทนี้ รวมถึงตัวผมเองด้วย เทรดเเบบนี้ตัวเทรดเดอร์ต้องมีวินัย เเละการควบคุมหน้าตักที่ดีด้วยครับ ไม่งั้นจะเจ๊งได้ ถ้ามีอารมณ์ ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องมากเกินไป เเต่การเทรดรูปแบบนี้มันจะสนุกเเละมีสีสัน เพราะคนตลาดคือตัวเราเอง สำหรับส่วนตัวผมเเล้ว ยังเชื่อว่ารูปแบบการเทรดเเบบนี้มันปรับเปลี่ยนเเละลื่นไหลไปกับตลาดได้ เเม้ว่าตลาดจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆทุกๆวันก็ตาม เราก็ยังจะสามารถมองเห็นการเปลี่ยนเเปลงเเละปรับรูปแบบการเทรดของเราเพื่อเอาให้เราอยู่รอดเเละสามารถทำกำไรได้ ซึ่งรูปแบบการเอาตัวรอดด้วยการปรับตัวนั้น ทำให้ผมมองว่า เทรดเดอร์ที่เป็นมนุษย์ เหนือว่า โปรแกรมเทรด เพราะมีรูปแบบการประมวลผลหลายๆแอย่างที่ผสมผสานกันเเล้ว ไม่สามารถเขียนของมาเป็นโปรแกรมได้ เช่น การรับรู้ถึงอารมณ์กลัวที่เกิดขึ้นในตตลาด การรับรู้ถึงเเรงซื้อที่เข้ามาผ่านหน้าจอ

2.System Trading คือรูปแบบการเทรดที่ตามระบบทั้งหมดเลย โดยไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆของตัวเทรดเดอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่จะพัฒนาเป็นโปรแกรมเทรด เทรดรูปแบบนี้จะมีวินัย 100% เพราะต้องตามระบบเเบบเป๊ะๆ เลย เเต่ก็ขาดสีสัน เทรดเเบบนี้ก็ได้กำไรครับ คือเราสร้างโมเดลการเทรดที่มีรูปแบบที่ชัดเจน ทั้งการเข้า การออก การคุมความเสี่ยง การบริหารหน้าตัก —> ถ้าเราสามารถคุมได้ทั้งหมดนี้ ก็สามารถทำกำไรได้เช่นกัน
—————————————————————–
มาที่วันนี้กันบ้าง ผมตื่นมาค่อนข้างเช้า เพื่อมุ่งตรงไป Fitness วันนี้ออกจากบ้านช้ากว่าคราวที่เเล้ว 6 นาที ทำให้ไปถึงช้าลงเกือบ 20 นาที (เปรียบกับการเทรดได้ทันที ถ้าเราตัดสินใจช้าไปเพียงนิดเดียว ก็จะส่งผลต่อกำไรได้เยอะเลยทีเดียว ) เช้านี้ออกกำลังกายไปทั้งหมด 1 ชั่วโมง จากนั้นก็ไปทำงาน

– ได้E-book ฟรีมา 1 เล่ม ปกติเล่มนี้จะขายกันที่ 77$ ชื่อเรื่อง Trading in the buff : หนังสือเล่มนี้เป็นวิธีการเทรดเเบบ naked ไม่ใช้ indicator ใดๆ ใช้เเค่ Price action อย่างเดียว ผู้เขียนหนังสือ ช่วงเเรกๆ ใช้ indicator เเต่ไม่ประสบความสำเร็จ จากนั้นเค้าเอาเครื่องมือทุกตัวออกจากหน้าจอเหลือเเค่ราคาเปล่าๆ ใช้เวลาพอสมควรก็เริ่มเข้าใจรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา หนังสือเล่มนี้มี 48 หน้าผมลองเปิดอ่านคร่าวๆเเล้ว พบว่าน่าสนใจ เพราะรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาที่เรียกกันว่า Pric action นั้นสามารถประยุกต์ใช้ได้ทุกตลาด ………… สำหรับเพื่อนๆที่อยากได้หนังสือเล่มนี้… ลองใช้ไอเดียดูครับ ว่าจะทำยังไงให้ได้มาฟรีๆ มูลค่า 77$ ใครเเชร์ไอเดียที่เข้าถ้าผมจะเเชร์ให้ฟรีๆเลยครับ


สำหรับการเคลื่อนไหวของราคาวันนี้ ช่วงเช้านั้น ต้องเน้นฝั่ง Long เป็นหลัก เนื่องจากรูปแบบกราฟเป็นขาขึ้นที่ค่อนข้างชัดเจน ส่วนช่วงบ่ายนั้นตลาดมีการเปลี่ยนเเปลงเเนวโน้ม เราต้องเปลี่ยนมาเล่นฝั่ง Short
– สำหรับจังหวะการเข้า ออกที่น่าสนใจผมทำไว้ในภาพเเล้ว
– วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ

วันที่ 919 ของการเดินทาง

วันนี้เดินทางไปหลายที่เลย ทำหน้าที่เป็นสารถีพาเเฟนไปที่ต่างๆ (เเฟนผมเรียนจบโทจากนิด้าด้วยกัน ตอนเเรกทำงานอยู่ในกทม เเต่ตอนหลังไปช่วยดูเเละกิจการของที่บ้าน เเละก็ดูเเลรีสอร์ทที่ พังงา นานๆเข้ากรุงเทพทีนึง ) อย่างรอบนี้เข้ามาเพื่อซื้อกระเป๋า เเละก็เข้ามาดูคอนเสริ์ต Girl Genration
– เริ่มด้วยเเวะไปรับพาไปซื้อกระเป๋า ที่ Gasorn Plaza (ใช้เวลาดูไม่ถึง 10 นาที เเสดงว่าเค้าคงวศึกษาเเละตัดสินใจมาเรียบร้อยเเล้ว)
—> ไปทานข้าวต่อ @ โทคิยะ สยามดิส
– เเวะกลับมา The crystal กะจะเเวะทานขนมหวานที่ร้าน after you เเต่พอไปถึงคนเเน่นร้านเลย มองไปคร่าวๆ เจอทั้งนายกคนปัจจุบัน ทั้งคุณสมชาย นายกคนก่อน ทั้งคุณเยาวภา …. มิน่าคนเยอะจัง เลยตัดสินใจไม่ทาน
– มุ่งหน้าสู่ Impact Arena —> เเฟนหาบัตรได้ใบเดียวเเบบ 4,000 บาท ส่วนผมนั่งรออยู่ข้างนอก …
———————————————————————-
นั่งรออยู่ 17.00-21.10 ใช้เวลาระหว่างรออ่านหนังสือจบไปเล่มนึงพอดี เป็นหนังสือเกี่ยวกับ Money management ของ ดร.เเวน เค ทาร์พ อ่านเเล้วรู้สึกว่าเรื่องราวของ Money Management จำเป็นมากกว่าเรื่องของระบบเทรดเยอะเลย เเค่รูปเบบ MM ที่ต่างกันส่งผลต่อกำไร ขาดทุนที่ตจ่างกันมหาศาล นอกจากนี้ยังส่งผลตอจิตใจของเราด้วย ระบบMM ที่ดีจะช่วยลดความเเกว่งในใจของเรา เเละทำให้สามารถได้กำไรอย่างยั่งยืน

วันที่ 918 ของการเดินทาง

วันนี้มีนัดกับ อาจารย์ท่านนึงที่เป็นเทรด ออปชั่นต่างประเทศ เป็นการลงทุนหลัก —> เค้าบอกว่ามีโมเดลเกี่ยวกับการทรดที่น่าสนใจจะนำมาเเชร์ โดยวันนี้ไปฟังกันเเบบ Private Group มีผม คุณหมอ เเล้วก็อาจารย์จากชมรมโฉลก.com อีก 2 ท่านไปด้วย โดยนัดกันที่ร้าน ทรูคอฟฟี่ @ พารากอน โดยประเด็นที่น่าสนใจคือ

1. ถ้าเราสามารถเทรดอย่างมีระเบียบวินัย โดยที่ เเม้ว่าเราสามารถชนะตลาดได้เพียงครึ่งเดียวของการเข้าออกตลาดทั้งหมด โดยที่เราตั้งจุดทำกำไรเป็น 2 เท่าของความเสี่ยง ก็คือ Win%ที่ 50% เทียบเท่ากับการโยนเหรียญ หัว-ก้อย ถ้าชนะเราได้ 2 บาท ถ้าเเพ้เราเสีย 1 บาท —> เเล้ว Simulate ไปเรื่อยๆ โดยใช้เเบบจำลอง จะพบว่า ทุกๆ 100 เทรดเงินในพอร์ตของเราจะมี 0 เพิ่มขึ้นมา 1 ตัวนั้นคือ จาก 10,000$ กลายเป็น 100,000 เหรียญเป็นต้น …. นี่คือการทบต้นทางทฤษฏี

2.การบริหารหน้าตักนั้นสำคัญมาก บางรูปแบบของการบริหารหน้าตักจะทำให้พอร์ตขึ้นเร็วมาก ดังนั้นเรื่องการจำกัดความเสี่ยงต้องมาก่อน

3.ระบบที่เค้ามาเเชร์นั้นเป็นการมองเเนวโน้มในหลายๆ Time Frame ด้วยกัน โดยถ้าสอดคล้องกันหมด ความปลอดภัยในการเข้าจะค่อนข้างสูง

——————————————-


จากนั้นเเวะไปทานข้าวกันต่อ พูดคุยกันเรื่องการเทรด เเละเรื่องทั่วๆไป
– ช่วงบ่ายๆ ผมเเวะไปดูหนังเรื่อง Money Ball —> หนังเรื่องนี้น่าสนใจมากๆครับ ดูเเล้วจะมีเเรงบันดาลใจครับ เป็นหนังที่ผมเชียร์ให้ดูเลย ดูเเล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตได้เเน่นอน เพราะมีข้อคิดเยอะ

วันที่ 917 ของการเดินทาง


– วันนี้ตั้งใจว่าจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายของตัวเอง โดยเปลี่ยนจากออกกำลังกายที่บ้านมาเป็นที่ Fitness เเทน วันนี้เช้าเลยตื่นมาช่วง 5.00 เเล้วออกจากบ้านประมาณ 6.00 ถึงFitness ราวๆ 6.20
– ใช้เครื่อง Elip ออกกำลังกายประมาณ 1 ชั่วโมง Burnt ไปได้ประมาณ 700 Cal (มากกว่าปั่นจักรยานออกกำลังกายที่บ้านเยอะเลย ปกติผมปั่นใช้เวลาประมาณ 40นาที Burnt ได้ราวๆ 200 Cal)

– เที่ยงนี้มีซองน้ำตาล EMS มาถึงผม เปิดซองดู ก็ได้หนังสือเล่มนี้มา ส่งมาจาก คุณมด เจ้าของ Mangmaoclub.com —> ผมเคยดูฉบับ Eng คร่าวๆ พบว่าน่าสนใจมากๆ ช่วงบ่ายๆ ลองอ่านดูคร่าวๆ น่าสนใจ คิดว่าเสาร์- อาทิตย์นี้น่าจะอ่านให้จบได้ครับ
– สำหรับตลาดวันนี้ ถือว่า Sideway กรอบกว้าง

วันที่ 916 ของการเดินทาง


วันนี้ช่วงเช้าผมได้มีโอกาส เข้าไปดูหนังสือที่น่าสนใจจากเวบ เเมงเม่าคลับ.com …หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ Classic มากครับ ถ้าเพื่อนๆนักลงทุนเคยผ่านตากับประวัติของ ลิเวอมอร์ มาก่อนด้วยเเล้ว ยิ่งต้องอ่าน

….ต่อไปเป็นประวัติเรื่องราวของลิเวอร์มอรืที่ผมหามาให้อ่านกันครับ โดย ดร. นิเวศน์ เป็นคนเขียนไว้

ลิเวอร์มอร์ หรือที่คนชอบเรียกเขาว่า J.L. เกิดในครอบครัวชาวไร่ที่ยากจน เขาเรียนจบแค่มัธยมและต้องออกมาทำงานตั้งแต่อายุ 14 ปี งานแรกและน่าจะเรียกว่าเป็นงานแบบเดียวในชีวิตก็คือ เป็นเด็ก “เคาะกระดานหุ้น” หลังจากนั้นเพียงปีเดียว เขาก็เริ่ม “เล่นหุ้น” แต่เนื่องจากมีเงินน้อย เขาจึงเริ่มเล่นตาม “ห้องค้าเถื่อน” ที่รับ “แทงหุ้น” โดยอิงกับราคาหุ้นบนกระดาน เขาเล่นเก่งมากและทำกำไรจนทำให้ห้องค้าเถื่อนเกือบทุกแห่ง “แบล็กลิสต์” ไม่ให้เขาเข้าเล่นในห้องค้า ในที่สุดเขาก็เข้าสู่ตลาดหุ้นและเริ่มชีวิตของนักเก็งกำไรเต็มตัว

J.L. ทำเงินจากตลาดหุ้นได้มากและ “เจ๊ง” หมดตัวถึงสองครั้งก่อนที่จะกลายเป็น “ซุปเปอร์สตาร์” หลังเหตุการณ์วิกฤติตลาดหุ้นในปี 1907 เหตุการณ์หุ้นถล่มทลายในครั้งนั้น J.L. ได้ขายหุ้นชอร์ตไว้จำนวนมาก ยิ่งหุ้นตก เขาก็ยิ่งขายและทำให้หุ้นตกลงไปอีก การขายหุ้นชอร์ตของเขาทำได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเมื่อหุ้นตก พอร์ตเขาก็ได้กำไรซึ่งก็จะทำให้เขามีวงเงินใช้มาร์จินเพิ่มขึ้นอีก เขาขายชอร์ตมากเสียจนทำให้ J. P. Morgan ประธานบริษัทหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ และเป็น “จ้าวพ่อตลาดหุ้น” ในช่วงนั้นต้องออกมาขอให้เขาหยุดขาย เพราะมิฉะนั้น ตลาดหลักทรัพย์อาจจะต้อง “ล่มสลาย” เนื่องจากสถาบันการเงินต่างก็ขาดสภาพคล่องอันเป็นผลจากการที่หุ้นตกลงมาอย่างหนัก

หลังจากเหตุการณ์วิกฤติตลาดหุ้นปี 1907 J.L. ก็ร่ำรวยและกลายเป็น “เซเลบ” เขาใช้ชีวิตหรูหราสุด ๆ เขาซื้อเรือยอร์ชหรูหราไว้ใช้ท่องเที่ยวและจับปลาในทะเลซึ่งเป็นงานอดิเรกที่เขารัก เขาจีบและแต่งงานกับผู้หญิงโดยใช้ชีวิตแบบ “เพลบอย” เขาคบกับคนชั้นสูงเช่น Alfred Sloan ประธานบริษัท General Motor ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในยุคนั้น Walter Chrysler แห่งบริษัทรถยนต์ใหญ่ Chrysler และดาราตลกดังอย่าง ชาร์ลี แชบปลิน เป็นต้น

วิกฤติตลาดหุ้นปี 1929 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ J.L. ทำกำไรได้มากมายจากการชอร์ตหุ้นในตลาด เขาผ่านวิกฤติมาพร้อมกับเงินนับ 100 ล้านเหรียญ และนี่เป็นความรุ่งโรจน์ครั้งสุดท้ายของชีวิตเขา เพราะหลังจากนั้นเขาก็เริ่มตกต่ำลงเรื่อย ๆ ทั้งชีวิตการเก็งกำไรและชีวิตส่วนตัว ในชีวิตของการเก็งกำไรนั้น เขาเคยล้มละลายมา 2 ครั้งและสามารถฟื้นขึ้นมาได้ แต่ในครั้งนี้ เขา “หมดตัว” มีหนี้มากกว่าทรัพย์สิน ในชีวิตส่วนตัวนั้น เขาเคยมีภรรยาหลายคน แต่ละคนใช้เงินที่เขาได้กำไรมาอย่างฟุ่มเฟือยเช่นเดียวกับตัวเขา ภรรยาคนหนึ่งมีเรื่องขนาดยิงลูกตัวเองเกือบเสียชีวิต ตัว J.L. เองนั้น เขามีปัญหาและน่าจะเป็นโรคซึมเศร้า เขายิงตัวตายในวันที่ 28 พฤศจิกายน 1940 สิริอายุ 63 ปี
…………………………………
หนังสือเล่มข้างบนที่เเนะนำ จะเป็นรูปเเบบการลงทุนที่ลิเวอร์มอร์ใช้
-ผมรู้สึกว่า เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ความผิดพลาดในการใช้ชีวิต (Life style) จากเขา เราจำเป็นที่จะต้องรู้จักพอเพียง เเละอ่อนน้อมต่อตลาดเสมอ ไม่เช่นนั้นเเล้ว การเทรดอาจจะกลายเป็นเรื่องของการพนันไปได้เช่นกัน

– มาที่ตลาดวันนี้กันบ้าง ผมว่าเเล้ว ว่าถ้าเมื่อวาน Prop Trade ซื้อกันเยอะๆ วันนี้จะต้องเล่นยาก เเละมีเเรงขายเข้ามา ช่วงเช้าก่อนเที่ยงมีเเรงกดเข้ามาอย่างเเรง ตลอดไปถึงช่วงบ่าย ก่อนที่จะไล่ราคากลับขึ้นไป ถ้าสังเกตุกราฟจะพบว่าเป็นรูป V-shape เลย
– วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ

วันที่ 915 ของการเดินทาง : (บทสนทนาระหว่าง เทรดเดอร์ Vs นักธุรกิจเครือข่าย)

ตอนเเรกผมกะว่าจะพูดถึงหนังสือเกี่ยวกับการเทรดที่น่าสนใจ เเต่มีเรื่องที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากกว่าอยากจะเเชร์ให้ฟัง …. เมื่อวานนี้เพื่อนผมพาเข้าไปพบ เเม่ทีมของ Network marketing ที่บริษัทเเห่งหนึ่ง ที่มีรายได้เดือนละ 7 หลักเเละ พยาม Recruit ให้ผมเข้าสายงาน …. โดยส่วนตัวเเล้วผมนั้นไม่ได้ anti ธุรกิจเครือข่าย เเต่ผมรู้สึกว่า…เเม้ธุรกิจนี้จะสามารถสร้างรายได้มากๆได้จริงเเต่มันไม่เหมาะกับตัวผม เพราะว่าผมได้ตัดสินใจอย่างชัดเจนในชีวิตเเล้ว ว่าผมต้องการจะมีชีวิตในรูปแบบใด เเน่นอนครับว่าผมตัดสินใจที่จะเป็น ” เทรดเดอร์”

ต่อไปนี้จะเป็นประเด็นที่ผมคิดว่าน่าสนใจ ที่ผมได้คุยกับนักธุรกิจคนดังกล่าว

1.เรื่องของอิสรภาพของการเงิน เเละเวลา: เเน่นอนว่าธุรกิจเครือข่ายจะต้องนำเรื่องนี้มา เป็นเรื่องสำคัญ นักธุรกิจบอกว่า ธุรกิจของเค้านั้นเมื่อทำ ใช้เวลาเพียงเเค่ 3-5 ปีก็จะมีอิสรภาพทางการเงิน โดยมีรายได้ Passive income มหาศาลระดับ 6-7 หลักต่อเดือน …ผมก็ตอบกลับว่า สำหรับเทรดเดอร์นั้นใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนัก เมื่อพัฒนาไปจนถึงจุดหนึ่งก็สามารถที่จะสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง เเล้ววางระบบการลงทุนที่ดี ก็สามารถที่จะมีอิสรภาพทางการเงินได้เช่นกัน คำว่า “อิสรภาพ” ในความเข้าใจของผมคือ สิทธิที่จะเลือก ถ้าผมมีเวลาเหลือจากการทำงานวันละ 4 ชั่วโมง ระหว่างเอาเวลา 4 ชั่วโมงนั้นไปหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องการเทรด หรือเอาเวลาไปออกกำลังกาย กับเอาเวลา 4 ชั่วโมงนั้นไปทำธุรกิจเครือข่าย ผมคงเลือกเอาเวลาไปใช้เรื่องการเทรด เพราะผมรู้สึกว่าผมมีความสุขกับการใช้เวลาดังกล่าวมากกว่า

2.เรื่องของการ Retire : นักธุรกิจเครือข่ายบอกว่า เมื่อเราขยายสายงานไปถึงจุดหนึ่งเราสามารถที่จะหยุดพักเเล้วไปทำอะไรก็ได้ อยากไปเที่ยวหรือว่าพักผ่อน หรืออยากจะช่วยทีมงานในการเเบ่งปันความสำเร็จต่อๆไปก็สามารถทำได้ …….ผมก็ตอบกลับว่า จริงๆผมสามารถใช้โปรแกรม Leave with out pay สำหรับเทรดเดอร์ได้..ซึ่งสามารถหยุดงานได้ 1 เดือนเต็มต่อเนื่องกัน ถ้าต้องการ…เเต่ผมคงไม่ได้ใช้เพราะ ตั้งเเต่ผมเป็นเทรดเดอร์ ผมไม่เคยอยากจะลาหยุดงานเลยเเม้เเต่วันเดียว (อันนี้เรื่องจริง)เเละต่อให้ผมมีเงินมากมายจนไม่ต้องทำอะไร ผมก็คงจะเป็นเทรดเดอร์อยู่ดี อาจจะเป็นเพราะว่าผมเสพติดตลาดก็ได้ ผมจะมีความตื่นเต้นทุกวันที่ตื่นมาเเละรู้ว่าต้องไปทำงาน… เพราะอยากรู้ว่าถ้าผมเทรดวันนั้น ผมจะปิดยอดสิ้นวันด้วยกำไรหรือว่าขาดทุน มันเป็นความท้าทายในชีวิตของผม

3.เรื่องของสุขภาพ : นักธุรกิจเครือข่ายบอกว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท เเละการเเบ่งปันผลิตภัณฑ์นั้น จะช่วยให้เราเเละคนรอบตัวมีสุขภาพที่ดีขึ้น เรียกว่า ธุรกิจนี้มีทั้ง ทางด้านการเงิน สุขภาพ เเละเวลา …..ผมตอบกลับว่า ผมได้เเบ่งเวลาสำหรับออกกำลังกายเพื่อเป็นการป้องกัน เเละได้ทำประกันสุขภาพเเบบรัดกุม คือ ทั้งประกันชีวิต + ประกันอุบัติเหตุ + ประกันสุขภาพ โดยจ่ายเบี้ยต่อปีในอัตราเต็มที่เค้าให้ลดหย่อนภาษีได้ สำหรับพ่อเเละเเม่ผมนั้นสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เนื่องจากเป็นข้าราชการบำนาญ เเต่ก็มีการทำประกันอุบัติเหตุ (ผมเรียนหลักสูตรนักวางเเผนทางการเงินมา เลยLock ความเสี่ยงของครอบครัวไว้ด้วย)

4.เรื่องการเป็นที่ยอมรับ : นักธุรกิจเครือข่ายบอกว่า ถ้าขึ้นสู่ระดับสูงจะได้รับการยอมรับจากเพื่อนสมาชิกกว่า 10,000 คน ในห้องประชุมขนาดยักษ์ ได้เดินบนพรมเเดงท่ามกลางเสียงปรบมือ เเละได้ยอมรับในองค์กร ….ผมไม่ได้ตอบกลับ เเต่พูดในใจว่า… การยอมรับนั้นมันเริ่มจากตนเอง ต่อให้ไม่ใครยอมรับ ผมก็รู้จักตัวเองดีในฐานะเทรดเดอร์ ผมไม่ได้กระหายการยอมรับ ผมมีความสุขที่จะใช้ชีวิตเเบบ Low Profie But Hight profit … เพราะถ้าผมต้องการการยอมรับ ผมคงเอารูปมาแปะใน Blog ของ Settrade หรือผมอาจจะเอารูปมาติดไว้ที่หน้าปกหนังสือ เอารูปมาติดไว้ที่หน้าFanpage เเบบที่เค้าฮิตๆกัน จนไม่รู้ว่าตกลงเราเป็นดารา หรือว่าเทรดเดอร์กันแน่ (อันนี้เเซวเล่นนะครับ ^___^)

– เเละต่อไปนี้คือข้อคิดจากผม สำหรับเพื่อนๆที่สนใจที่จะมี Life Style เเบบบเทรดเดอร์
1.เรื่องของการเทรดไม่ใช่เเค่เรื่องกำไร เเละขาดทุน เเต่มันเป็นศิลปะที่เราจะเข้าใจถึงอารมณ์ วินัย ของตัวเราเองเเละผู้คน โดยเราเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้จากการเคลื่อนไหวของราคา เเละการเรียนรู้เหล่านี้ไม่เคยมีวันที่จะจบสิ้น เราจะต้องเรียนรู้ต่อเนื่องไปตลอดชีวิต นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ผมบอกนักธุรกิจเครือข่ายคนนั้นไปว่า ถ้าผมมีเวลาเหลือ 4 ชั่วโมง ต่อวัน ผมจะเอาไปหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทรด นอกจากเพื่อเเบ่งปันความรู้ให้ตัวเองเเล้วยังสามารถส่งต่อความรู้ให้ผู้อื่นต่อได้ด้วย

2.ชั่วโมงบินของเทรดเดอร์ : ยิ่งชั่วโมงการศึกษา เเละการอยุ่ในตลาดมาก ยิ่งทำให้ระบบการตัดสินใจของเราเฉียบคมเเละเด็ดขาดมากขึ้น เราต้องทุ่มเท การที่เทรดเดอร์คนนึงจะเเซงอีกคนนั้นเป็นไปได้ไม่ยาก ถ้าเราทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกซ้อมอย่างหนัก ผมไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตาฟ้าลิขิต ผมเชื่อว่าบนหนทางของเทรดเดอร์ เราสามารถสร้างโชคชะตาของเราเองได้

3.สัมผัสเเห่งไมดาส : หรือสัมผัสเเห่งทองคำในตำนาน ที่เเตะอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด เทรดเดอร์ที่ฝึกฝนมาจนถึงจุดนึงจะเชื่อว่ามีสัมผัสดังกล่าวอยู่จริง คือ เเค่มองเข้าไปในตลาด หาโอกาส เเล้วก็สามารถทำกำไรจากตลาดได้ทันทีราวกับมีเวทมนตร์ …. นี่มันคือความเป็นสุดยอดของอาชีพนี้ ยิ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ัทันสมัยทั้ง internet เเละ Laptop ยิ่งเอื้อให้เราสามารถที่จะเทรดที่ไหน เวลาใดก็ได้ มันช่างเป็นสุดยอดอิสรภาพโดยเเท้ ….. (อันนี้ให้กำลังใจ กึ่งๆโฆษณานะครับ)

สรุป : เเม้ว่าเราจะปีนเขาเหมือนกัน ภูเขามันมีทางขึ้นหลายทาง เเละถ้าหนทางมันถูก เราก็คงจะพบกันที่ยอดเขา ….see you on the top (ที่มา ซิก ซิกล่า)

สำหรับตลาดวันนี้ตามรูปเลยครับ คือมีเเนวโน้มชัดเจน เป็นขาขึ้น —> วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ

วันที่ 914 ของการเดินทาง

ขออัพเดทช่วงเย็นเมื่อวานนิดหน่อยนะครับ มีบางเรื่องที่น่าสนใจ ระหว่างที่ผมนั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับ ตราสารออปชั่นอยู่นั้น ก็ไปสะดุดตาเข้ากับ E-book 2 เล่ม …

เล่มเเรก : ราคาประมาณ 30$ เป็นวิธีการเข้าออกตลาดค่าเงิน ที่ผุ้เเต่งบอกว่าเรียบง่ายเเละมีความเสี่ยงในการคัทลอสต่ำ ผมก็เริ่มตะหงิดใจเเล้วว่า วิธีการนี้น่าสนใจ มันน่าจะคล้ายๆกับวิธีการที่ผมใช้ดูประกอบการเทรดอยู่ในปัจจุบัน คิดในใจว่า… ต้องรู้ให้ได้ว่าวิธีเดียวกันรึป่าว จึงยอมซื้อทันทีผ่านทางหน้าเวบ หลังจากที่ซื้อมาเเล้วก็รีบอ่านทันที ก่อนที่จะไปออกกำลังกาย ….. โอ้ว ใช่เลยครับ….. วิธีการที่เค้าตั้งกราฟใช้ในการเทรดค่าเงิน กับ วิธีการที่ผมใช้ตั้งกราฟประกอบการเทรดในปัจจุบัน มันเป็นรูปแบบเดียวกันเลย ….. (ผมเขียนอธิบายวิธีการอ่านกราฟของผมในเเต่ละวันไว้เเล้ว… ผมใช้เครื่องมือเเค่ EMA + Sto เท่านั้นในการอ่านตลาด 30%…เเละก็อาศัยการดูอารมณ์ตลาดประกอบเอา70%)

เล่มที่สอง :ราคาประมาณ 70$ เป็นการเข้ารูปออกตลาดในหลายๆเเบบ ซึ่งสามารถทำกำไรได้เเละความเสี่ยงต่ำ ….ผมก็อดใจไม่ได้ที่จะซื้อมาอีกเเล้ว อ่านมาเเล้วก็เป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาเช่น สามเหลี่ยม ธง เเละเเท่งเทียนรูปแบบที่มีพลัง

นำมาสู่ข้อสรุปที่ว่าจริงๆเเล้วระบบที่ เรียบง่ายไม่ซับซ้อน มักจะสามารถช่วยให้เราทำกำไรได้ …. เพื่อนๆเชื่อมั้ยครับว่า เเค่เพียงดูหน้าจอเทรด ก็พอจะทราบได้เเล้วว่าเทรดเดอร์คนนั้นจะทำกำไรรึว่าขาดทุน ….
– ถ้าเทรดเดอร์ ที่หน้ากราฟของเค้าเต็มไปด้วยเครื่องมือมากมาย —> ผมจะฟันธงไว้ก่อนเลยว่า โอกาสจะประสบความสำเร็จต่ำ เพราะเกณฑ์ในการตัดสินใจเข้า – ออกมาหลายเกณฑ์เเละยุ่งยากเกินไป

– ถ้าเทรดเดอร์นั้นหน้ากราฟของเค้าดูโล่งๆ ใช้เครื่องมือ 1-2 ตัวเท่านั้น —> เเสดงว่าเค้าใช้วิธีการเรียบง่ายในการเข้าออก เเละในโลกเเห่งความเป็นจริงก็คือ วิธีการที่เรียบง่ายนั่นเเหละมักจะประสบความสำเร็จในระยะยาว

ผมเคยปรึกษาอาจารย์ใน Money Fitness Program ว่าผมเป็นคนจ่ายเงินไปกับ หนังสือ เเละ E-book เยอะมาก … ตรงนี้จะแก้ไขอย่างไรดี อาจารย์บอกว่าเค้าก็เป็นเหมือนกัน ^__^” สรุปคือ จ่ายเงินเพื่อซื้อหนังสือได้ เเต่ซื้อมาเเล้วต้องอ่านให้จบด้วย ไม่ใข่ซื้อมาเก็บไว้เฉยๆ

—————————————-
มาที่เช้านี้กันบ้าง : วันนี้ทีวีในห้องเทรดของผม น่าจะถูกเปลี่ยนสายอากาศใหม่โดยฝ่ายช่างที่บังเอิญมาซ่อมหลอดไฟในห้องเทรดพอดี ทำให้ภาพใหม่นั้นชัดมากครับ หลังจากดูทีวีที่เต็มไปด้วยภาพซ้อนเเละลูกน้ำอยุูครึ่งปี…..

– ทีวีอยู่ด้านซ้ายมือครับ พอช่วงพักเที่ยง เหล่าเทรดเดอร์ในห้องก็จะมาประลองฝีมือด้านเกมส์กัน โดยปัจจุบันเราเล่น FIFA ส่วนริมขวาสุดเป็นโต๊ะเทรดของผมเองครับ มี 4 จอ สำหรับจอซ้ายบนนั้นดูกราฟ + เล่น Facebook สลับกันไปในยามที่ตลาดนิ่งๆ เเละน่าเบื่อครับ

-สำหรับตลาดวันนี้ …. แกว่งอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมครับ เเบบนี้ถือว่าเทรดยาก เพราะราคามันค่อนข้าง sideway …. พอ Break ปุ๊บราคาก็วิ่งค่อนข้างเเรง … วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ

วันที่ 913 ของการเดินทาง

กราฟนี้เป็นของ s50Futures ช่วงเช้า นะครับ
– สำหรับวิธีการวิเคราะห์นั้นก็คือ ราคาเปิดกระโดดขึ้นมา จากนั้นราคาก็เเกว่งอยู่ในกรอบเเคบๆ สีขาวที่ผมขีดไว้ เเล้วราคาก็สามารถ Break ขึ้นไปได้ เเล้วมีจุด Pull Back ให้ Long ด้วย เเต่ราคาเด้งขึ้นไปได้นิดเดียว พยาวจะยืนเเต่เหมือนจะยืนไม่อยู่ เเล้วก็ Break กลับมาเลย
-สำหรับผมเเล้ว ช่วงเช้านี้ถือว่าเทรดยากครับ เพราะราคาเเกว่งอยู่ในกรอบเเคบๆ ช่วงเช้า + อยู่นิดหน่อยครับ

-ช่วงบ่าย สังเกตุได้ว่าเเนวโน้มได้เปลี่ยนจากขาขึ้นในช่วงเช้ามาเป็นลงเเล้ว โดยเราดูจาก 2 ปัจจัยประกอบ คือ 1. ราคาสามารถดึงให้เส้นค่าเฉลี่ยเส้นสั้นตัดเส้นยาว 2. ราคาหลุดเเนวรับ เเนวรับจึงกลายเป็นเเนวต้าน —> เราสามารุหาจังหวะ Short ครั้งเเรก ในช่วงที่ราคา Pull ขึ้นไปทดสอบเเนวต้านเส้นขาวๆ ที่ผมขีดไว้ให้ดู หรือว่าถ้าเรา Short จังหวะเเรกไม่ทัน ก็ยังมีจังหวะที่ 2 ให้ Short หรือถ้าเเย่จริงๆ ก็คือให้เราไป Short ตอนที่ราคา Pull มาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย

– ช่วงบ่ายนั้นมี Trend ชัดเจนครับ —> วันนี้สามารถปิด + ได้

วันที่ 912 ของการเดินทาง

วันนี้ช่วงเช้า เเวะไปปรึกษา อาจารย์ จากโปแกรมสัมนา Monet Fitness Program —> โดยวันนี้จะเป็นการปรึกษา เเบบ 1-1 เพื่อปรับเปลี่ยนงบการเงิน ให้เราสามารถจะมีอิสรภาพทางการเงินให้เร็วที่สุด ของผมนั้นต้องปรับลดรายจ่ายลง โดยตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นบางประการออกไป

– นอกจากนั้นวันนี้ยังได้รู้เรื่องเกี่ยวกับโอกาสในการลงทุนหลายๆอย่างที่น่าสนใจ จากการที่ผู้เข้าร่วมสัมนามาเเชร์ ด้วยครับ —> ทำให้รู้สึกว่าโอกาสนั้นมันมีอยู่รอบตัวจริงๆ ขอเพียงสังเกตเห็นมันก็พอ ซึ่งถ้าเพื่อนๆเคยเล่นเกมส์กระเเสเงินสด 101 เเล้วหยิบได้การ์ดโอกาส ก็จะพบว่าเมื่อโอกาสมาถึงนั้น เราจะตัดสินใจ + ลงมือทำอย่างไร กับโอกาสที่เราพบ นั่นเอง

– จากนั้นเเวะไปพักผ่อนด้วยการไปดูหนังเรื่อง War Horse @ SF cinema The mall บางกะปิ –> หนังเรื่องนี้เรื่องราวอาจจะไม่เท่าไหร่ เเต่ที่สวยประทับใจคือภาพ ภาพทำได้สวยจริงๆ ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงได้เข้าชิงตั้ง 6 รางวัล เเละรางวัลที่มีลุ้นมากๆนั่นก็คือ Best Picture

วันที่ 911 ของการเดินทาง

วันนี้ ตื่นมา ช่วงเช้าเเวะเข้าไปอ่าน Forum การเทรดค่าเงินของเวบต่างประเทศ ดูว่ามีเเนวคิดอะไรใหม่ๆที่น่าสนใจในการเทรดบ้าง
– จากนั้นมีนัดกับน้องๆ ในแผนก @ MBK เพื่อไปดูหนังเรื่อง man on the ledge หนังเรื่องนี้สนุกมากครับ ผมชอบตรงไอเดีย ของหนัง เอาไป 9.5/10 เลยครับ
– เเล้วก็เเวะไปออกกำลังกาย @ Fitness ต่อ
– กลับบ้านมา ช่วยดูงานเเปลเกี่ยวกับ Finance ให้เพื่อนนิดหน่อย เเล้วก็นอนครับ

วันที่ 910 ของการเดินทาง

เมื่อคืน—> มีอาการปวดเอว เเละหลังเลยเเวะเข้าไปที่ Health Land ช่วง 21-00- 23.00 กว่าจะกลับบ้านก็โน่นเลย ราวๆ เที่ยงคืนครับ

-มาดูตลาดวันนี้กันดีกว่า มีประเด็นที่น่าสนใจหลายอันเลยทีเดียว ช่วง 1.30 ชั่วโมงเเรก จะเห็นว่าราคาเเกว่งในกรอบเเคบๆ สีขาวที่ผมขีดไว้ เเนวต้านเเนวรับ ทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว โดยผมทำจุดขาวๆ เเสดงจุดที่ราคาเข้ามาปะทะเเนวต้านเเละเเนวรับ จากการสังเกตุของผม ….เวลาที่ราคาแกว่งอยู่ในกรอบเเคบๆ จะมีเเรงอัด เวลา Break ไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ราคามักจะพุ่งไปด้านนั้นเเรงๆ หลังจากที่ ราคา Break กรอบล่างลงไป ราคาก็ไหลลงไปเลยเเบบเร็ว + เเรง ที่น่าสนใจคือ ราคาไหลลงเเบบไม่ได้สนใจ Basis จากที่เมื่อวาน Basis อยู่ราวๆ 1-2 จุด เเต่ในวันนี้นั้นมีบางช่วงที่ Basis ถ่างออกไปถึง 7 จุด ประเด็นอยู่ที่เมื่อวานต่างชาติ Net buyถึง 4,952 ล้านบาท ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ในตลาดจะมองเป็น Bullish วันนั้นจะอันตราย จะมีเเรงกดเข้ามาเเล้วราคามักจะลงมาก่อน ส่วนจะกลับขึ้นไปหรือไม่นั้นอีกเรื่องนึง – ถ้าไปดูกราฟ Futures ระยะ Day จะพบว่า เเท่งเทียนของเมื่อวานเป็น Pin bar —> ถ้่าวันนี้ปิดต่ำ ก็จะเป็นสัญลักษณ์การกลับตัวระยะสั้นได้
– ช่วงบ่ายมีการเปลี่ยน Trend เกิดขึ้น —> โดยดูจาก ราคาสามารถดึง เส้นค่าเฉลี่ยเส้นสั้นขึ้นไปตัดเส้นยาว ดังนั้น Theme ในการเล่นช่วงบ่าย คือเน้น Long เป็นหลัก อย่าไป Short สวน Trend (เราต้องเข้าในว่า เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเราต้องพยามที่จะปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์นั้นๆ) รูปแบบของราคาถ้าสังเกตุดีๆ คล้ายๆ Head & Shoulder ด้วย โดยเรามีจังหวะ Long 2ครั้ง ที่น่าสนใจ ครั้งเเรกที่ราคาทำรูปแบบ Head & shoulder เเล้ว Break ขึ้นไป ผมทำ วงกลมสีเเดงๆ ไว้ให้ดีสำหรับจังหวะ Long ที่ควรเข้า เเละขีดเขียวๆ คือจุด Stop Loss ที่เราต้องคัททันที ถ้าราคาไหลทะลุลงมา ครั้งที่สอง ถ้าเราไม่ได้ Long ต้อง Break เราต้องใจเย็นๆ ไม่ต้องไปไล่ราคา ราคาให้ราคาอยู่เหนือค่าเฉลี่ย เเล้ว Pull Back ย่อมาให้ Long (ผมทำวงกลมจุดขาวๆไว้ให้ดู )จากรูปจะเห็นว่าราคาสามารถ Break ขึ้่นไปได้อย่างต่อเนื่อง เราสามารถ Let profit Run โดยการเลื่อนเส้นสีเขียวๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ

– วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ

วันที่ 909 ของการเดินทาง

ช่วงเย็นเมื่อวาน –> เเวะไปสมัครเล่น Fit ness ที่ The Olympic sport Club (อยู่ที่ โรงเเรมปทุมวัน ปรินซ์เซส MBK)ที่นี่คนไม่เยอะสถานที่หรูหราดี มีสระว่ายน้ำ เเละจากุชชี่ด้วยครับ โดยผมเเละน้องๆในเเผนกอีก 2 คน ตั้งใจจะใช้ที่นี่เป็นฐานทัพในการพักผ่อนหลังเลิกงานเนื่องจากเดินทางสะดวก นั่ง BTS ไม่นานก็ถึงเเล้ว
– หลังจากสมัครเสร็จ ก็ลงไปทนข้าว @ MBK กัน ที่ร้านโคโค่
– เเล้วกลับขึ้นมาออกกำลังกาย
…………………………………….
– สำหรับวันนี้ ตื่น 5.30 ขึ้นมาออกกำลังกายด้วยการปั่จจักรยาน 40 นาที + อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการเทรดค่าเงินไปด้วย ผมรู้สึกว่า Pro Trader ที่เก่งๆนั้นเค้าใช้วิธีการที่เรียบง่ายมากๆในการเข้า – ออกจากตลาด เเละมีความอดทนสูง
– รูปแบบเเนวคิดของ Trader พวกนี้จะคล้ายๆ หน่วยจู่โจมที่เรียกว่า Sniper คือรอจังหวะที่ชัดเจนในการจู่โจมด้วยความอดทน พอเจอเป้าหมายเเล้วก็ลั่นไกทันที ไม่ใช่พวก Machine Gun ที่กราดกระสุนจำนวนมากใส่คู่ต่อสู้
– เเวะมาดูที่ตลาดวันนี้ กันบ้าง

– ช่วงเช้าจะเห็นว่า….ราคามีเเนวโน้มขาขึ้นค่อนข้างชัดเจน ในการจะดูเเนวโน้มของวันถ้าตลาดมีเเนวโน้มนั้น เราสามารถดูได้จากเส้นค่าเฉลี่ยเส้นสั้น ตัดเส้นยาวขึ้น เเล้วราคาขึ้นไปอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสอง ( ถ้าเเบบนี้เราจะเน้นฝั่ง Long เป็นหลัก เเละอย่าไป Short สวน Trend เพราะอันตรายมาก)… ผมทำจุดคัทลอสไว้ให้ดูด้วย ในกรณีที่ราคาไม่ไปตามที่เราต้องการ ทุกครั้งที่เราเข้าไปในตลาดเราต้องมีเเผนเผื่อการออกเอาไว้ด้วย – Time frame —> เวลาผมดูจะใช้ Multi ple Time frame ในการดูเเนวโน้ม จากใหญ่ลงมาย่อยๆ เเล้วค่อยมาเน้นใน Time Frame เล็กๆ เพื่อที่จะควบคุมความเสี่ยง โดยไม่ให้จุดคัทลอสไกลจนเกินไป

– ช่วงบ่ายตลาดเริ่มมีการเปลี่ยน Trend ที่เห็นชัดเจน โดยราคาสามารถดึงค่าเฉลี่ยเส้นสั้น ลงมาตัดเส้นยาว พร้อมกับปรับตัวลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จากนั้นมีจังหวะ Pull Back ขึ้นไปให้ Short เเล้วราคาก็ไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง – วันนี้สามารถปิด + ได้ครับ

วันที่ 908 ของการเดินทาง

– วันนี้ เป็นวันเทรดเเรกของเดือนกุมภาพันธ์ —> ช่วงเช้าตลาดเเกว่งอยู่ในกรอบค่อนข้างเเคบ ช่วงเช้าผมมองฝั่งลง เพราะรู้สึกถึงเเรงกดที่เข้ามา ช่วงเช้าได้กำไรอยู่นิดหน่อย
– ช่วงบ่ายจุดที่เปิดไป ทดสอบตรง Low พอดี เกิดรูปแบบคล้ายๆ Double Bottom จากนั้นราคาก็เเกว่งอยู่ในกรอบเเคบๆ ก่อนจะ Break กรอบเเคบๆ ขึ้นไป
– ถ้าดูเส้นค่าเฉลี่ยจะพบว่า เเนวโน้มเปลี่ยค่อนข้างชัดเจน หลังจาก ที่ราคาดึงค่าเฉลี่ยตัดขึ้นไป ปัจจัยรอบบ้านก็ดูดี ราคาเลยขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง