วันที่ 114 ของการเดินทาง : ตัวอย่าง โมเดลเทรดง่ายๆ

โมเดลอย่างง่าย อันนี้ ใช้ EMA 13-34 ตัดกัน

-กราฟทำเป็นเขียว เเดง ตามชมรม CDC เพื่อลด Emotion ในการเทรดตามระบบครับ เเละไม่ต้องยุงยากในการอ่านค่า

-ตัดขึ้นเปิด Long ตัดลงปิด Long เเล้ว เปิด Short ตามไป
-ใช้ Time Frame เเบบ Daily คือ 1 วันจะมีกราฟปรากฏขึ้น 1 เเท่ง
-ทดสอบ บน S50 Futures
-เริ่มจาก July 2006 มาถึงปัจุบัน
-เงินเริ่มต้น 50,000 + 150,000 ( ใช้เป็นตัว Money Management ) สำหรับรองรับการเกิด DrawDown
= ใช้เงินประมาณ 200,000 ในการการลงทุนตามระบบ

1. Win / Loss หรือ Accuracy rate ความเเม่นยำในการเข้าเทรด
-พบว่าไม่ค่อยเเม่นยำ เท่าไหร่ ความเเม่นยำไม่ถึง 50%

2. Reward ในการเข้าเทรดเเต่ละครั้ง คาดหวังผลกำไรเท่าไหร่
-สังเกตว่า เวลาเข้าถูกทาง โมเดลจะทำการ let profit run เต็มที่ เรียกว่าพอถูกทางก็สามารถ cover loss เเล้วเปลี่ยนจากขาดทุนมาเป็นกำไรได้อย่างไม่ยากเย็น นี้คือจุดเด่นของโมเดล Style Trend Following ครับ

3. Risk ในการเข้าเทรดเเต่ละครั้ง จะLock ขาดทุนที่เท่าไหร่
-เป็นเเบบ Variable คือ จะใช้ EMA เป็นตัว Trigger ให้ออก

4.Slipage ค่าคลาดเคลื่อนจากโมเดล
-น้อยมากครับ เนื่องจากเข้าออกไม่บ่อย เพราะใช้ Daily Chart ค่าคลาดเคลื่อนจึงมีผลน้อย
5. Transaction Cost
-กราฟ Equity curve รวมค่า Transaction Cost ไว้เเล้ว
-โมเดลนี้มีการ Trigger ให้เข้า ออกไม่บ่อย ดังนั้นจึงช่วยประหยัด Transaction Cost ได้มาก

6. Euity Curve
-สามารถเก็บกำไร ได้ประมาณ 300 จุด เเบบยังไม่ทบต้น ประมาณ 300,000 บาท จากเงินลงทุน 200,000 บาท (50,000 + 150,000) ภายในเวลาประมาณ 3 -4 ปี
– Euity curve ค่อนข้าง Smooth คือ เเกว่งตังในขาขึ้น เเละไม่ผันผวนมากนัก
สรุป
เพียงเเค่การใช้ EMA 2 เส้นตัดกัน ก็สามารถเอามาสร้างผลกำไรได้เเล้วครับ
-ผมใช้เวลาทดสอบโมเดลนี้ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น โดยใช้ Metastock กับ Indicator ต้นเเบบ ที่คุณเสก (SL)จาก CDC สร้างขึ้น ที่เรียกว่าSL Equity Curveมาปรับปรุง สำหรับทดสอบ EMA 13-34 ก็สามารถทราบทันทีเเล้วว่า โมเดลนี้สามารถสร้างกำไรได้ หรือไม่
-จุดเด่นของMetastock คือสามารถใช้ทดสอบว่าโมเดลนั้นๆ ใช้ได้หรือไม่ได้ ได้รวดเร็วมากๆ จริงๆเพื่อนผมเคยเเนะนำโปรแกรมอื่น อย่าง Tradestation ว่าดีเหมือนกัน เเต่ผมทำไม่เป็นครับ

เเต่ ……………..
ตัวอย่างการเข้าออก ถ้ายังไม่ถึง 100 ครั้ง ผมจะมาสรุปว่าโมเดลนี้เป็นโมเดลที่ดีไม่ได้ครับ ดังนั้นผมจึงไปทดสอบกับดัชนี้ตั้งเเต่ตลาดเปิด เป็นเวลา 30 กว่าปี การเข้าออกเรียกว่า เกิน 300 ครั้ง ว่าโมเดลนี้จะใช้ได้จริง รึว่าเเค่กำไรเพราะความบังเอิญเท่านั้น ก็พบว่า

Equity Curve สวยงามมากครับ Equity Curve ในที่นี้ จะไม่ได้สร้างจากการ Realized Profit/ loss เพียงเท่านั้น เเต่ยังเเสดงค่ารวมถึงช่วงเวลาที่เรา Hold Position ไว้ด้วย ครับ เพื่อจะสามารถวัดค่า Maximum Draw Down ได้เเม่นยำมากขึ้น

-ดังนั้นเพียงเเค่เพื่อนๆใช้เเค่ค่า EMA13-34 ตัดกัน ก็สามารถหาเงินจากตลาดได้เเล้ว
เเต่เรื่องที่ผมยังไม่ได้พูดถึงก็คือ

1.ข้อจำกัดของ System trading หรือที่เรียกว่า Non judgement Trading ตรงนี้ Joe Dinapoli พูดๆไว้ครับ ต้องระวังให้ดี ว่างๆผมจะมาเขียนครับ ถ้าเราไม่ทราบข้อจำกัดตรงนี้ เราก็จะไม่รู้ว่าโมเดลของเราจะมีวันเจ๊งหรือไม่ด้วยครับ

2.โมเดลนี้ ใช้ราคาเป็นตัวหลักในการสร้าง โมเดลเเบบนี้จะมีข้อผิดพลาดน้อยกว่า การใช้ตัวเเปรอื่นๆ อย่างเช่น ค่าทางEco อื่นๆ ถ้าเราใช้วิธีการอื่นในการสร้างโมเดลขึ้นมา จะมีข้อต้องระวังเยอะขึ้นครับ

สุดท้ายนี้ ถ้าเพื่อนๆ มีความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือว่ามีเเนวคิดในการสร้าง โมเดลอยากจะเเชร์ก็ทิ้งไว้ได้นะครับ
ผมยินดีเเลกเปลี่ยน เเนวคิดกับเพื่อนๆ ทุกท่าน

วันที่ 113 ของการเดินทาง

วันนี้ ตอนเช้าผมตื่นมานั่งปรับปรุง โมเดลต่อตอนเช้า
องค์ประกอบในการสร้างโมเดลเทรดนั้น ผมจะเเชร์ให้เพื่อนๆทราบ มีองค์ประกอบสำคัญดังนี้ครับ

1. Win / Loss หรือ Accuracy rate ความเเม่นยำในการเข้าเทรด ว่าเเม่นยำเเค่ไหน

2. Reward ในการเข้าเทรดเเต่ละครั้ง คาดหวังผลกำไรเท่าไหร่

3. Risk ในการเข้าเทรดเเต่ละครั้ง จะLock ขาดทุนที่เท่าไหร่ โดยวิธีใด
– Risk มีทั้งเเบบ Fix เเละ เเบบ Variable ครับ

4.Slipage ค่าคลาดเคลื่อนจากโมเดล ในเวลาเทรดจริง กับ การทำโมเดล จะต่างกัน สำหรับคนที่ทำโมเดลบ่อยๆคงจะทราบ

5. Transaction Cost การเข้าออกบ่อยๆ ก็จะมี Cost ส่วนนี้ด้วย การสร้างโมเดลเทรดของรายย่อย จึงขยายจะขยาย Timeframe ให้เทรดเข้า ออกไม่บ่อย เพื่อประหยัดในจุดนี้

6. Equity Curve >> เมื่อสร้างโมเดลเสร็จ เราต้องนำผลที่ได้มาทำเป็น Equity Curve เพื่อหา
– Maximum Draw Down เพื่อดูว่า ถ้าทำตามระบบไป จากจุดที่กำไรสูงสุดนั้น เคยลดลงมาต่ำสุดเท่าไหร่ โมเดลที่มี Maximum Draw Down มากๆ จะมีข้อจำกัดมากๆ ในการทบต้นครับ ดังนั้นโมเดลจะดีหรือไม่ดี ต้องวัดจากความ Smooth ของ Equity Curve ไม่ใช่มาดูเเค่ว่า เรากำไรมากน้อยเเค่ไหน
-Profit taking Index

ในการสร้างโมเดลต้องคำนึงถึงปัจจัยทั้ง 6 ประการนี้เสมอ ตอนหน้าผมจะยกตัวอย่าง โมเดลง่ายๆ มาให้ดูอันนึงครับ

วันที่ 112 ของการเดินทาง

วันนี้ วันเสาร์ ผมพักผ่อนอยู่บ้านครับ ตื่นมาก็สายเเล้ว เอาหนังสือเรื่อง Money Game มาอ่าน จริงๆเล่มนี้เคยอ่านนานมาเเล้ว เเต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ Concept เท่าไหร่
-ที่บ้านวันนี้ ซื้อไก่ย่าง 5 ดาวมาทาน จริงๆเเล้ว ไก่ย่าง 5 ดาวผมเคยทานครั้งเเรกตอนอยู่อนุบาล ไม่น่าเชื่อว่า Brand นี้จะอยู่ยืนยาวได้ขนาดนี้
-ตอนดึกๆ ผมลองนั่งปรับปรุงโมเดล Day Trade ว่าจะใช้กับหุ้นได้หรือไม่ปรากฏว่า ยังให้ผลที่ไม่ค่อยดีครับ ต้องปรับปรุงอีกมาก ผลลัพธ์ช่างเเตกต่างจากโมเดลที่ใช้กับ Derivative โดยสิ้นเชิง

วันที่ 111 ของการเดินทาง

วันนี้ ตัวเลขสวย ครับ 111 วันนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง ด้วยกัน
– วันนี้ตลาดทั่วเอเชีย ลงด้วยเหตุผลจากข่าว การไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนด ของดูไบ รายละเอียดผมไม่ทราบ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก้ตาม SET ตอนนี้อยู่ในเวบ C เเละกำลังจะลงไปเเถวๆ 635 เป้าเเรก ส่วน S50z09 กำลังจะลงไป 435 ครับ
-ราคาทองคำปรับตัวอย่างรวดเร็ว ลงกว่า 50$ ภายในเวลาไม่นาน ครับ

วันที่ 110 ของการเดินทาง

วันนี้ วันพฤหัส ผมมาถึงที่ทำงานเเต่เช้า ห้องทำงานค่อนข้างเงียบเหงาทีเดียว หลังจากเพื่อนในเเผนกไม่อยุ่ไป 1 คน วันนี้SET ปรับตัวลดลง อย่างต่อเนื่อง ช่วงนี้ตลาดทองคำ Bullish มาก ทุกคนเริ่มมองทางขึ้น ผมว่าถ้าเข้าเป้าเมื่อไหร่ ราคาจะปรับตัวอย่างรวดเร็วเเละรุนเเรงเหมือนที่เคยเกิดเมื่อปี 2008 ต้นปีครับ
ถ้าย้อนกลับไปดูกราฟในอดีต เราจะพบทันทีว่า ราคาช่างลงอย่างรวดเร็ว รุนเเรง เเบบวันเดียวปรับตัวเกิน 60$

วันนี้ผมได้ไอเดีย ใหม่จากเพื่อนผมซึ่งเป็นDay Trader มืออาชีพครับ
เอาไปพัฒนาต่อ พบว่าโมเดลเริ่มเข้าที่ขึ้นเรื่อยๆ
จากการทดสอบ เข้า-ออก 100 ครั้งพบว่าสามารถทำกำไรบนS50Futres ได้ค่อนข้างดี

วันที่ 109 ของการเดินทาง

วันนี้ ห้องทำงานค่อนข้างเงียบเหงาทีเดียว
ผมไปถึงที่เเผนกคนเเรก นั่งปรับโมเดลต่อ
สาเหตุที่ต้องปรับโมเดล คือ บางโมเดลรองรับการเทรด สัญญาฟิวเจอร์สเเค่ 1-5 ตั๋วเท่านั้น เเต่โจทย์ของผมคือต้องปรับเเต่งโมเดลสำหรับการเข้า-ออก ด้วยจำนวนตั๋วมากๆ ระดับ 20-30 ตั๋วขึ้นไป พอทดสอบโมเดลใหม่ เข้ากับจังหวะเทรดเดิม ก็ออกอาการเเกว่งทันที ผมมองตลาดใน Trend ลง เเต่พบว่าในช่วงตอนบ่าย ตลาดกลับเปิดกระโดดขึ้นเเล้วก็วิ่งต่อไปเลย เเต่ผมยังติดBias ขาลงอยู่ เลยทำตามเฉาะสัญญาณขา Short เลยโดนคัทลอส ติดๆ กันต่อเนื่อง
โดนไป 5 จุด ครับ เนื่องจากโมเดลส่งสัญญาณให้คัทลอสอย่างต่อเนื่อง ติดต่อกันหลายครั้ง

วันที่ 108 ของการเดินทาง

วันอังคาร ตอนเช้าผมพบว่าเเถวๆที่ทำงานมีอาหารเช้า มีข้าวหมูทอดขาย เลยลองซื้อ ปรากฎว่าอร่อยมากครับ เลยต้องซื้ออีก 555

วันนี้มีข่าวไม่ค่อยดีนัก เกี่ยวกับที่ทำงานครับ ซึ่งทำให้กำลังใจเทรดเดอร์ในเเผนกอาจจะลดลงไป คนอื่นผมไม่ทราบ เเต่ที่เเน่ๆ ผมค่อนข้างกดดัน เเละรู้สึกใจหาย ผมรู้สึกว่าอนาคตของเทรดเดอร์ตัดสินกันที่ ผลการเทรดอย่างเดียว ( End Result)เป็นหลัก ซึ่งผมก็ทำใจตั้งเเต่ต้นที่จะเดินทางสายนี้เเล้วครับ เพื่อนๆที่สนใจอยากจะทำงานสาย Proprietary Trader ต้องจำข้อต่างๆ ต่อไปนี้ให้ดี
1. ฝึกเทรดจนชัวร์ว่าสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่อง
2. หา หลักการเทรดที่เหมาะกับตัวเอง
3. ฝึกซ้อม ๆ ๆ บ่อยๆครับ

>>> ต้องเตรียมใจไว้ว่า เมื่อวันนึงเราไม่ทำกำไรเท่าที่บริษัทคาดหวัง เราอาจจะต้องเดินจากไปจากบริษัท เเต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ขอให้จำไว้ว่า ทุกการเทรดนำไปสู่การพัฒนาทีดีขึ้นเสมอ เราจะเติบโตขึ้นเเละทำกำไรมากขึ้นอย่างเเน่นอน

>> ชีวิตก็คือหลักความน่าจะเป็นดีๆ นี่เองครับ มีขึ้น มีลง มีเปลี่ยนเเปลงไป

ตอนค่ำ ผมทดลองพัฒนาโมเดลสำหรับ Day Trading โดยอิงหลักการพนันเเละหลักการจากเพื่อน Prop อีกคนซึ่งเชี่ยวชาญในการ Day Trade หุ้นอย่างมาก พบว่า ข้อดีของโมเดลคือ
1. Cocept เข้าใจง่าย ตรงตามหลัก Keep it simple

2. Win / loss ratio ค่อนข้างดี

3. Reword / Risk ก็พอไหว

วันที่ 107 ของการเดินทาง

วันจันทร์ ผมยังคงมองว่าตลาดจะลงต่อ เป้าหมายอยู่เเถวๆ 635 เป้าเเรก เเละอาจจะเลยไปถึง 585 ได้ครับ
ช่วงนี้ มีเพื่อนๆ pm เข้ามาหาผมถามถึงราคาทองอย่างต่อเนื่อง ว่าจะทำอย่างไรดี เนื่องจากติดshort เเละขาดทุนอย่างหนัก >>. คำตอบคือ คัทลอสครับ
โดยเราต้องคัทลอสทันที เเล้วออกมาคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะการคัทลอสจะช่วยให้เราสามารถรักษาเงินต้นไว้ได้

-จริงๆเเล้ว เรื่องการคัทลอสเป็นเรื่องที่ต้องฝึกครับ เพราะบางทีถ้าเราไม่เคยฝึก พอถึงเวลาจริงเราอาจจะไม่กล้าตัดสินใจ
ผมหมดพอร์ตไป 2 ครั้งเพราะไม่รู้จักคัทลอสนี่เเหละครับ ถือว่าเป็นการจ่ายค่าเรียนเรื่องคัทลอสที่เเพงโข
ผมหมดพอร์ต อีก 2 ครั้ง เพื่อเข้าใจเรื่องการ Overtrade
เเละอื่นๆอีก 2 ครั้ง
รวม 6 ครั้งพอดี กว่าจะเอาตัวรอดอยู่ในตลาดได้ เเละมั่นใจว่าจะไม่พลาดด้วยความผิดเดิมซ้ำๆ อีก

เพื่อนๆ อาจสงสัย ว่าทำไมหมดพอร์ตบ่อยจัง >>> เพราะว่าผมใช้ตราสารที่มีอัตราทดสูงอย่าง futures ทอง เเละค่าเงินครับ เลยให้ผลลัพธ์ที่เร็วทั้งกำไร เเละขาดทุน

ดังนี้ วันนี้ ผมขอฝากคำสั้นๆ เเต่สำคัญ >>> Cutloss

วันที่ 106 ของการเดินทาง

วันนี้ ตื่นเช้าเนื่องจากมีนัดกับเเฟนไปทานข้าว ที่เดอะมอลล์บางกะปิครับ

-ทานข้าวที่ Black Canyon ผมสั่ง อาหาร 2 อย่าง คือ ฟูซิลลี่ต้มยำกุ้ง & ผัดไทเเชมป์โลก ( ชื่อดูน่าสนใจขอลองสั่งมาซักหน่อย ราคาเเพงเลยทีเดียว)

-จากนั้น ไปเดินเล่นกันต่อที่ King power duty Free ครับ ผมอยากได้ของชิ้นนึง เป็น หุ่น M&M สำหรับบรรจุ ช็อคโกเเล็ตครับ เวลาจะทาน ก็โยกเเขนเจ้าหุ่นนี่ M&M ก็จะไหลลงมาครับ เพิ่มความสนุกตื่นเต้นในการกิน ^^ ผมชอบกิน m&m มาก ตั้งเเต่สมัยทำงานอยู่ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์เมื่อปีที่เเล้ว ช่วงนั้นชอบกิน ซองเหลืองซื้อวันละซอง เเต่พอมาทำงานเป็น Proprietary ก็เปลี่ยนมากินซองดำเเทนครับ

-จากนั้น ก็กลับบ้าน ตอนดึกๆ มีทำ Excel เกี่ยวกับ Derivative นิดหน่อย
-วันนี้ ตลาดปิดทำการ เลยเน้นการพักผ่อนเป็นหลักครับ สำหรับ Week หน้าตลาด usa ปิดทำการถึง 1.5 วัน SET จึงน่าจะเงียบเหงาช่วงปลายสัปดาห์

วันที่ 105 ของการเดินทาง

วันเสาร์นี้ ผมตื่นมาประมาณ 9 โมงครับ วันนี้กำลังคิดเรื่องการเทรด อยู่ๆ ก็พบไอเดียนึง น่าสนใจทีเดียวกับ เป็น idea เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของ Equity curve
– เมื่อไหร่ก็ตามที่ Equity Cureve ใกล้จะทำ Drawdown ใหม่นั้น นั่นเเสดงว่า
1. อาจจะเป็นโอกาสทองในการทำกำไร เนื่องจากระบบ Trend Following นั่น เมื่อโดน Sideway หนักๆ อย่างต่อเนื่องก็มักจะตามมาด้วยเทรน์ใหญ่ๆ อย่างต่อเนื่อง เรียกว่า ลากทีนึง สามารถที่จะ Cover loss ทั้งหมดก่อนหน้ากันเลยทีเดียว
2. อาจจะหมายความว่า ระบบที่เราใช้อาจจะมีปัญหา ก็ได้ครับ

>> เเต่ผมคิดว่า น่าจะเป็นตามข้อ 1 มากกว่า 70%

วันที่ 104 ของการเดินทาง

ถึงวันศุกร์เเล้ว เวลาช่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ตลาดวันนี้ ซึมๆ เเต่ก็ไม่ได้ลงเเรงๆ เเกว่งตัวออกด้านข้างซะงั้น
ตอนเย็น วันนี้ผมดูหนังเรื่อง New Moon ครับ อาจเป็นเพราะว่าผมดูที่โรง The mall บางกะปิ คนเลยไม่เยอะเท่าไหร่ ครับ

วันที่ 103 ของการเดินทาง

วันพฤหัส วันนี้ Set ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องครับ
ตอนเย็นผมเเวะไปทาน บุฟฟเฟต์อาหารไทยที่ เดอะมอลล์บางกะปิ
วันนี้ไม่มีอะไร อัพเดทเท่าไหร่ครับ

วันที่ 102 ของการเดินทาง

ช่วงนี้ ผมค่อนข้างง่วงเวลาเทรด อาจจะต้องนอนเร็วขึ้นครับ
มื้อเช้าวันนี้ เป็นเส้นหมี่ ลูกชิ้น น้ำใส เป็นร้านใหม่ที่น่าสนใจครับ
ผมยังคงมั่นใจว่าตลาดกำลังจะทำขา C ใหญ่ เเล้วลงต่อ Theme การเทรดของวันนี้ ตั้งใจว่าจะเน้นขา short เป็นหลัก

วันนี้ผมนึกถึงเทรดเดอร์คนนึง ที่ชื่อ Coilin Li เทรดเดอร์ผู้นี้เป็นชาวจีน ดูค่อนข้างเก่ามาก เพราะมีประสบการณ์ในตลาดมาอย่างโชกโชน
2 อย่างที่เทรดเดอร์ผู้นี้ชอบทำก็คือ
1.สูบบุหรี่
2.เทรด
บางครั้งก็สุบไป เทรดไป วันๆ ทำอยู่เเค่นี้ครับ
ฟังดูเเล้วก็เเปลกๆ ดี เเต่คิดดีๆ เทรดเดอร์ผู้นี้คือเทรดเดอร์ตัวจริง เพราะเค้าสามารถทำให้การเทรดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปอย่างเเท้จริง
-รายได้หลักของเค้ามาจากการเทรด
-เค้าดังเเละมีชื่อเสียงก็เพราะการเทรด
-เวลาส่วนใหญ่ทั้งวันก็อยู่กับการเทรด
-เค้ามีเวลาว่างวันเสาร์ อาทิตย์

คำพูดที่ผมจำได้ค่อนข้างดี คือ เทรดเดอร์ที่มีการตัดสินใจบ่อยๆ ย่อมเก่งกว่าเทรดเดอร์ที่มีการตัดสินใจน้อยกว่า
ดังนั้นความสามารถทางการเทรดพัฒนากันได้เเละเเซงกันได้ครับ
มันคือชั่วโมงบินนั่นเอง
เทรดเดอร์อิสระ ที่ฝึกฝนการเทรดอย่างหนักย่อม ก็สามารถที่จะเก่งกว่าเทรดเดอร์อาชีพได้ครับ หากเทรดเดอร์อาชีพนั้นมีชั่วโมงบินน้อยกว่า เเละขาดการฝึกซ้อมอย่างตัวเนื่อง ดังนั้นเกมส์การเทรดจะดำเนินต่อไป หยุดเมื่อไหร่เราก็พร้อมที่จะโดนเเชงทันทีครับ มันคือการวิงมาราธอนที่วิ่งกันตลอดชีวิตนั่นเอง

มีคนถามผมว่า ถ้าจะถึง 2012 เเล้วเกิดสถานการณ์ตามเนื่อเรื่องหนัง ผมจะทำอย่างไร
-ผมตอบว่า ผมจะเปิด Short position ครับ 555

วันที่ 101ของการเดินทาง

วันนี้ วันอังคาร ตลาดออกเเนว sideway เทรดค่อนข้างยากครับ
พอเลิกงาน ผมก็รีบกลับบ้านครับ วันนี้กลับโดยรถตู้ วันนี้ไม่ได้ไปเดินเล่นที่ไหน
กลับมาตรวจเช็คกราฟนิดหน่อย เเล้วก็พักผ่อน ยังไม่มีไอเดียใหม่ๆ เกี่ยวกับการเทรด

วันที่ 100 ของการเดินทาง

วันนี้ ถือเป็นวันที่ดีสำหรับผมเนื่องจาก เป็นวันที่เดินทางสู่หนทางของการเป็นเทรดเดอร์อย่างจริงจัง ครบ 100 วันพอดี จากวันเเรกที่เริ่มออกเดินทางถึงวันนี้ มีอะไรที่พัฒนาไปบ้าง เรามาดูกันครับ … เพื่อจะได้เป็นกำลังใจให้กับเทรดเดอร์รุ่นใหม่ๆต่อไป

1. จากเทรดเดอร์อิสระเทรดค่าเงิน ผมได้รับการตอบรับให้เข้าสู่การเป็นเทรดเดอร์อาชีพ (Proprietary Trader ) ทำหน้าที่เทรด S50 Futures

2. เวบ Optionistic.org ได้ถูกจัดตั้งขึ้นพื่อ เป็นเเนวทางให้กับนักลงทุนทั่วๆไป ได้โอกาสเรียนรู้เครื่องมือเเละระบบทางเทคนิคผ่านทางการวิเคราะห์ของผม

3. Blog บันทึกการเดินทางของเทรดเดอร์ ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อ เป็นเเนวทางให้กับเทรดเดอร์รุ่นใหม่ๆ ต่อไป ผมหวังว่ามันจะมีประโยชน์สำหรับผู้อ่าน

4. ผมมั่นใจในเส้นทางของเทรดเดอร์อย่างเต็ม 100% หลังจากเทรดเดอร์นักเปียโน ได้เเสดงศักยภาพบนตลาดค่าเงินว่า ไม่มีคำว่า ” เป็นไปไม่ได้บนตลาดนี้” ด้วยการสร้างผลตอบเเทนเฉลี่ย > 10% ต่อ week

5.ผมได้กลับมาวิเคราะห์ราคาทองคำ ที่เวบ Thaigold.info อีกครั้ง

6.ผมได้รู้จักเกมส์ Friend Fore sell ซึ่งเป็นเกมส์หนึ่งใน facebook เกมส์นี้เป็นเกมส์การเทรด เเต่เป็นการเทรดความสัมพันธ์ เล่นเกมส์นี้เเล้วจะรู้ว่ามุมมองของการเทรด นั้นสามารถใช้ได้กับหลายๆเรื่องในชีวิต

7.ผมได้มีโอกาส เขียนหนังสือ เกี่ยวกับความรู้พื้นฐาน

สำหรับ 100 วันจากนี้ไปผม มีแผนการใหม่ๆ เช่นกันครับ
1. เทรดค่าเงินอย่างจริงๆจังหลังเลิกงาน ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้เทรดค่าเงินเลย ฝีมือคงทื่อไปเยอะครับ
2.วางเเผนสอบ CAIA รอบที่ 3 ครับ cer ตัวนี้ผมพยามเก็บเเล้วเเต่ยังไม่ได้ซักที
เดี๋ยวเย็นๆ ผมมาอัพเดทต่อครับ

วันที่ 99 ของการเดินทาง

วันนี้ ต้องหาค่าความเเตกต่างระหว่าง Basis ของ Futures กับ S50 นิดหน่อย
ช่วงเช้า ผมตื่นมาดูหนังเรื่อง Unbreakable ที่นำเเสดงโดย Burce villice จากนั้นก็ไปโหลด VCD ของลุงโฉลก ที่ลุงเคยไปสัมนาที่ SET มาฟัง
กฏการซื้อขายหุ้นง่ายๆ 3 ข้อ ของคุณลุง ก็คือ
1. ราคาหุ้นเวลาขึ้นจะขึ้นต่อจนกว่าจะลง เวลาลง จะลงต่อจนกว่าจะขึ้น
2. อย่าเชื่อ Fundermental , ข่าว
3.ถ้าทำตามข้อ1-2 ไม่ได้ ให้เลิกเล่นหุ้น

-นั่นเป็นครั้งเเรกที่ผม รู้จักลุงโฉลก จากงานสัมนนาดังกล่าว คิดในใจว่าเเน่จริงๆ กล้าพูดขนาดนี้ ผมเลยรีบกลับมาค้นคว้าหาข้อมูล
-จากวันนั้นมาถึงวันนี้ กว่า 2.5 ปีเเล้วผม รู้สึกว่าโชคดีจริงๆ ที่ได้เข้าสัมนาครั้งนั้น เพราะมันได้เปลี่ยนระบบความคิดของผมไปอย่างมากเลยทีเดียว

วันที่ 98 ของการเดินทาง

ตื่นมาประมาณ 9 โมงกว่า วันนี้กะว่าจะไปเดินเล่นงาน SET in the city เหมือนเดิม ไปถึงคนเยอะทีเดียวครับ ที่น่าประหลาดใจก็คือฝนตกหนักกว่า 2ชั่วโมง ทำให้น้ำท่วมสยามเกือบถึงฟุตบาท เรียกว่าครึ่งล้อรถเลยทีเดียว

หน้าปกหนังสือของผม มีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อยครับ เพื่อให้เข้ากับ Concept มากขึ้น ชื่อหนังสือก็เช่นกัน อาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้ตรงกับที่ ทางSE-ED เค้าเเนะนำมา

วันที่ 97 ของการเดินทาง

วันศุกร์นี้ ผมตื่นมามีปัญหาเรื่อง ปวดคอเเละปวดหลังอย่างรุนเเรง ทำให้หันเเละเงยไม่ได้ครับ SET เเกว่งขึ้นลงไม่ไปไหนมากครับ

วันนี้มีงาน SET in the city เป็นวันที่ 2 เพื่อนๆ ก็เเวะไปงานเเละไปทานข้าวกัน ปิดท้ายด้วย ไอศกรีมเสวนเซ่นส์เหมือนเมื่อวานเลยครับ เเต่เป็นฟองดู ^^

วันที่ 96 ของการเดินทาง

หลังจากที่ตลาดขึ้นมา ต่อเนื่องเพื่อทำเวบ B ผมรู้สึกว่าตอนนี้ตลาดกำลังทำ c ต่อ โดยอย่างน้อย s50 น่าจะลงได้ถึง 440 เลยทีเดียว วันนี้ s50z09 จึงลงมามากกว่า 20 จุด

เมื่อวานเป็นวันเเรกที่มีงาน SET in the city จัดขึ้นที่พารากอน ผมกับเพื่อนๆ นัดกันที่สยามพารากอน 3 คน ผมขึ้นไปจองตั่วหนังเรื่อง 2012 เเถวคิวยาวมาก ซื้อตั๋วเสร็จเเล้วก็ไปทานข้าวต่อที่ร้านโอล์ดี้ที่สยามเซ้นเตอร์ครับ หัวข้อที่คุยกันก็จะเป็นเรื่อง เกี่ยวกับงาน เเละก็การลงทุน คุยกันนานพอสมควรก่อนจะไปต่อกันที่ สเวนเซ่นส์ เสร็จประมาณ 20.00 กว่าๆ

ผมก็เเยกย้ายไปดุหนังเรื่อง 2012 ครับ รอบ 20.50 ครับที่โรงสยามภาวาลัย พบว่าคนเต็มโรงเลยครับ เเถวหน้าก็มีคนดู หนังความยาวเกือบ 3 ชั่วโมงเลยครับ หนังก็สนุกดี เเต่เนื่องจากผมง่วงมาก เลยหลับไปนิดหน่อย สรุปต้องลองไปดูครับ

วันที่ 95 ของการเดินทาง

วันนี้ วันพุธครับ ตลาดเป็น side way up ชัดเจน โดยมีการดันราคาช่วงท้ายตลาด ถ้าเราเล่น day trade เราลองตีchannel บน time frame 1 นาที จะพบว่าราคาวิ่งอยู่ในกรอบค่อนข้างชัดเจน สำหรับการเทรดโดยใช้ Technical นั้นเรื่องของการลากเส้น Trend line พื้นฐานก็จริง เเต่เรื่องที่พื้นฐานเเบบนี้ เราไม่ควรทิ้งไปครับ อาจารย์ผมเคยสอนว่า ทุกครั้งที่ขีดเส้นนั่นหมายถึงการเพิ่มโอกาสในการทำกำไรอีกมาก การลากเส้น Trend line เเละ channel line นั้น ต้องฝึกลากบ่อยๆครับ เมื่อเราฝึกลากซ้ำๆจนครบ 1,000 ครั้งขึ้นไป เราจะพบว่า เครื่องมือง่ายๆ อย่าง Trend line นี้สามารถช่วยเราได้อย่างมากครับ เพราะมันเป็น leading indicator

ตอนนี้ผมรอดูหนังเรื่อง 2012 ครับ ดูจากหนังตัวอย่างเเล้วน่าสนใจมาก

วันที่ 94 ของการเดินทาง

เราอาจจะเคยได้ยินคำกล่าวว่า หมองูตายเพราะงู ใช่มั้ยครับ ตอนนี้ผมมีคำกล่าวใหม่ สำหรับตัวเอง ” นักวิเคราะห์ทองขาดทุนเพราะทอง “ ปกติผมผมนั่งดูกราฟราคาทองมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปี จนรู้นิสัยของกราฟทองว่าจะต้องใช้อะไรในการหาทิศทางราคา หรือว่าราคาทองคำจะมีทิศทางเเละเเนวโน้มไปไหนบ้าง เเละทองคำก็สามารถสร้างกำไรให้ผมอย่างมาก เเต่เชื่อมั้ยครับว่าทุกครั้งที่ผมมั่นใจมากๆ เเละ Over trade เมื่อไหร่ ผมจะขาดทุนเพราะทองทันที เเละล่าสุด ผมเห็นราคาทองมาตรงเเนวต้าน fibo 1.618 ก็เข้า Short เเบบ overtrade เพราะมั่นใจว่าย่อเเน่ๆ Short ไปที่ 1090$ ตั้ง Stoploss 1111$ คิดว่าน่าจะได้ค่าขนมไม่มีปัญหา เเต่เเล้วเชื่อมั้ยครับว่า ราคาทองวิ่งไปทำ High ที่ 1111.xx เเตะจุด Stoploss ผมเเล้วลงเลย ผมคิดในใจ ให้ตายสิ ให้มันได้อย่างงี้สิน่า เหมือนเเกล้งกันเลย 555 เเต่ไม่เป็นไรครับ แก้ตัวกันใหม่

จุดเด่นของราคาทองคำ จากประสบการณ์ของผม
– มักจะลง Lock เลข fibo เกือบทุกครั้ง ทำให้ผมสามารถคาดการณ์ราคาล่วงหน้าได้ไม่ยากนัก
-มักผันผวนคืนวันศุกร์
-Trend ค่อนข้างเเน่นอน คือขึ้นอย่างช้าๆ เเต่เวลาเกิดการ correction จะลงอย่างรวดเร็ว เเละรุนเเรงมาก
-อย่าเชื่อข่าว ทุกครั้งที่ทีวี นายกสมาคมทองคำออกมาบอกว่าราคาทองจะขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณบอกได้ว่าราคากำลังจะปรับตัวลง
-ข่าวจะตามมาหลังกราฟเสมอ ดังนั้นนักลงทุนที่ใช้กราฟในการตัดสินใจจึงได้เปรียบ

วันที่ 93 ของการเดินทาง

วันจันทร์ ที่ 9 /11 / 52 วันนี้ผมจะพูดถึงตลาดค่าเงิน ซะหน่อยครับ ว่าทำไมถึงเป็นสุดยอดตลาดในฝันของบรรดาเทรดเดอร์ ที่เรียกว่าซักครั้งในชีวิตต้องขอสัมผัสกับตลาดนี้

1. มีอัตราทดให้เลือกใช้ตั้งเเต่ 50-500 เท่า เรียกว่า ความเร็วเเรง ไม่ต้องพูดถึงครับ โอกาสที่จะสร้างผลกำไร หรือขาดทุนระดับ 20- 80% / เดือน นี้ไม่ใช้เรื่องยาก ใครก็ตามที่เข้ามาลองเเล้วอาจจะไม่อยากกลับไปเทรดหุ้นอีกเลยก็เป็นได้ครับ ^^

2.ตลาดนี้ เปิดทำการ 24 HR. พอ London ปิด USA ก็เปิดต่อ พอ USA ปิด ฝั่ง JAPAN ก็เปิดต่อ เลยทำให้ตลาดซื้อขายค่าเงิน ไม่มีวันหยุด ดังนั้นโอกาสที่ราคาจะเปิดกระโดดเลยไม่มี

3. Plat form อย่าง MT4 ซึ่งมีเครื่องมือในการเทรดครบครัน อีกทั้งยังรองรับระบบ EA อีกด้วย ดังนั้นพวกนักประดิษฐ์ เเละ Quant ที่ชอบสร้างโมเดล ก็ใช้ตลาดนี้ในการทดลองวิชา ดังนั้นนอกจากจะสู้กับเทรดเดอร์ด้วยกันเเล้วยังต้องสู้กับพวก โรบอทเทรดด้วยครับ ตลาดค่าเงินจึงเป็นเสมือนทางลัดในการฝึกฝนวิชาการเทรด

4. เป็นตลาดการเทรดที่มีมูลค่าการซื้อขายสุงสุดกว่าวันละ 3 Trillion ครับ ดังนั้นไม่ต้องกลัวเรื่องสภาพคล่องกันเลย

ผมขอเกริ่นไว้เเค่นี้ก่อนนะครับ ^^

เนื่องจากผมได้อ่านหนังสือเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ที่เทรดเดอร์นักเปียโนเเนะให้อ่าน ผมได้ข้อคิดมาดังนี้
Cut loss = นอกจากใช้เรื่องการลงทุน เเล้วยังสามารถนำมาใช้กับเรื่องอื่นๆในชีวิตได้ด้วยนะ Cult loss ยังใช้กับความสัมพันธ์ ที่เราต้องการไม่ให้มันเเย่ไปกว่าเดิม ได้อีกด้วย หลายคนเวลาที่ความสัพันธืมันเเย่ก็พยามจนกระทั่งมันเเย่ลงไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ไม่สามารถพูดคุยกันได้อีก เเต่ถ้าเรารู้จักCutloss ความสัมพันธ์อาจจะไม่สามารถกลับมาดีเหมือนเดิม เเต่อย่างน้อยมันก็จะไม่เเย่ไปกว่าเดิม

Take profit = ก็เช่นกัน
Cut loss & Take profit จึงเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องกันไปตลอดชีวิต

-เเละเราจะเรียนรู้มากขึ้น มากขึ้น ผ่านทางการขึ้น การลง เเละเปลี่ยนเเปลงไปของราคาเเละชีวิต

วันที่ 92 ของการเดินทาง

เเวะเอาปกหนังสือมาให้ดูครับ ที่ออกเเบบเสร็จเเล้ว เเละจะวางเเผงปีหน้า ถ้าเพื่อนๆ เห็นปกหนังสือเล่มนี้ที่ไหนล่ะก็ ไม่ต้องคิดมากครับ ซื้อไปเลย ผมไม่ซีเรียสว่าจะขายได้กี่เล่ม เเต่อยากให้พอขายได้บ้ง เนื่องจากเพื่อนผมเพิ่งเปิดสำนักพิมพ์ จะได้มีกำลังใจในการทำงานต่อไปครับ
หนังสือเล่มนี้ผมเขียนเอง 25 ตอน + เทรดเดอร์นักเปียโนอีก 5 ตอน ใช้เค่นามเเฝงเท่านั้นครับ ไม่มีการเปิดเผมตัวจริงเเต่อย่างใด ^^
วันนี้ผมได้ดู The Apperentice ได้ข้อคิดว่า นักเล่น Poker นั้นจะมีจิตใจที่เข้มเเข็ง เเละยิ้มเเย้ม สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี เเละมีความเยือกเย็นมากๆ นั้นเเละในที่สุดก็จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Winner take all ” คือ ผู้ชนะกินรวบในที่สุด

วันที่ 91 ของการเดินทาง

วันนี้วันเสาร์ ผมนั่งปรับ Model Trade อยู่บ้าน ตอนนี้โมเดลในมือมีอยู่ 3 เเบบ

1. Ticker Chart Trade เเบบนี้จะเข้าออกรวดเร็วมาก เเต่ถ้ามีจำนวนตั๋วเพิ่มขึ้น ก็จะเล่นได้ยากครับ เเบบนี้เหมาะกับตั๋วน้อยๆ สนุกดีครับ วันนึงสามารถเข้าออกได้เกิน 20 ครั้งเลยทีเดียว ครั้งนึงเก็บกำไรไม่เยอะ เเต่ก็ขาดทุนไม่เยอะ เเบบนี้สามารถช่วยสร้าง Volum ให้บริษัทได้ดีครับ เเบบนี้ผมทดสอบเเล้ว น่าจะได้กำไรเกือบทุกวันครับ เเต่จะเริ่มมีปัญหาเวลาเพิ่มจำนวนตั๋ว ถ้าเปรียบเทียบดมเดลนี้กับนักมวย ก็เปรียบเหมือนกับการปล่อยหมัดเเย็บเก็บกำไรไปเรื่อยๆ ครับ

2. Sto 1 min trade = โมเดลนี้ สนุกดีครับ วันนึงจะเข้าเทรด 3-5 โดยที่เเต่ละครั้งรับกำไรครั้งละ 2-3 จุด Cutloss 2 จุด สามารถรองรับปริมาณตั๋วได้ 20 ตั๋วสบายๆ

3. Green-Red Trend Trade = วันนึงเข้าออกไม่กี่ครั้งครับ เวลามีTrend +10 จุดนี่ไม่ใช่เรื่องยากเย็น
เเต่ช่วง Sideway นี้ โดนพรุนเหมือนกันครับ

-week ที่เเล้วอยู่ในช่วงหา Model ที่สามารถเทรดจบในวันได้ดีครับ เเต่ยังไม่ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะเลือกอันไหน week ที่จะถึงนี้ จะเน้น Sto Trading System เป็นหลักครับ เนื่องจากตอนที่ผมฝึกเทรดค่าเงิน ผมพบว่า การใช้ Sto นั้นมีประโยชน์มากๆ ในการเทรดเเละจบอย่างรวดเร็ว โดยที่ค่อนข้างปลอดภัย

-True vision ฉาย True Blood ครับ สนุกดี เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเเวมไพร์
-ค่ำๆ มีการนำเอาหนังเก่าอย่าง Six Sense เข้ามาฉาย อีกครั้ง

วันที่ 90 ของการเดินทาง

วันนี้เป็นวันศุกร์ weel นี้ยังไม่มีหนังเข้าใหม่ ปกติทุกวันศุกร์ ผมจะต้องหาที่ทานข้าว ไม่ก็ดูหนัง จะว่าไปผมเป็นคนที่ดูหนังบ่อยมากเลยทีเดียว เดือนนึง 2-4 เรื่อง เคยนับคร่าวๆ ปีที่เเล้ว ก็ดูหนังไปกว่า 33 ครั้ง เเต่Week นี้ยังไม่มีหนังน่าสนใจ เลยค่อยคิดอีกทีว่าน่าจะเป็น week หน้า ช่วงนี้เทรดเดอร์นักเปียโน กำลังวุ่นเรื่องงาน เเละก็กำลังวุ่นเรื่องสาวๆครับ เเต่กำไร เดือนละ 30% ขึ้นไป บนตลาด Forex นี่ก็ยังทำได้สม่ำเสมอ สำหรับเทรดเดอร์นักเปียโน จุดเด่นของเทรดเดอร์นักเปียโน
1. เข้าออกรวดเร็ว Win/loss ratio บน Forex Trading นี่ถือว่าสูงมากครับ
2. ไม่ค่อยเหมาะกับ Stock Market ตั้งเเต่ที่ผมรู้จักเทรดเดอร์นักเปียโนมา มักจะผิดทางตลอด เพราะระบบการเทรดที่ ใช้บน Fx Market ไม่เหมือน Stock Market ดังนั้นถ้าเทรดเดอร์นักเปียโนมองว่าSet จะขึ้น ให้ทำตรงข้ามครับ เเล้วก็จะได้กำไร ^^ 555
3. ถนัดเฉพาะ Forex Trading

ตอนนี้ ผมกับเทรดเดอร์นักเปียโน Hold Short บน Gold Market อยู่ครับ เนื่องจากคิดว่าจะ Correction ชั่วคราว

วันที่ 89 ของการเดินทาง

ต่างชาติยังคงขายต่อเนื่อง เเต่วันนี้เริ่มมี Net buy วันเเรกครับ เเต่เเนวโน้มใหญ่ยังลงอยู่ ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้เทรดค่าเงินเลย
สำหรับงานคืนนี้ของผม ก็คือ
1.เขียนวิเคราะห์ราคาทองคำที่ Thaigold.info
2.เขียน Blog
3. เขียนปกหน้า ปกหลัง ของหนังสือ
4.หาค่าขนมจากการ Short ทอง

วันที่ 88 ของการเดินทาง

วันนี้ วันพุธ ตอนนี้อยู่ในช่วงทดสอบโมเดลเทรดระหว่างวันครับ ยังปรับโมเดลให้เทรดระหว่างวันยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ ตอนเย็นวันนี้ นัดเทรดเดอร์นักเปียโน เเละ พี่นักลงทุนอีกคนที่ เมเจอร์เอกมัย เพื่อพบปะพูดคุยเกี่ยวกับการลงุทน พี่นักลงทุนขอทำงานอีก 2-4 ปี จากนั้นก็จะมาลงทุนเองเต็มเวลา เพราะต้องการเวลาเหลือเยอะๆครับ ตอนนี้หน้าปกหนังสือที่จะวางเเผงกุมภาพันธ์นี้เสร็จเเล้ว ปกสวยทีเดียวครับ กลับถึงบ้านดึกเลยยยย

วันที่ 87 ของการเดินทาง

วันนี้ เป็นวันอังคารครับ ช่วงนี้ผมงานค่อนข้างยุ่งพอสมควร เลยอาจจะอัพเดท Blog ช้าไปบ้าง ตอนนี้ใกล้จะเข้าสู่ปีใหม่เเล้ว ปีหน้าจะเป็นปีเเรกที่เริ่มมีการเปิดค่าเสรีค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ในช่วงเเรกเป็นเเบบขั้นบันไดก่อน น่าติดตามครับ ว่าจะมีบล.ใดที่ถูกควบรวมบ้าง เเละเเนวทางอุตสาหกรรมการเงินเเละหลักทรัพย์ จะเป็นไปในรูปแบบใด เเต่อย่างไรก็ดี ผมยังเชื่อว่า Propreitary Trader น่าจะมีบทบาทที่สำคัญมาก

วิธีการเทรดให้สนุกคือ เล่นให้เหมือนกีฬาเหมือนเกมส์ อย่าเอาความรู้สึกมาจับมากนัก ทำไปตามเเผนเเต่ละวัน ได้บ้างเสียบ้างเป็นปกติ เเต่เราจะเติบโตขึ้นในทุกๆวัน

วันที่ 86 ของการเดินทาง

วันนี้ตอนเช้าผมวิเคราะห์ราคาน้ำมัน เเละก็วิเคราะห์ SET เครื่องมือหลักที่ใช้ก็จะเป็น Fibonacci กับ Sto ครับ จุดเด่นมากๆของ Fibonacci ก็คือเป็น Leading indicator คือสามารถที่จะใช้พยากรณ์ไปข้างหน้าได้ จึงสามารถใช้วัดเป้าหมายของ
– น้ำมันเเถวๆ 90$ ขึ้นไป
-ทองคำที่ 1090$
-S50 เเถวๆ 440 (ปรับฐานลงมา)
-ในการเทรดระหว่างวัน วันนี้ผมรู้สึกว่าเรื่องของการควบคุมอารมณ์มีความสำคัญมาก ผมLoss ไปช่วง 2 ไม้เเรก 3 จุด เเต่ยังใช้ระบบ สามารถ cover กลับมาได้ 3.6 จุดครับ = Net 0.6 จุดในช่วงเช้า ช่วงบ่าย ผมสามารถเปลี่ยนมาทำกำไรได้อีก 2.6 จุด ซึ่ง
กลางวันนี้ ผมทานข้าวหมูเเดงกับพี่ๆ ที่ทำงานครับ
-ตอนเย็นเเวะไปทานข้าวที่ Black Canyon เเละก็ ไปลอยกระทงกับเเฟน ผมเลือกลอยที่ใกล้บ้านครับ เนื่องจากคนไม่พลุกพล่านจนเกินไป

วันที่ 85 ของการเดินทาง

เนื่องจากเมื่อคืนถึงบ้านตีสี่ ผมเลยนอนตื่นสายมากๆทีเดียวครับ ตื่นมา 10 โมง วันนี้ผมนั่งคำนวณโมเดลนิดหน่อยว่าในการเทรด S50 Futires ควรจะได้กี่จุดต่อเดือน ผมกำลังทดลอง หาข้อมูลทางสถิติว่า โดยเฉลี่ยเเล้วจุดต่ำสุดไปถึงสูงสุดที่ S50 วิ่งขึ้นลงได้เท่าไหร่ ระยะทางจากราคาเปิดไปจุดต่ำสุดเท่าไหร่ ระยะทางจากราคาเปิดไปจุดสูงสุดเท่าไหร่ สถิติพวกนี้ผมว่ามีความจำเป็นมากๆที่จะต้องรู้ครับ ในการที่จะ Betting ยิ่งเรารู้สถานการณ์เเละความน่าจะเป็นได้เท่าไหร่ ก็จะช่วยให้เรามีโอกาสที่จะชนะมากขึ้นด้วยครับ