วันที่ 176 ของการเดินทาง

เมื่อคืนเเวะไปพูดคุยสนทนา โต๊ะกลม จนกลับบ้านดึกไปหน่อย เลยตื่นสายครับ ตื่นมา 9 โมงกว่า เลย

– กำลังติดต่อ จะลงทะเบียนเข้าร่วม การสัมนาเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ที่จัดโดย คุณ วันชัย ประชาเรืองวิทย์ เจ้าของสำนักพิมพ์ ต้นไม้ ซึ่งเป็นโค้ชที่ผมนับถือท่านนึง ผมเคยเข้าร่วมสัมนากับโค้ชท่านนี้ เมื่อปีประมาณ 2 ปีที่เเล้ว รู้สึกว่าได้อะไรค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว คราวนี้การสัมนาจะมีในวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ น่าสนใจมากๆทีเดียวครับ

– ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานประมาณ 40 นาที

– ช่วงกลางวัน เเวะทานอาหารที่เจียงลูกชื้นปลา สาขา Big-c ลาดพร้าว

-วันนี้ รู้สึกว่า Feedback สำหรับหนังสือ ค่อนข้างดีเกินคาดเลยทีเดียว Se-ed บางสาขาหนังสือขายหมด จนต้องจองล่วงหน้า หนังสือขึ้นมาสู่อันดับ 7 ของหมวดบริหารธุรกิจเเล้วล่ะครับ ตอนนี้ เหนือความคาดหมายมากๆ
( ซึ่งต้องขอบคุณสมาชิกชาว Thaigold.info จริงๆครับ ที่เป็นเเรงสนับสนุนหลักเลยจริงๆ เเละก็คุณหมากเขียวเเห่งสินธรที่ช่วยโปรโมทให้ สำหรับหนังสือเล่มนี้ )

– ช่วงนี้เวบ optionistic.org มีปัญหาเข้าไม่ได้บ่อยเหมือนกัน

วันที่ 175 ของการเดินทาง

วันนี้ ผมตื่นมาเช้าทีเดียวครับ ตื่นปุ๊บก็เข้าครัวไปทานไข่ตุ๋นซึ่งเเม่ผมทำเป็นเมนูหลักไว้
– จากนั้น ก็ไป Siam Paragon ครับ นัดเพื่อนรัฐศาสตร์ ( เพื่อนผมเพิ่งกลับมาจากออสเตรลียเเละก็กำลังอยู่ในช่วงฝึกงาน) เเละก็เทรดเดอร์นักเปียโนไว้ เพื่อไปทานข้าวเเละก็ไป ที่ Health Land ต่อ ครับ วันนี้เน้นพักผ่อนเเละทำสมองให้โล่งครับ

– ตอนที่ผมกำลังพิมพ์ข้อความลงใน Blog นั้นผมอยู่ที่ Paragon เเล้วล่ะครับ ใช้ True Wifi ในการต่อ internet ค่อนข้างเร็วเเละก็ไม่หลุดด้วยครับ

– เจอเพื่อนใน Twitter ( Tongake) ที่ร้านหนังสือ คิโนะ คุนิยะ ด้วยครับ

– ที่ Health Land ผมเลือก นวดฝ่าเท้า 1 ชั่วโมง + นวดเเผนไทย 2 ชั่วโมงครับ = 3 ชั่วโมงของการผ่อนคลาย

– จากนั้นก็ไปทานอาหารเกาหลีต่อ ชื่อร้าน อารีรัง เป็น บุฟเฟต์ ที่นี่ราคาไม่เเพงครับ เเละบรรยากาศก็ดี ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ทานกันอยู่นานเลย

– เเล้วก็เเวะไปบ้านเพื่อนนิดหน่อย ก่อนกลับบ้าน

วันที่ 174 ของการเดินทาง

ช่วงนี้ตลาด Swing มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้การตัดสินใจ ต้องเร็วมากๆ ทั้งการเข้า ออก เเละการคัทลอส
– วันนี้ เเม้ผมจะไม่ทำกำไร เเต่ก็ได้เรียนรู้ อะไรจากตลาดอีกเยอะ เลยทีเดียว
– ต้องขอบคุณสมาชิกชาว Thaigold.info ที่ช่วยกันอุดหนุน หนังสือผม กันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมมีกำลังใจ ที่จะเเชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการเทรด ต่อไป
– ผลงานการเทรดของผม ช่วงนี้ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ครับ เริ่มเป็นที่เพ่งเล็ง ถ้าไม่สามารถกลับมาได้ ผมทราบดีว่าก็คงจะหนีไม่พ้นต้องออกจากเทรดเดอร์อาชีพ เเต่คิดว่าน่าจะสามารถปรับตัวได้ทัน
– ช่วงเย็น เเวะมาที่ Siam Center ทานข้าวครับ ^^

วันที่ 173 ของการเดินทาง

วันนี้ ตลาดมีการ Sideway ในช่วงเช้า ทำให้ระบบในการส่งคำสั่งซื้อขาย ส่ง False Signal ออกมาหลายครั้ง เนื่องจากระบบที่ใช้มีความSensitive เกินไปในช่วง Sideway
– วิธีการแก้ไขก็คือขยาย Time Frame เเล้วพยามมองหาภาพกว้าง ดู Trend ในเเต่ละวันให้ออก
-ต้องดู ภาพรวมของตลาดหุ้น Confirm ไปด้วย

วันนี้ ผมมีอาการ นิ่ง ไม่กล้าส่งคำสั่งตาม Trend ในช่วงบ่าย ทั้งๆที่ตลาดมี Trend
ผมรู้สึกได้ว่าตัวเองมี Error ในกระบวนการตัดสินใจในการส่งคำสั่ง หลังจากที่โดน Cutloss ติดต่อกันหลายๆไม้ ครับ
ผมมัวเเต่คำนวณ เรื่อง Risk ในการคำออกเเต่ละไม้มากเกินไป จนพลาดการทำ Reward ในหลายๆ ครั้ง
เป็นปัญหาใหญ่ ทีเดียว เเต่โชคดีที่ยังทราบในช่วงการเทรดยังไม่เสียหายมาก

ตอนนี้ปัญหาในการเทรด ของผมสามารถสรุปได้ดังนี้
1.เรื่องเครื่องมือที่ใช้ ทำให้ไม่สามารถมองภพรวมตลาดได้ชัด ความสนใจจึงไปอยู่ที่จุดเล็กๆ มากเกินไป ไม่สามารถมองเห็น Trend ในเเต่ละวันได้
2. Error ของการตัดสินใจ เมื่อมีการขาดทุน ต่อเนื่องกันหลายๆ Order เเม้ว่าจะเป็นการขาดทุนเล็กๆ ต่อ Order ก็ตาม

ช่วงเย็น ผมไปนั่งเล่นที่ร้าน Starbuck สาขาโรงพยาบาลเวชธานี นั่งพักผ่อนจิตใจก่อนเข้าบ้านครับ
พอถึงบ้าน ก็นั่งปรับกราฟที่ใช้มองตลาดนิดหน่อย

เเม้ว่าช่วงนี้สถานการณ์ของตัวเอง ในโลกการเทรดจะไม่ดี
เเต่ผมก็ยังเชื่อว่า ผมน่าจะกลับมาได้

วันที่ 172 ของการเดินทาง

วันนี้ ผมไปถึงที่ทำงานเเต่เช้าตามปกติ เนื่องจากบ้านผมอยู่ไกลจากที่ทำงานพอสมควร ผมจึงต้องตื่นประมาณ 5.15 เเล้วออกจากบ้าน 5.40 ถึงที่ทำงานก็ประมาณ 7 โมงครับ ถึงค่อนข้างเช้าทุกๆวัน

– วันนี้ตลาดเหวี่ยงมีโอกาสให้ทำกำไรเยอะ ผมพลาดไม้ใหญ่ ไปอย่างน่าเสียดาย จากการที่ส่งคำสั่ง Short ช้าไป เสี้ยววินาที เเล้วราคาก็ไหลลงไปเลย ผมตามไป Cancel คำสั่งเพื่อส่งใหม่ เเต่ราคาก็ไหลลงไปอย่างรวดเร็ว น่าเสียดาย เเต่ก็ได้เรียนรู้ว่า ” 1 วินาทีของ การเทรดนั้นสำคัญมากๆ เเละไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ “

-วันนี้ ได้กำไร กลับมานิดหน่อย ผมเทรดเน้น Safe ให้พยามปิดเเดนบวกครับ เพื่อดึงกำลังใจ เเละ Step การเข้าออกตลาดกลับมา ^^

-ช่วงเย็น เเวะทานพิซซ่า ที่ The mall บางกะปิ

-ดึกๆ ดูหนังเรื่อง ” The Rounder ” ครับ พี่ที่ทำงานให้ยืมมา เป็นหนังเกี่ยวกับเซียนพนันโป๊กเกอร์

วันที่ 171 ของการเดินทาง

วันนี้ ผมยังไม่สามารถกลับมาบน Track ของการทำกำไรได้
เเต่ผมพยามเรียนรู้จากตลาดให้มากขึ้น
พยามจะถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้เจอ ลงสู่ Blog นี้

บทเรียนที่สำคัญสำหรับวันนี้ก็คือ
– ผมเฝ้ามองว่า จังหวะที่ขาดทุนนั้นผมพลาดไปตรงจุดไหน พยามที่จะไม่ผิดซ้ำ
– ผมเทรดโดยที่ ความกลัวเเละความเครียดลดลง ไปมาก
– ผมเทรดโดยมี Limit loss ของตัวเอง บางครั้งจังหวะเทรนด์ใหญ่ๆ ก็มาในเวลาที่ผม Limit loss เเล้วหยุดเทรดประจำวันไปเเล้วก็มี
– ผมมีเวลาไม่มากนักที่จะปรับตัว เข้าสู่ Day Trader ครับ ผมยังคงทำการบ้านเสมอ กลับมานั่งเช็คกราฟบ้างว่าเกิดอะไรขึ้น เเต่ไม่ได้เเบกความความกดดันจากการเทรดมาไว้เหมือนเมื่อสัปดาห์ก่อน
– บางครั้งก็รู้สึกขำๆ เหมือนกัน ว่า ” เฮ้ย ทำไมตอนเรา Short เเล้วมันไม่ลง พอตลาดลากเราไปชน Cutloss เเล้วลงเอาๆ ” 555
-ทุกครั้งที่ผมเข้าตลาด ผมจะมี Cutloss เสมอ เเต่ช่วงนี้รู้สึกว่าจะโดน Hit Stoploss บ่อยครั้ง เหมือนกัน

คืนนี้ ผมวิเคราะห์ราคาทองคำให้ Thaigold.info
เเละก็ทานข้าวร่วมกับครอบครัวครับ

วันที่ 170 ของการเดินทาง

วันนี้ เป็นวันเเรกของ สัปดาห์เทรด

– ตลาดค่อนข้าง Swing ผมส่งคำสั่งตามไปยังไม่ค่อนทันเท่าไหร่ เนื่องจากการตัดสินใจช้าไป 2-3 วินาทีเสมอ ช่วงเช้าเลยขาดทุนไปก่อน เเล้ว Cover กลับมาได้

-ผมรู้สึกว่า การคีย์ของผมเเละการตัดสินใจช้าไป 1 จังหวะเสมอ ต้องปรับปรุงครับ

– ช่วงบ่าย เข้าออก Cutl loss เเบบขาดทุนไป จากนั้น Cover กลับมาได้ + กำไรนิดหน่อย

– เเม้ว่ากำไรจะไม่มาก เเต่ผมรู้สึกได้ถึงการพัฒนาในการเทรดมากขึ้น ทั้งความกล้าในการตัดสินใจที่เร็วขึ้น

พื้นฐานของผมมาจาก Position trading เเบบถือข้ามวัน & System Trading >>> การมาเทรด Style : Daytrading นั้นต้องปรับมากๆ เลยครับ ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าผมจะปรับตัวทันมั้ย เเต่เกมส์นี้มันมีเวลาจำกัด เราต้องปรับตัวให้ทันเพื่อให้อยู่รอดได้ในตลาดเเห่งนี้

-หนังสือของผม วันนี้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 10 ของหมดบริหารธุรกิจ เเล้วล่ะครับ

วันที่ 169 ของการเดินทาง

วันนี้ตื่นเช้ามาปรับ Template ในการเทรด ครับ
– เช้านี้ ทานข้าว + ไข่ตุ๋น เป็นมื้อเช้า
– จากนั้นก็ปรับ Template ในการเทรดนิดหน่อย & ตรวจเช็คโมเดลในการเทรด
– ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน + ดูข่าวเรื่องเล่าเสาร์- อาทิตย์ ไปด้วย

วันนี้ผมจะพูดถึงเรื่อง “ความหวัง” ให้ฟัง ว่าบางครั้งหนทางของเรามันก็อาจจะไม่ราบรื่นเสมอไป เเต่ขอให้เรายังคงมีความหวังกับชีวิตเสมอๆ
วันนี้นึกย้อนกลับไปถึงช่วงก่อนที่จะเข้าสู่ Proprietary Trader ครับ ผมต้องการจะสื่อว่าบางครั้งหนทางมันก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป

– มีการคัดอยู่ 2-3 รอบก่อนถึงรอบสัมภาษณ์ ผมเตรียมตัวไปค่อนข้างดีในรอบสัมภาษณ์ เเต่ผลคือผมตกสัมภาษณ์ครับ ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับความเชื่อมั่นสูงจนเกินไป ช่วงนั้นทำให้ผมผิดหวังเเละเครียดไป 1-2 อาทิตย์เลยทีเดียว เเต่ในวิกฤตมักจะมีโอกาสเสมอ ……..
อยู่ๆผมก็กด Search Google คำว่า Hedge Fund เเละได้พบกับเวบไซด์เเห่งหนึ่ง เกี่ยวกับ การลงทุนในออปชั่นต่างประเทศ ผมลงสมัครไป ประมาณ 35,000 บาท เเละได้รู้จักกับวิทยากร ..ซึ่งผมมองว่าเก็บค่าเรียนเเพงเกินไป ^^” จริงๆ เเค่ 3,500 ผมก็ยังรู้สึกว่าเเพงไปเลย 555

-จริงอยู่สำหรับผมเเล้ว ผมรู้สึกว่าเงิน 35,000 กับคอร์สสัมนาที่ไม่ค่อยจะได้อะไร มันช่างดูไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ เเต่อย่างน้อยก็ทำให้ผมได้เพื่อนใหม่ เเละเปิดหูเปิดตากับการลงทุนในออปชั่นต่างประเทศ สัมนาจบผม เทรดเดอร์เปียโน เเละก็วิทยากร นั่งเล่นเกมส์เเละคุยกัน ผมได้หลากหลายเเนวคิดจากวิสัยทัศน์ของวิทยากรผู้นี้ นำมาสู่
1. การเขียน Blog เเห่งนี้
2. การทำเวบ Optionistic.org
3.การกลับไปเขียนบทวิเคราะห์ราคาทองคำใน เวบ Thaigold.info อีกครั้ง

-ผมรู้สึกว่า ผมต้องขอบคุณ วิทยากรผู้นั้น ที่เเม้จะเก็บค่าสัมนาราคาเเสนเเพง
เเตเพื่อนคนนี้ก็ช่วยให้ผมได้มุมมองใหม่ๆ มากมาย

-ผม ณ วันนั้น ยังหาหนทางเข้าสู่เทรดเดอร์อาชีพไม่ได้เลย
อยู่ๆ โอกาสก็เปิดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อมีโทรศัพท์จากฝ่าย บุคคลจาก บล ที่ผมตกสัมภาษณ์ไปเเล้ว เรียกผมกลับไปคุย

-ผมได้คุยกับหัวหน้าทีม Proprietary อีกครั้ง พร้อมข้อเสนอให้ผมเทรดพอร์ตตนเอง 1 เดือนเพื่อดูผลงาน ถ้าผ่าน ถึงจะกลับเข้ารอบสัมภาษณ์ถัดไป
ผมเทรดพอร์ตตัวเองอยู่บ้านเป็นเวลา 1 เดือน โดยมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจดังนี้

1.ผมจะรีบตื่นมาวิเคราะห์ภาพรวมว่าตลาด จะเป็นอย่างไร ผมไม่เคยตื่นสาย

2.ผมนั่งหาระบบเทรดเป็น 100 ระบบเพื่อให้เดือนนั้นมีกำไร เเละผมจะได้งาน

3.ผมยังจำไม้เเรก ในการเทรดได้เป็นอย่าง ผมเปิด Short เเล้วราคาไหลลงอย่างรวดเร็ว 3.5 จุด
– มันทำให้ผมเริ่มเห็นหนทางว่าข้างหน้ายังมีโอกาส

4.จากนั้น 2 ไม้ต่อมา ผมขาดทุน เอากำไรที่ได้หายไปหมดเลย
– ผมเครียดมากๆ เพราะว่าระบบที่ผมใช้ กำลัง Drawdown ในช่วงที่มีโอกาสเเค่เดือนเดียว ผมจึงต้องตัดสินใจ บางอย่าง นั่นก็คือ “เชื่อในระบบ”
-เหลือเวลาอีกไม่มากเเล้ว เเต่ปัญหาก็เข้ามามากมาย ทั้งเนทที่หลุด
-เเต่เเล้ว ผมตัดสินใจเทหมดหน้าตัก ด้วยการเลือกระบบที่มั่นใจที่สุด วัดกันไปเลยว่าจะอยู่หรือไป ระบบก็ส่งสัญญาณไม้ใหญ่ 10 กว่าจุดกลับมา ให้ผมสามารถที่จะดึงขาดทุนกลับมาได้

5. ทุกๆเที่ยง ผมจะเครียดมาก เพราะมีเวลาเเค่ 1 เดือนเท่านั้นที่จะตัดสินชีวิต ผมจะเดินไปซื้อเกี๊ยวน้ำเเถวๆ โรงพยาบาลเวชธานี มาทานเป็นอาหารเที่ยง
ผมเเทบจะกินเกี๊ยวน้ำตลอดทั้งเดือน เพราะเวลาที่เครียดผมก็ชอบเดินออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ เเละก็ M&M ทานเวลาเทรด

6.ช่วงนั้นผมจะคุยกับเพื่อนที่เป็น Prop อีกที่เกือบทุกวันครับ (ตอนนี้เพื่อนคนนี้ กับผมทำงาน Propคนละที่กันครับ) ผมกับเพื่อนผมคนนี้ใช้ System Trading เหมือนกัน เเต่เราไม่เคยคุยกันถึงวิธีการหาเงินนะครับ
เพราะวิธีการ = ความลับของเทรดเดอร์เเต่ละคน

ในที่สุดช่วงเวลา1 เดือนของการเทรดก็จบลง………

ผมได้โอกาสเข้าสัมภาษณ์ในรอบต่อไป
ผมผ่านสัมภาษณ์ เเละเข้าสู่ชีวิตการทำงานอีกครั้ง

ผมเข้าสู่ ระยะทดลองงาน 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่น่ากดดันเช่นกัน
– ผมเริ่มต้นด้วยกำไรนิดหน่อย กลับมาขาดทุนเเบบลงลึก จากนั้นค่อยๆ เทรดเอาคืนจนพลิกมาเป็นกำไร จนสามารถผ่าน Pro เข้ามาเป็นพนักงาน ได้อย่างหวุดหวิด

หลังจากผ่านโปร
-การเทรดผมก็ Drop ลงอย่างน่าตกใจ มันน่าตกใจที่เครื่องมือ เเละ Step การเทรดมันผิดเพี้ยนไป
-ผมต้องแก้ปัญหา เเละผ่านไปให้ได้ครับ บนโลกการเทรดมันมีสีสันเเบบนี้เสมอ 555
ช่วงนี้ผมก็เฝ้าติดตามดู ชีวิตตัวเองเช่นกันว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

เเม้การเทรดของผมจะยังไม่เข้าที่ เเต่ก็ยังมีสิ่งดีๆด้านอื่นๆในชีวิตที่น่าสนใจ
-หนังสือที่ผมออกเริ่มขายได้บ้างเเล้ว
-Blog & Website ก็มีคนอ่านพิ่มมากขึ้น

ณ วันนี้ เวลานี้ผมเข้าใจชัดขึ้นเรื่อยๆว่า
ชีวิตของคนเรา มีขึ้น มีลง มีเปลี่ยนเเปลงไปเช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวของราคาเสมอๆ

วันที่ 168 ของการเดินทาง

ผมเอาสาส์น จากเทรดเดอร์ Effi lang มาให้ดูต่อจากครั้งที่เเล้ว ตอนโน้นเลย
เป็นข้อความที่ต้องการจะบอกให้เทรดเดอร์ ที่กำลังจะเข้าสู่หนทางของการเทรดลองอ่านกันดู

For everyone who is just starting out……..

1. You will loose money
เราอาจจะต้องเสียเงิน

2. You will cry if you’re emotional
เราอาจจะต้องร้องไห้ในบางครั้ง

3. You may even reach the verge of suicide
เราอาจจะรู้สึกถึงจุดวิกฤตที่สุดในชีวิต

4. You will have people try to put you down
ผู้คนรอบข้างอาจจะทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับการเทรด

5. Depression
ความกดดัน เป็นสิ่งที่ต้องเจอเเน่นอน

6. You will want to give up
บางครั้งเรารู้สึกอยากจะยอมเเพ้

7. You will want to give up once more
อาจจะมีหลายครั้งที่เราอยากจะยอมเเพ้

8. You will want to give up again
เเละก็อีกหลายๆครั้ง

9. You will never give up if you have a goal set, so set it and you will have reason to go on.
เเต่เราจะไม่มีวันยอมเเพ้ถ้าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน เเละเหตุผลที่เราจะต้องสู้ต่อ

10. You will have good trading days
เราจะมีทั้งวันเทรดที่ดี

11. You will have bad trading days
เราจะมีวันที่เทรดที่ไม่ดี

12. You will realize that a minimum of 2:1 income to expense ratio may as well be just as important as trading itself
เมื่อเราสามารถเทรดจนกำไรเป็น 2 เท่าของรายจ่าย >>> เป็นสัดส่วนขั้นต่ำที่ดี เราไม่ควรจะจายมากกว่า 50% ของเงินที่เทรดได้ ในกรณีที่รายได้เรามาจากการเทรดเป็นหลัก

13. You will try many trading systems
เราจะทดลองหลายๆระบบ

14. You will most likely develop yours at the end
เราจะพยามจะพัฒนาหาผลลัพธ์

15. You will use 100 indicators at some point and most likely use just a few at the end
เราจะพยามทดสอบเป็น 100 indicators เพื่อว่าจะได้ผลการเทรดที่ดีขึ้น

16. You will realize that keeping a trading diary and plan. Is the same as your mum telling you to get your sleep: its true, If u do it u will be healthy and if you don’t you’ll always fall sick
เรื่องของการบันทึกการเทรดเป็นเรื่องสำคัญมากๆ มันคล้ายๆกับว่าเวลาที่เเม่ของเราบอกให้เรานอน
– ถ้าเราทำตามเราก็จะมีสุขภาพที่ดี
-เเต่ถ้าเราไม่ทำตาม เราก็จะมีสุขภาพที่ไม่ดี เท่าไหร่

17. Don’t get greedy!
อย่าโลภ

18. Trade Pips not Money
เทรดที่ Pips (หน่วยของ Forex) อย่าเทรดที่ตัวเงิน

19. 10 Pips a day is good
ได้ 10 Pips ต่อวันถือว่าดี

20. 20 Pips a day is great
ได้ 20 Pips ต่อวันถือว่ายอดเยี่ยม

21. 30 Pips a day is awesome
ได้ 30 Pips ต่อวันถือว่า วิเศษมากๆ

22. Accept loosing at most 50% of the time and winning the other 50%
เราต้องยอมรับ ขาดทุน – กำไร 50% 50% ให้ได้

23. Get a life. Exercise, eat, sleep. The better your health the better your trade.
มีความสุขกับชีวิต ออกกำลังกายบ้าง กิน นอนอย่างปกติ ยิ่งเรามีสุขภาพที่ดี เรายิ่งมีการเทรดที่ดีขึ้น

24. Keep it professional! Take breaks! Wear a suit and a tie if you have to even though you’re going to the next room, but have the right mind set, this is business and you are both the President and the Employee
ทำตัวเป็นมืออาชีพ มีการพักเบรกบ้าง ให้เรามองการเทรดว่าเป็นธุรกิจหนึ่งของเราโดยที่เราเป็นทั้งพนักงงาน เเละก็ลูกจ้าง

25. Don’t withdraw all your money from your account, compound what you can and aim to exponentially increase your lots while keeping your Pippage the same.
อย่าถอนเงินทั้งหมดจากบัญชีการเทรดของเรา ให้เราพยามทบต้นขึ้นไป

26. Patience and understanding is key and it is the difference between a loosing trade and a winning trade.
ความอดทนเเละความเข้าใจคือหัวใจ ซึ่งมันเเตกต่างระหว่างการเทรดที่เราขาดทุน เเละการเทรดที่กำไร

27. Educate Yourself. Dumb people loose money and Smart People make it in this trade.
เราต้องพยามเรียนรู้ คนโง่มักจะเสียเงิน ในขณะเดียวกันคนฉลาดมักจะเป็นผู้ได้เงินในสนามการเทรด

28. Remind yourself why you do what you do every once in a while
เราต้องเตือนตัวเอง เเละรู้ตัวเสมอ ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

29. When you loose a trade have an optimization protocol: – Ask yourself why you incurred an expense – Understand why you incurred an expense- Tell yourself what you need to do to avoid a reoccurrence and remember what you said
เวลาที่เราเทรดพลาด ให้ถามตัวเองว่าทำไม พยามที่จะเรียนรู้เข้าใจจากการขาดทุนที่เกิดขึ้น

30. Try not to trade news
อย่าพยามที่จะเทรดตามข่าว

31. In most cases if there is something you can’t explain with Technical Analysis. It’s normally news’ fault.
ให้หยุดชั่วคราว ถ้ามีบางอย่างที่เราไม่สามารถอธิบายได้ด้วย Technical Analysis

32. Have at least 2 internet connection setup, 1 for back up.
.ให้เรามี internet สำรองไว้ด้วย

33. Don’t trade when you are tired, drunk, sleepy or emotional
อย่าเทรดเวลาที่เราเหนื่อย เราดื่มมา ง่วง หรือว่าตอนที่อารณ์ราไม่ปกติ

ทั้งหมดนี้คือสาน์สจากเทรดเดอร์ค่าเงิน Effi Lang
ที่ช่วยเตือนใจเทรดเดอร์รุ่นใหม่ๆ ครับ

วันที่ 167 ของการเดินทาง

วันศุกร์ ผมหยุดพักการเทรด 1 วันเพื่อดึงสติในการเทรดกลับมา………

เวลาที่วิกฤตที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ก็คือ เครื่องมือที่เคยทำเงิน อยู่ๆก็ไม่ทำเงิน หรือจะเรียกอีกเเบบนึงก็คือAlgolitm ในการเทรด พังนั่นเอง เหตุการณ์เเบบนี้จะทำให้เราไม่มีหลักยึดว่าจะเข้าออกตลาดอย่างไร
-ผมยังโชคดี ที่มีโมเดลเทรดสำรองอยู่ ซึ่งกะจะเข็นตัวสำรองลงสนาม ต้นเดือนหน้าครับ ปกติผมไม่ได้ค่อยได้ดูบอล เเต่มีอยู่ช่วงนึงที่เเมนยู มีตัวสำรองอย่างโซชา เป็นไม้สุดท้ายในการลงสนาม ผมจำเป็นต้องส่งโมเดล Dealer 101 เข้าสนามตั้งเเต่ Feb เป็นต้นไป คู่กับการเทรดเองไปด้วย

ผมมีโมเดลเทรดใน Stock อยู่ 4 ตัวครับ
1. Gambler 101 ( Good Acc % Rate but normal Risk / Reward )
2. Dealer 101 ( Poor Acc% Rate but good Risk / reward)
3. Dealer 102 ( High Risk – High expected return )
4. Dealer 103 ( in experiment Phase)

= Model Trade (ผมขอเรียกว่าหุ่นยนต์ เพราะมันมีคำสั่งตายตัวในการทำงาน เราไม่สามารถเเทรกเเซงการทำงานมันได้ ) + Human Trading
เดือนนี้ ขณะที่ผมเทรดขาดทุน หุ่นยนต์กลับโชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างดี ( ถ้าได้ลงสนาม)

– ช่วงเย็นผมไปกินฟูจิ ที่ จามจุรี สเเควร์ครับ
– กลับบ้าน เทรดค่าเงิน E.U วันนี้ผมง่วงมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะหลับหน้าจอเทรด (อันตรายมาก ) ผมตั้งจุด Stoploss ไว้ ครับ ตื่นมาได้กำไรมา +12 pips กำไรเเบบงงๆ ปิดเครื่องเเล้วก็ไปนอนครับ

ผมรู้สึกว่า ผมยังต้องพัฒนาตัวเองอีกมาก เพราะตอนนี้เกมนส์การเทด & ความเครียด กำลังครอบงำผม
เเม้ผมจะรู้ดีว่า

เราจะมีความทุกข์………..ถ้าเกมส์การเทรดอยู่เหนือเรา
เเต่เราจะมีความสุข………..เมื่อเราอยู่เหนือเกมส์การเทรด
เพราะเกมส์นี้…..มันมีเเค่ ………..การขึ้น การลง เเละเปลี่ยนเเปลงไป

ประโยคนี้ช่างเรียบง่าย เเต่ทำตามได้ยากจริงๆครับ
เเต่เมื่อทำได้ ก็จะเข้าสู่ขั้น Pro
ผมยังคงเชื่อว่า วันนึงผมจะผ่านไปถึงครับ

วันที่ 166 ของการเดินทาง

วันนี้ เป็นอีกวันที่ได้รับบทเรียนจากตลาด
– วันนี้ราคาไหลขึ้นลงเร็วมาก ผมส่งคัทลอส วืดไป ต้องเเก้ใหม่เเล้วส่งครับ ทำให้โดน ไป 2 ไม้ ซึ่งทำให้ได้รับบทเรียนสำคัญเรื่องการ Key เลยทีเดียวครับ
– ผมกำลังอยู่ในช่วงปรับเครื่องมือเทรดใหม่

ช่วงเย็นนัดทานข้าวกับเพื่อน ที่ MBK ครับ
ทานPizzacompany เเละก็เเวะเช็คหนังสือที่ร้าน SE-ed ปรากฏว่าวางเเผนเเล้วล่ะครับ ที่ช่องหนังสือเเนะนำ
-ตอนกลางคืน เทรดค่าเงิน เป็นวันที่ 2 & นั่งปรับกราฟสำหรับ TFEX

วันที่ 165 ของการเดินทาง

วันพุธ
ผมหากำไรไม่เจอ สำหรับวันที่มี Trend ซึ่งน่าเสียดายทีเดียว
1. ทั้งจาก Template Chart ที่ส่งสัญญาณเร็วเกินไป เเละส่ง False signal มามาก ทำให้ผมมองไม่เห็นภาพใหญ่ครับ
2. เวลาที่เราขาดทุนติดๆกัน ส่งผลต่อความมั่นใจจริงๆ ผมต้องพยามกลับมาให้ได้ครับ ถ้าผมไม่สามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้ก็อันตรายครับ เเต่ผมเชื่อว่าทั้งจากประสบการณ์ที่เคยผ่านช่วงวิกฤติมาบ่อยครั้ง จะช่วยให้ผมเอาตัวรอดเเละผ่านช่วงนี้ไปได้ครับ
3.ช่วงเวลาที่สับสนเเบบนี้ ปกติผมจะดู Clip เบียร์สิงห์กับประโยคเด็ดที่บอกว่า ” ตราบใดที่พระอาทิตย์ยังขึ้นทางทิศตะวันออก เรายังคงมีหวังเสมอ “
4.เมื่อวานตอนเทรด มีอยู่ช่วงนึงที่หน้าจอส่งคำสั่งหายไป เนื่องจากมือผมไปโดนบางปุ่มครับ 555 เลยทำให้ต้องคัทลอสออกมา
5.ช่วงนี้ผมรู้สึกเครียดทีเดียว เเต่ผมพยามจะเรียนรู้จากตลาดให้มากขึ้น

หวังว่าพรุ่งนี้ผมจะทำได้ดีครับ

วันที่ 164 ของการเดินทาง

อันนี้คือ Link ที่ผมได้มาจาก Se-ed ครับ สำหรับหนังสือของผม

วันนี้เป็นอีกวันที่เป็นบททดสอบที่สำคัญทีเดียว วันนี้ผมไม่ค่อยมีสมาธิในการเทรดเท่าไหร่
– มีการส่งคำสั่งสวนกับเพื่อนร่วมงานที่มาใหม่ เช่นเพื่อนเปิด Long ไปเเล้ว เเต่เราอยู่ฝั่ง Short เเล้วเราต้องคัทลอส พอสัญญาณเราส่งให้ Cutloss เเล้ว Reverse เป็น Long เพื่อนก็ Take profit ออกจากตลาดไปเเล้ว >>> ทำให้ผมขาดความมั่นใจในเครื่องมือของตัวเองในการเทรดพอสมควร ว่าทำไมเครื่องมือของเราช้าเเล้วก็ขาดความเเม่นยำเมื่อเทียบกับเพื่อน เเต่ลองคิดทบทวนดูต้องรักษา Concept ในการเทรดของตัวเองไว้ให้ได้ครับ

-ปกติผมใช้ Pure Technical ในการเทรด เวลาเครื่องมือของเราส่ง False Signal บ่อยๆ ก็เครียดเหมือนกันครับ

-วันนี้ มีการส่งคำสั่งผิดสั่ง สัญญาณ Short มา ผมรีบกดส่งเเต่กลายเป็นว่า ส่งคำสั่งผิดด้าน ต้องตามไปคัทลอสครับ เเทนที่จะได้ 1,100/ Contract กลับกลายเป็นว่าต้อง Cutloss เเทน ซึ่งเป็นการส่งคำสั่งผิดเนื่องจาก เน้นเรื่องความเร็วจนมากไป

– ช่วงบ่าย ผมคัทลอสเร็วกว่าปกติ ไปอีกจังหวะ ทำให้พลาดโอกาส Let profit run ไม้ใหญ่ น่าเสียดายครับ
-เมื่อรู้สึกว่าตัวเองเรื่มจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ในการเทรดได้เเล้ว ผมจึงหยุดเทรด เเล้วลงไปตั้งสมาธิชั้นล่าง ผมมีการตั้ง Limit loss ประจำวันครับ ว่าในวันนึงๆ จะพยามไม่ขาดทุนเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งถือว่าช่วยได้มากครับ ในเวลาที่ผมเริ่มไม่สามารถควบคุมอารณ์ได้ในการเทรด

-พี่ที่ร่วมงานให้ข้อคิดที่สำคัญกับผมว่า ” ตลาดยังมีทุกวัน ไม่ต้องรีบ เเละอย่าเครียด” ช่วยให้ดึงสติในการเทรดกลับมาได้พอสมควร

-วันนี้จะว่าไปผม Loss ไม่เยอะครับ ประมาณ 2.5 จุด เเต่ว่า วันที่มี Trend ชัดเจนอย่างนี้ ไม่น่าจะพลาดครับ ตลาดมี Trend ลงชัดเจน เครื่องมือผมก็สั่ง Short ต่อเนื่อง เเต่ก็ชอบเด้งไปคัทลอสเหมือนกัน ทำให้ต้องมาพิจรณาเครื่องมือที่เราใช้พอสมควรครับ

-ข้อคิดที่ผมได้จากการเทรดวันนี้
1. Control Emotion เราต้องควบคุมให้ได้ครับ สำคัญจริงๆ
2. รู้จักตัวเอง รู้จักเครื่องมือที่ใช้เทรด
3.เรื่อง Timeframe ผมรุ้สึกว่าผมใช้ timeframe เล็กไปต้องขยายออกมาหน่อย

-ช่วงเย็นหลังเลิกงานเพื่อนเก่าที่บดินทร์ ตอนนี้ทำงานเป็น Agency อสังหาริมทรัพย์ นัดทานข้าวครับ
ผมเลยเเวะไปทานข้าวที่ Cafe Nero เอสพลานาส เเละก็คุยเกี่ยวกับเรื่องชีวิตในการทำงาน จากนั้นก็กลับบ้าน ถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่มครับ

วันที่ 163 ของการเดินทาง

วันนี้ เป็นวันที่มีเรื่องที่น่าสนใจมากมายสำหรับผม
– ผมผ่านโปร เเล้วครับ นั่นหมายความว่าถ้าผมไม่เทรดขาดทุนติดต่อกัน 3 เดือน ก็น่จะไม่มีปัญหาอะไร เเต่ตอนนี้ผมมีปัญหาในการ เทรดช่วง Sideway ครับ เพราะ Signal ที่ได้รับนั้นพาไปคัทลอสทุกที จริงอยู่คัทลอสต่อครั้งไม่เยอะ เเต่ถ้าโดนคัทลอสบ่อยๆโดยที่ไม่ได้ไม้ใหญ่ๆ ก็ทำให้ความั่นใจในการเทรดลดลงเช่นกัน
– วันนี้มีน้องใหม่เข้ามาในเเผนกด้วยครับ เป็น Pure Technical
-ช่วงเย็นๆ เเวะไปทานข้าวที่ Bug & Bee
– กลับถึงบ้าน สามทุ่มกว่า ผมเเวะมาดูกราฟ เเละก็เทรดค่าเงิน สำหรับช่วงดึก
ผมตั้งใจว่าจะยังไม่เทรดค่าเงินจนกว่าจะเเน่ใจว่าผ่านโปรเเล้ว ตอนนี้สมองโล่งขึ้น ทำให้ผมสามารถกลับมาเทรดค่าเงิน เเละ Gold ได้ในตอนกลางคืนครับ

วันที่ 162 ของการเดินทาง

Sunday 17 Jan 2010

วันนี้ผมตื่นเช้ามา ขับรถพาเเม่ไปซื้อของที่ Makro ครับ จากนั้นก็กลับบ้านมาปั่นจักรยานออกกำลังกาย ประมาณ ชั่วโมงกว่า ใช้พลังงานไป 700 Cal เเล้วก็ทานต้มจืดวุ้นเส้นเป็นอาหารเช้า

เเวะขึ้นมาดูข่าวสรยุทธ์เเละก็อัพเดท Blog

ช่วงบ่ายๆ ก็พักผ่อนนิดหน่อย ด้วยการดูทีวี พร้อมๆกับการยกลูกเหล็กครับ
จากนั้นก็เขียนบทวิเคราะห์ราคาทองคำลงเวบ Thaigold.info ครับ
เเละก็เเวะดูกราฟราคา S50H10 ของช่วง Week ที่ผ่านมา ว่ามีผิดพลาดตรงไหนบ้าง
เเวะกินเกี๊ยวน้ำ

ช่วงเย็นออกกำลังกายอีกรอบครับ ด้วยการปั่นจักรยานอีก 1 ชั่วโมง
เเละก็ทานข้าวเย็นพร้อมกันครับ
วันนี้รู้สึกเหนื่อยกับจากการออกกำลังกายพอสมควรเลยทีเดียว

วันที่ 161 ของการเดินทาง

Saturday
วันนี้ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้า ดูกราฟการเทรดที่ผ่านมาของวันศุกร์
จากนั้นก็ไปฝึกขับรถเเถวๆ สุวรรณภูมิครับ ตอนนี้ผมมีใบขับขี่เเล้ว ขับรถพอได้เเต่ยังไม่คล่อง เลยไปฝึกเพิ่มเติมครับ

ช่วงบ่ายไปทานยำเเซบกันทั้งบ้านครับ เมนูที่สั่งได้แก่
1. ลาบปลาหมึก
2. ยำเซี่ยงไฮ้ทะเล
3. ทอดมันปลากราย ( เพิ่งเคยทานครั้งเเรกครับ อร่อยมากๆ มันจะออกหนึบๆหน่อย เเต่ราคา 75 บาทเลยทีเดียว)
4.น้ำแกงไก่ตุ๋นฟัก
5.ข้าวเหนียวครับ

-ช่วงเย็นปั่นจักรยาน
ช่วงค่ำๆผมนั่งทำ โปรเเกรมคำนวณการลดน้ำหนักครับ
ทำใน Excel

ผมอัพโหลดไฟล์ไว้ให้ลองเอาไปคำนวณดูกันเองด้วยครับ
http://www.tempf.com/getfile.php?id=330441&key=4b52973b62ac8

กรอกข้อมูลเฉพาะช่องสีฟ้าที่มีกรอบ นะครับ 1. น้ำหนักปัจจุบัน 2.เป้าหมายน้ำหนักที่จะลด 3. ต้องการจะออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักวันละกี่ Cal

นี่เป็นตัวอย่างของวิธีการคำนวณ ครับ ผมสุมติจากตัวผมนะครับ ผมสูงประมาณ 180 Cm น้ำหนัก 82.3 Kg เช่นปัจจุบัน เราน้ำหนัก 82.3 Kg เป้าหมายของเราคือการลดน้ำหนักลงมาให้เหลือ 70 Kg เราต้องทำให้น้ำหนักเราลดลงไป 12.3 Kg

ในการที่จะเผาผลาญไขมันให้ลดลงไป 1 Kg นั้น ต้องใช้พลังงานจากไขมันให้ได้ประมาณ 7,700 Cal ถ้าเราต้องลดออก 12.3 Kg

ในการปั่นจักรยาน ประมาณ 1 ชั่วโมง จะใช้พลังงานไป 600 Cal โดยที่พลังงาน 200 Cal เเรกใช้ในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต เหลืออีก 400 ที่ใช้ในการเผาผลาญไขมัน เท่ากับว่าถ้าเราปั่นจักรยาน 1 ชั่วโมงต่อวันเราจะสามารถเผาผลาญไขมันได้ 400 Cal การจะลดไขมันลง 1 Kg จึงต้องใช้เวลาประมาณเกือบ 20 วันเลยทีเดียว ( ถ้าเราคิดเฉพาะการออกกำลังกายอย่างเดียว โดยที่ยังไม่ได้คุมอาหารเพิ่มเติม) ใช้เวลาประมาณ 236 วัน เราก็จะสามารถเข้าเป้าหมายได้ ถ้าเราทำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ หรือมี Discupline นั่นเอง

ตอนดึกดูรายการ So You think you can dance : จะพบว่านักเต้นบางคนที่มีพรสวรรค์จริงๆครับ คือให้เต้นอะไรก็เต้นได้เกือบหมด ในขณะที่บางคนนั้นกว่าจะเต้นเก่งต้องซ้อมอย่างหนัก ที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็คือ เทรดเดอร์พรสวรรค์ ก็มีจริงๆครับ คือสามารถจังหวะของตลาดได้เร็ว เเละมี Sense บางอย่างที่ช่วยให้จังหวะดีกว่าคนอื่นๆ ในขณะเดียวกันเทรดเดอร์ที่เก่งเพราะฝึกซ้อมอย่างหนักก็มีครับ เเต่จุดสุดท้ายของการเทรดก็คือกำไร ดังนั้นไม่ว่าเราจะมีพรสวรรค์ในเรื่องการเทรดหรือไม่ ถ้าเรายังคงโฟกัสอยู่ในเรื่องการเทรด ชั่วโมงในการเทรดสูงขึ้น เราก็สามารถที่จะเป็นเทรดเดอร์ระดับ Pro ได้เช่นกันครับ

วันที่ 160 ของการเดินทาง

Friday 15 Jan 2010
ผมถึงที่ทำงานเช้าเหมือนเดิม ผมถึงที่ทำงานประมาณ 7.00
วันนี้ผมลองปรับมุมมองใหม่เกี่ยวกับการเทรด คิดว่าเราจะมาเรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากตลาด ความกลัวในการเทรดก็ลดลงไปมากครับ เพราะเวลาผิดก็ถือว่าจ่ายค่าลงทะเบียนเรียนไป เราจะได้เรียนรู้มากขึ้น

วันนี้ ช่วงเช้าตลาดขึ้นไปนิดหน่อย Sideway เเล้วก็ปรับตัวลงมาเลยครับ
ส่วนช่วงบ่าย Sideway
ผม + – -+ ไปเรื่อยครับ จากนั้นมาปิดเขียวเเบบ นิดเดียวจริงๆ
ช่วงนี้อยู่ในช่วงการเปลี่ยนจังหวะเทรด
ปกติผมเป็นพวก Position trade คือ เทรดเดอร์ที่ชอบเล่นเป็นรอบๆครับ
พอมาเป็น Day trader ให้บริษัทนั้น ยังต้องปรับจังหวะ ปรับตัวอีกมากเลย
ผมจึงต้องพยามที่จะเรียนรู้จากตลาดให้มากขึ้น

เย็นๆ เเวะไปทานข้าวที่ ท่าสยาม สาขา Central world
จากนั้นเเวะ B2S เเล้วกลับบ้าน ครับ

วันที่ 159 ของการเดินทาง

วันนี้เป็นอีกวันที่ผมเทรดพลาด ตอนนี้ผมไม่รู้ว่าจะผ่านโปรเลย หรือว่าต้องต่อโปรครับ ค่อนข้างเครียดทีเดียว เพราะ จากที่เทรดกำไรพลิกมาขาดทุนหลักร้อยเเล้ว
ได้คุยกับเทรดเดอร์เพื่อนร่วมงานที่มีประสบการณ์ในการเทรดมาถึง 2 ปี พี่เค้าให้ข้อคิดเเละช่วยเตือนสติผมกลับมาว่าในการเทรดที่สำคัญว่า
” เวลาเทรด อย่าดูที่ผลลัพธ์ ให้ดูว่าเราเรียนรู้อะไรบ้างจากการเทรดในเเต่ละวัน “
” ขาดทุนหรือกำไรไม่สำคัญเท่ากับ Algolithm ในการเทรด เพราะ Concept ที่เราใช้มองตลาดเเละพัฒนาจะอยู่กับเราตลอดไป “
ทำให้ผมมานั่งตรึกตรอง เเละได้ข้อคิดตามมาอีกมากมาย

ตอนนี้ผมกำลังลุ้นว่า ผมจะผ่านโปร เเละเข้าสู่เทรดเดอร์อาชีพได้หรือไม่
เเต่ไม่สำคัญเเล้วครับว่า จะผ่านโปร หรือต่อโปร เพราะว่าสิ่งที่สำคัญกว่ามากคือ Concept หลักที่เราใช้ในการเทรด เเละเข้าออกตลาด
ตอนเย็นผมนัดเทรดเดอร์นักเปียโน ที่พารากอนครับ เพื่อพบปะพูดคุยเกี่ยวกับการเทรด

วันพรุ่งนี้จะเป็นวันครบรอบ 3 เดือนสำหรับงาน Proprietary Trader ผมจะสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้

1. ได้รู้เเละเข้าใจว่า เทรดเดอร์ที่เชี่ยวชาญเก่งมากๆ เป็นอย่างไร เป็นการเปิดมุมมองอย่างเเท้จริง ก่อนหน้าผมเคยคิดว่าตัวเองเทรดฝีมือพอตัวเเล้ว พอเข้ามาทำงานที่นี่ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมยังเป็นเด็กทารกสำหรับโลกของ Proprietary ไปเลยครับ เรียกว่ายังต้องฝึกอีกมาก
-เพื่อนๆเทรดเดอร์นั้นอายุไม่เยอะอย่างที่คิด เเละสามารถมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนกันเรียกว่า 6 หลักกลางๆ หรือปลายๆกันทีเดียว บางคนเทรดปิดกำไรเกือบทุกวัน เรียกว่าเเทบจะ 90% ของจำนวนวันเทรด เเละวันที่ขาดทุนก็น้อยมาก

2. ผมอยู่หน้าจอเทรดตลอดเวลา ทำให้ผมได้เห็นอะไรหลายๆอย่างผ่าน หน้าจอเขียว- เเดง
ผมรู้สึกไปถึงความกลัวของตัวเอง ที่จะเข้าตลาด ทั้งๆที่มีประสบการณ์พอสมควร เเต่เวลาเทรดเงินบริษัท ความกลัวมันเพิ่มขึ้น
ผมรู้สึกถึงความดีใจเวลาที่ผมทำกำไรได้ เเละเสียใจเวลาขาดทุน นั้นมันเเสดงให้เห็นว่าผมยังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีพอ

3.ผมเจอกลุ่มเพื่อนที่มีความสนใจเหมือนกัน เวลาไปพักทานข้าวเที่ยง หัวข้อสนทนาก็คือ การวิ่งของราคา

4. ผมได้เข้าใจปัญหาของการ คีย์ผิด เเละ Error ต่างๆ ที่อาจเกิดได้จากการเทรด ทั้งจอกราฟดับ ทั้งคัทลอสไม่ทัน
มันเป็นบทเรียนที่ไม่มีสอนครับ เราต้องลงมาลุยเองเท่านั้น ไม่ว่าเราจะเป็นรายย่อยหรือProp ตลาดจะเป็นคนสอนเราเองครับ
จะขาดทุนหรือกำไรเอาไว้ทีหลัง สิ่งสำคัญคือว่าเราต้องพัฒนาขึ้นทุกๆวัน ทั้งจากความผิดพลาดที่จะไม่ผิดซ้ำเดิมอีก เเละพัฒนาการมองตลาดอย่างต่อเนื่อง

5.ผมได้ทดลองสร้างโมเดลเทรดทั้ง
Dealer 101 , Gambler 101 ซึ่งโมเดลพวกนี้ทำให้ผมเปิดมุมมองเกี่ยวกับการเทรดไปเลยครับ

วันที่ 158 ของการเดินทาง

วันนี้ ผมไปถึงที่ทำงานเช้าเหมือนเดิมครับ
SET วันนี้ เเปลกจากตลาดเพื่อนบ้าน คือ Sideway เเล้วไปขึ้นเอาท้ายวัน
ช่วงเช้าผมเทรดพลาด เเล้วยังไม่สามารถ Coverloss คืนมาได้ครับ
ผมมี Short Bias คือ มองตลาดไปในทางขาลงครับ เนื่องจากผมเห็นตลาดเพื่อนบ้านลงกันถ้วนหน้า
ทั้ง Hansang ที่ลงไปกว่า 500 จุด ตลาดจีนที่ลงกว่า 2% เเต่ตลาดไทยกลับไม่ลงเเถมมีการขึ้นสวนด้วยครับ เลยทำให้ผมไปไม่เป็นเหมือนกัน เเต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น
– ช่วงนี้อยู่ในช่วงการปรับตัว ผมค่อนข้างเครียดในการเทรดทีเดียว

-เย็นวันนี้ เเวะไปเอาหนังสือครับ หนังสือพิมพ์เสร็จเเล้ว ราคา 159 บาท /เล่ม หนา 169 แผ่น
หน้าสีเยอะครับ ราคาเลยค่อนข้างสูงนิดนึง
ชื่อ Trader’s Journey …. 1,000 miles to be wealthy หน้าปกสีฟ้า เป็นรูปคนปั่นจักรยานครับ
น่าจะวางแผนที่ SE-ed สัปดาห์หน้า ฝากด้วยนะครับ

วันที่ 157 ของการเดินทาง

เมื่อวานผมดูสารคดีเกี่ยวกับ K1 ที่เป็นรูปแบบการต่อสู้บนเวทีประเภทหนึ่ง ซึ่งมีคนไทยชื่อ “บัวขาว” เข้าเเข่งด้วย เเละก็มีนักสู้จากหลายๆชาติเข้าเเข่ง พบว่า บัวขาวซ้อมหนักมากถึงวันละกว่า 8 ชั่วโมงเลยที่เดียว
มีคู้ต่อสู้คนนึงชื่อ มาร์ค พาร์ วางแผนล่วงหน้าว่าจะชนะคนนี้ เเละชนะคนนั้น ก็จะได้เเชมป์ เเต่ผลกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเมื่อมาร์ค พาร์ ตกรอบเเรก สาเหตุก็คือเค้าไม่ได้โฟกัสกับปัจจุบัน มัวเเต่ไปโฟกัสอยู่กับอนาคตซึ่งยังไม่เกิด ตรงนี้สามารถนำมาประยุกต์กับการเทรดได้นะครับ คือให้เราอยู่กับปัจจุบัน ไม่ว่าจะกำไร หรือขาดทุน อย่ามองข้ามช็อตไป เพราะจะทำให้เราไม่มีสติกับการเทรด

-วันนี้ผมเทรดพลาดเเบบ น่ากลัวมากครับ นั่นก็คือการส่คำสั่งซื้อ ขาย ผิด
ผมต้องการจะ Short เเต่วินาทีนั้นมันเรฝ้วมาก ผมรีบเคาะตามไปทันที คำสั่ง Match เเล้ว ผมก็ยังไม่เอะใจ
ดีใจที่ราคาลงมาตามคาด
กำลังจะ Take profit ออก ….. กดเเล้วเครื่องขึ้น Error ตลอด เลยงงว่าเกิดอะไรขึ้น
ที่ไหนได้ เเทนที่จะเป็น การ Let profit run กลายเป็น Let loss run
ตอนนั้นยอดรับว่า กดดันเเละคุมสติไม่ค่อยอยู่ครับ เพราะเเทนที่จะดีใจเพราะได้กำไร กลับกลายเป็นขาดทุนเพราะการส่งคำสั่งผิดเเทน
เเต่โชคดีที่ยังสามารถตตั้งสติ เเล้วหาจังหวะปิด order นั้นมาได้ครับ
ถือเป็นบทเรียน ที่ผมจะต้องจำใส่ใจไว้เลยครับว่า ห้ามสะเพร่าในการส่งคำสั่งซื้อ ขาย เด็ดขาย

วันที่ 156 ของการเดินทาง

วันนี้ เป็นวันเเรกของสัปดาห์ครับ ตลาดของญี่ปุ่นปิด เเต่ Hang sang เปิดครับ ดัชนีของเอเชียส่วนใหญ่บวกกันถ้วนหน้า
เช้านี้เมื่อผมเช็คราคาทองคำ ก็พบว่าราคาวิ่งขึ้นไปเลย 1150$ ทะลุเป้าที่วางไว้ ผมมองว่าน่าจะเป็นการทำคลื่น B
– ทำบัญชีส่วนตัวครับ ว่ารายจ่ายต่อเดือนของตัวเองเท่าไหร่ มีรายจ่ายอะไรบ้างที่ต้องกันเงินไว้ เช่น ค่า BTS ค่าตัดผม
เเละก็คำนวณรายจ่ายต่อวัน เช่น ค่ารถ ค่าอาหาร ครับ
ก็จะได้ว่า เราควรจะใช้เงินต่อวันเท่าไหร่ ซึ่งจำเป็นมากที่เราจะต้องรู้ครับ เพราะว่าจะช่วยให้เรามีระเบียบวินัยในการใช้เงิน นั่นเอง

ตอนนี้เวบ Optionistic.org เปิดมาได้ หลายเดือนเเล้วครับ เริ่มมีนักลงทุนทยอยเข้ามาชมมากขึ้นเเล้วล่ะครับ
วันนี้ช่วงบ่าย ผมดูรายการชกมวยของ พูลสวัสดิ์ กระทิงเเดงยิม ไปด้วยครับ
เลยพลาดจังหวะเทรดดีๆ ไป
เเต่คิดอีกที ผมหยุดเทรดช่วงนั้นไปก่อนดีกว่า เพราะว่าขาดสมาธิ ครับ

วันที่ 155 ของการเดินทาง

วันนี้ วันอาทิตย์ครับ
ผมเริ่มต้นเช้านี้ด้วยการปั่นจักรยานออกกำลังกายครับ
จากนั้นก็เเวะดู Truevision ซึ่งเอาหนังเก่าเรื่อง The Rock (นิโคลัจ เคจ นำเเสดง) สนุกมากๆ
-ตอนบ่ายๆ เเวะไป The Cristal ตรงเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ครับ เเวะทานข้าวที่ร้านคาเฟ่เนโร ผมสั่ง สปาเก็ตตี้เส้นดำ + ไข่ทาร์ อร่อยดี
-กลับมาบ่ายเเวะมาวิเคราะห์ราคาทองคำให้เวบ Thaigold เเล้วก็นั่งดูภาพรวมตลาดสำหรับวันพรุ่งนี้
– ภาพรวมของ S50H10 15 min ถ้าสังเกตุดีๆ จะพบว่าราคาเพิ่งทะลุกรอบสามเหลี่ยมขึ้นมาครับ มีเเนวโน้มจะไปต่อได้อีกไกลเลยทีเดียว
-คืนนี้ จะมีสัมภาษณ์นายก ในรายการวู้ดดี้ เกิดมาคุยด้วยครับ ลองติดตามดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง

วันที่ 154 ของการเดินทาง

วันนี้ ผมตื่นมาตอนเช้า เเล้วก็ไปใส่บาตรครับ
– นั่งดูกราฟ ราคา S50H10 สำหรับ week ที่ผ่านมา จากนั้น ก็พักผ่อนด้วยการเล่นเกมส์
– เเล้วก็ไปทานอาหารกับเเม่ครับ
ตอนเย็นๆ ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน & ยกดัมเบล
– ค่ำๆ นั่งปรับปรุงระบบสำหรับเทรด ทองคำครับ

วันที่ 153 ของการเดินทาง

วันนี้วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 7:13
ผมมาถึงที่ทำงานเเต่เช้าครับ ในห้องทำงานของผมนั้น มีทีวีดูด้วยครับ เเละติดกับหน้าต่างเเสงเข้าออกได้ดี
วันนี้เทรดสุดท้ายของสัปดาห์ ผมเชื่อว่าวันนี้ ตลาดจะมี Tend ครับ เนื่องจาก 2 วันที่ผ่านมาออกเเนว sideway
-เมื่อวานนี้หุ้นที่ขึ้นเเรงๆอย่างต่อเนื่อง มีไม้ใหญ่ๆเข้ามาเก็บกันตลอด ก็คือ Banpu ครับ ขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากดัชนีเกี่ยวกับถ่านหินขึ้น ทำให้ราคาขึ้นไปแกว่งตัวอยู่เเถวๆ 63x เลยทีเดียว
-ต่างชาติ นั้น Netbuy ติดต่อกัน 3 วันเเล้ว เเละเมื่อวานนั้น Netbut ไปถึงประมาณ 1300 ล้านครับ น่าจะเป็นการเข้ามาเก็บ Banpu เป็นหลัก
……… เดี๋ยวไปทำงานก่อนครับ …………..

วันที่ 152 ของการเดินทาง

เมื่อวาน ผมได้เรียนรู้วิธีการดู Ticker เเบบใหม่ครับ เป็นการ Set หน้าจอให้ดูเฉพาะหุ้นที่เราเลือกครับ ทำให้เราสามารถที่จะโฟกัสได้เฉพาะหุ้นที่เราสนใจ เราก็สามารถที่จะติดตามตลาดได้อย่างใกล้ชิด ตอนนี้โบรกเกอร์หลายๆโบรกกำลังพยามที่จะเเข่งขันกันด้านค่ารรมเนียม อัตราเดี๋ยวนี้อยู่ที่ 0.15% ครับ ผมเชื่อว่าต่อไปค่าธรรามเนียมจะลดลง เรื่อยๆ

วันนี้ตลาดเเกว่งตัว sideway เเคบๆ ครับ
-เจอความผิดปกติใน ตลาด TFEX น่าสนใจ วันนี้ ตลาด TFEX เปิดต่ำจนหน้ากลัว ที่ 514.5 จากนั้นขึ้นไปที่ 518 อย่างรวดเร็วครับ ภายในเเค่ 2-3 วินาทีเท่านั้น ตอนเปิดตลาด วอลลุ่มซื้อขายที่ Open ก็มากผิดปกติ ครับ ผมเเค่ตั้งข้อสังเกตไว้เยๆนะครับ
-เมื่อวานลองขนม ทวิสตี้ ออกใหม่ ที่มีไส้ช็อคโกเเล็ต อร่อยดีครับ

วันที่ 151 ของการเดินทาง

เช้าวันพุธ
ปกติทุกครั้งที่มีการขาดทุนเกิดขึ้นผมจะมานั่งทบทวน ว่าพลาดตรงจุดไหน เมื่อคืนผมลองมานั่งทบทวนดู (หลายคนที่คิดว่า Proprietary ไม่มีวันขาดทุน เพราะมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำ ผมยืนยันได้ว่าไม่จริงครับ เพราะว่าโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ให้เล่น Daytrade ทำให้กลยุทธ์จำกัดครับ เเละถ้า Proprietary ไม่ทำเงิน >>> ออกครับ ) ซึ่งถ้าผมเป็นนักลงทุนทั่วๆไปเเล้วมีChoice ให้เลือก ผมคงเลือกเทรดเเบบ Hold ข้ามวันครับ เพราะสามารถสร้างกลยุทธ์ให้หลากหลาย

– ไหนที่สุดก็พบจุดอ่อนครับ ผมเทรดได้กำไรต่อเนื่องมา 6 วัน เเละมาขาดทุน 2 วันต่อเนื่อง ทำให้เหลือกำไรไม่มาก เพราะขาดทุนครั้งสุดท้ายเมื่อวานนั้นเกิดจาก เทรดพลาด + Error ครับ
ทั้งโปรแกรมดับ ทั้งส่งคำสั่งคัทลอสเเล้วคำสั่งไม่ไป คัทลอสไม่ทัน เเละไม่ได้ดูภาพใหญ่ เป็นความผิดพลาดต่อเนื่องกันเป็น Process เลยทีเดียวครับ บทเรียนเหล่านี้ทำให้ผมได้ข้อคิดเกี่ยวกับการเทรดดังนี้ครับ

1.ต้องดูภาพใหญ่ประกอบ ดูเทรนด์เสมอ ถ้าเราเทรดสั้นๆมอง กราฟระยะสั้นเกินไป indicator อาจจะพาให้เราพลาดได้ครับ
2.ต้องตัดสินใจรวดเร็วครับ
3. ทุกอย่างต้องจบในวันจริงๆครับ จบการเทรดคือจบไป ชีวิตส่วนอื่นๆยังคงดำเนินต่อไป เหมือนเราเล่นเกมส์อยู่ครับ อย่ามองที่ตัวเงิน
+ + – + + – + – + + + + – + + สลับกันไปเหมือนเล่นเกมส์ ครับ สัจธรรมข้อนี้ เราจะต้องยอมรับให้ได้หากคิดจะเป็นเทรดเดอร์ครับ
4. ความต่างของเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ กับ ไม่มีประสบการณ์จะต่างกันช่วงที่ขาดทุนครับ เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ จะสามารถควบคุมอารมณ์เเละสามารถกลับมาได้ เสมอ

ช่วงเช้าเเค่นี้ก่อนครับ …..
วันนี้ เริ่มเทรด ได้กำไร ไม้ปานกลาง Coverloss ของเมื่อวานซืนกลับมาได้ 60 % เเล้วตลาดออกเเนว Sideway
เมื่อวาน indicator ผม ให้สัญญาณ ผิดติดต่อกันหลายครั้ง
เเต่วันนี้กลับกันครับ ให้ถูกสัญญาณถูกติดต่อกันจนน่าตกใจ ผมเลยหยุดการเทรดสำหรับเช้านี้
เเละกำไรฝึกวิธีการมองตลาดเเบบใหม่ครับ

วันที่ 150 ของการเดินทาง

วันนี้วันอังคาร ผมมาถึงที่ทำงานตั้งเเต่เช้าเลยครับ ตั้งเเต่ 6.50 ครับ ผมออกจากบ้านตอนประมาณ 5.35 ครับ เนื่องจากที่ทำงานอยู่ไกลจากบ้านพอสมควร ถ้าออกจากที่บ้านเร็ว ผมก็จะถึงที่ทำงานเร็ว โดยที่ใช้เวลาน้อยครับ วันนี้ลืมเอาบัตรพนักงานมาทำงานครับลืมไว้ที่บ้าน เลยต้องใช้การเซนต์ชื่อเข้าทำงานเเทน มาถึงที่ทำงานผมนั่งดู indicator เมื่อวานที่เทรดพลาดครับ ต้องนี้คำพูดที่ผมจำได้ขึ้นใจ เเละคำพูดนี้จะลอยมาในหัวผมเสมอในตอนที่เทรดพลาดก็คือ
” กอล์ฟมี 18 หลุม บางหลุมเราก็พลาด …… ที่สำคัญลืมหลุมนั้นทันที
ต้องตัดทิ้งไปเลยครับ หลุมที่ผ่านมานั้นทิ้งไปเลย
ต้องมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว “

เดี๋ยวจะมาเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์เทรดให้ฟังครับ
– วันนี้ ผมโดนขาดทุน พอสมควรเลยครับ ทำให้สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เนื่องจาก ขาดทุนเข้ามากินกำไรสะสมเยอะทีเดียว
ต้องควบคุมอารมณ์ให้ดีครับ
การเทรดพรุ่งนี้ สำคัญมากๆกับผม ต้องมีสมาธิมากๆในการเทรดเลย เพราะถ้าขาดทุน 2 วันติดเเต่วันที่ 3 สามารถทำกำไรกลับมาได้ เเม้เพียงนิดเดียว จิตวิทยาในการลงทุนจะดีขึ้นโดยทันที

วันที่ 149 ของการเดินทาง

วันนี้ เป็นวันเทรดเเรกของปี ผมตั้งใจว่าจะเทรดให้บวก ครับ
ช่วงเช้านั้นกำไรไปก่อนพอสมควรเลย ตลาดผันผวนมากๆครับ มีการพลิกจากกำไรเป็นขาดทุน ขาดทุนเป็นกำไร ได้เลย
จบภาคเที่ยงผมยังกำไรอยู่นิดหน่อย
-ภาคบ่าย indicator ที่ผมใช้เทรดให้สัญญาณให้สัญญาณ ที่ผิด ติดกัน 3 ครั้งรวด
เลยพลิกจากกำไรกลายเป็นขาดทุนครับ สำหรับวันนี้

…..น่าเสียดาย…..
เเต่มันคือสัจจธรรมของการเทรดครับ ราคามีเคลื่อนไหวขึ้นลง ตลอดเวลา
กำไร หรือ ขาดทุน จึงเป็นเรื่องปกติ

ใกล้จะได้เวลากลับบ้านเเล้วครับ
เดี่ยวถึงบ้านผมจะอัพเดทอีกครั้งนึง
-วันนี้ สาย USB ของผมปัญหา ต้องไปซื้อใหม่เเถวๆ เดอะมอลล์ บางกะปิครับ
จากนั้น ออกกำลังกายโดยการเดินจากเดอะมอลล์ มาถึงบ้าน ประมาณ 20 นาที เเล้วกลับมาถึงบ้านก็ปั่นจักรยานออกกำลังกาย 20 นาที

วันที่ 148 ของการเดินทาง

เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อสำหรับผมทีเดียว ที่สามารถเขียน Blog ต่อเนื่องกันได้ทุกวัน (เเม้ว่าบางวัน จะติดธุระเผมก็พยามจะจดจำเรื่องสำคัญ ของวันนั้นๆ เเล้วย้อนกลับมาเขียนใหม่ครับ ) สำหรับวันนี้เป็นวันที่ 3 มกราคม หลังจากที่ผมได้พักผ่อนต่อเนื่องกันเป็นเวลา 4 วัน พรุ่งนี้เป็นวันที่ผมจะลงสนามเทรดอีกครั้งครับ มีหลายๆ บุคคลที่ผมอยากจะขอบคุณ สำหรับปีที่ผ่านมา ……

1. ขอบคุณลุงโฉลกเเละทีมงานที่ได้จัดทำเวบไซด์ดีๆ เเละทำให้ผมเห็นเเนวทางของการเทรด ที่เหมาะสมกับตัวเองครับ

2. ขอบคุณอาจารย์ดอน ที่ช่วยถ่ายทอดวิธีการเทรด อย่างเป็นระบบ ที่ทำให้ผมสามารถเอาตัวรอดในตลอดการเงินได้อย่างต่อเนื่อง

3.ขอบคุณสาส์นจากเทรดเดอร์ชาวบัลกาเรีย ที่ทำให้ผมสามารถตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต เข้าสู่การเป็นเทรดเดอร์เต็มรูปแบบ

4.ขอบคุณเพื่อนๆ น้องๆ ที่นิด้า ที่เป็นคนจุดประกายให้มีการเขียน Blog เเห่งนี้ขึ้น เเละช่วยให้ผมชัดเจนกับชีวิตมากขึ้น เเรกเริ่มเดิมที ผมไม่เคยคิดที่จะสร้างเวบไซด์ขึ้นมาเพราะดูเเลยากครับ เเละจะต้องอัพเดทต่อเนื่อง ผมได้เเนวคิดจากเพื่อนคนนึงที่เคยมุ่งมั่นจะทำเวบไซด์เกี่ยวกับกองทุนรวม เเละรุ่นน้องอีกคนที่ทำเวบไซเกี่ยวกับการต่อเอก (เเวะเยี่ยมชมกันได้ที่เวบนี้ครับ http://aphdjourney.wordpress.com/ ) ทำให้เวบนี้เกิดขึ้น เเละมีการอัพเดทอย่างต่อเนื่องในทุกๆวัน ทุกๆครั้งที่ผมเจอความรู้ใหม่ๆ ผมพยามจะนำมาเเชร์ผ่านทาง Blog เเห่งนี้ ผมชอบเเนวทางของเทรดเดอร์อย่าง จิม โรเจอร์ส ที่เค้าจะเน้น 3 T
– Trading
– Teaching (เผื่อเเผ่ความรู้ให้กับคนอื่นครับ )
– Travelling
ผมรู้สึกว่าเป็น 3 สิ่งในชีวิต ที่น่าสนใจมากๆ เลยทีเดียว

5.ขอบคุณที่ทำงานที่ให้โอกาสผมได้ทดสอบฝีมือ เเละลงสนามการเทรดจริงๆ ผมยังคงหวังว่าผมจะสามารถเอาตัวรอดเเละสามารถทำกำไรได้อย่างต้อเนื่องบนสนามการเงินเเห่งนี้ครับ

6.ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ติดตาม Blog เเห่งนี้ ถึงเเม้ว่า คนเข้าชมจะไม่เยอะเท่าไหร่ โดยเฉลี่ยเพียงเเค่ 30 คนต่อวันเท่านั้นเองครับ เเต่ก็เป็นกำลังใจให้ผมมีเเรงผลักดันที่จะอัพเดทเเละพัฒนา Blog อย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้ 2010 ผมมี โปรเจคเพิ่มเติม ที่จะเพิ่มเข้ามาด้วยครับ
-ผมขอเรียกว่า พอร์ตจำลอง รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นต้องติดตามกันต่อไป เเต่ผมรับรองว่า พอร์ตจำลองจะช่วยให้ทั้งตัวผมเอง เเละนักลงทุนที่ติดตามได้ประโยชน์มากขึ้นอย่างเเน่นอนครับ

วันที่ 147 ของการเดินทาง

วันนี้ ผมตื่นมาเช้าทีเดียวครับ เริ่มต้นด้วยการปั่นจักรยานเช่นเคย 30 นาที ก่อนที่จะมายกดัมเบลต่อ
– วันนี้มีนัดเพื่อนไปที่ MBK ครับ เจอเพื่อนที่ร้าน Coffee จากนั้น เเวะไปทานอาหารกันต่อที่ร้าน Bug & Bee ผมเลือกเเบบ บุฟเฟต์ 229 ทานได้ 1.5 ชั่วโมง เมนู ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นพาสต้า ครับ เพื่อนผมกำลังเตรียมตัวสอบ IELT เพื่อทำงานต่อที่ออสเตรเลีย หลังจากที่เขาเรียนจบ โท
– กลับมาถึงบ้าน ปั่นจักรยาน ต่อ อีก 1 ชั่วโมงครับ จากนั้นพักผ่อนด้วยการดูรายการ

1. So you think you can dance ช่อง True Series รายการนี้ จะเห็นพรสวรรค์ เเละความพยามอย่างหนักในการฝึกเพื่อเต้น ของนักเต้นระดับ Pro เพื่อที่จะพาให้ตัวเองเข้ารอบลึกๆ ครับ ดูเเล้วจะเกิดเเรงบัลดาลใจสำหรับเทรดเดอร์อย่างเเน่นอนครับ ยิ่งถ้าเราขยันค้นคว้า ขยันฝึกซ้อม ชั่วโมงบินในการเทรดสูง ขึ้น เราจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอดได้ครับ นักเต้นพวกนี้ทุกคนซ้อมหนักที่จะสามารถผ่านการคัดเลือกเข้ามาได้

2. ดูช่อง E ต่อ เป็นการจัดอันดับของ Forbes ว่าลูกสาวทายาทของมหาเศรษฐี ที่ติดอันดับ 20 ของโลกมีใครบ้าง ผมขอยกตัวอย่างนะครับ
– ลูกสาวของ โดนัล ทรัมพ์
– ลูกสาว ของตะกูล เก็ตตี้
-ลูกสาวของ ตระกูลค้าเหล็ก มิทตัล

3. จบท้ายด้วยการดู Dare Davil ครับ

– กำลังคิดเรื่องเป้าหมาย สำหรับปีนี้ก่อนนอนครับ