วันที่ 82 ของการเดินทาง

อาจารย์ผมเคยสอนว่า indicator ที่ดีที่สุดคือ ราคา ครับ ดังนั้นในการสร้างระบบอย่าพยามสร้าง indicator เเปลกๆ เเต่ให้เราทำอย่างนี้เเทน
1.พยามใช้ indicator ที่เรียบง่าย
2.อย่าพยามแก้ข้อบกพร่องของ indicator นั้น ด้วยการใส่ indicator ตัวที่สองเข้าไปซ้อน เพื่อหาจุด intersec กันเพราะ มันจะเป็นการสร้างระบบที่ซับซ้อนขึ้นโดยใช่เหตุ
3.ให้ใช้ข้อมูลอย่างน้อย 10-20 ปี ในการทดสอบ
4.indicator ที่ดี สำหรับผมคือ indicator ที่ง่ายๆ EMA , sto ,Fibo ครับ

วันที่ 81 ของการเดินทาง

ต่างชาติ ตอนนี้ Net sell เป็นวันที่ 5 เเล้ว เเนวโน้ม SET ยังคงลงต่อไป
-ผมลองทดสอบ EMA 13-34 ระยะ daily ดู พบว่า สามารถทำกำไรได้ดีในระยะยาว เพื่อนๆ ลองเอาไปทดสอบต่อเองดูนะครับ
-ระบบที่ดี ต้อง keep it simple คือง่าย เพื่อที่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้เร็ว

วันที่ 80 ของการเดินทาง

-วันนี้จะพูดถึงการเปิดค่ารรมเนียมเสรีซักเล็กน้อยครับ ในต่างประเทศเมื่อการใช้ค่ารรมเนียมในการซื้อขายเเบบนี้ โครงสร้างรายได้ของบล.หลักทรัพย์จะเปลี่ยนไป โดยรายได้หลักจะมาจากแผนก Proprietary Department เเทน ซึ่งตัวอย่างที่สำคัญก็คือ Lehman Brother ซึ่ง Prop มีบทบาทสำคัญมากทีเดียว เมื่อเปิดเสรีเเล้วนักลงทุนรายใหญ่จะได้เปรียบรายย่อยค่อนข้างชัดเจนครับ
-วันนี้ ปิดตลาด ต่างชาติมีการ Net Sell เป็นวันที่ 4 เเล้ว SET จึงน่าจะลงต่อได้อีกพอสมควรเลยทีเดียว

วันที่ 79 ของการเดินทาง

วันนี้ผมไปทำงานครับ เลยเข้ามาเขียนช้าเลย วันนี้ได้ข้อคิดเกี่ยวกับการเทรดมาครับ
-เรื่องที่สำคัญที่สุดของการเทรดคือ discipline ครับ ซึ่งดูเหมือนจะทำได้ไม่ยาก เเต่จริงๆเรื่องนี่ต้องฝึกฝนต่อเนื่องครับถึงจะได้มา
– เทรดเดอร์บางคนมีโมเดลเทรดที่ดี ประสบการณ์ในการมองตลาดโชกโชน วิเคราะห์เเม่นยำกว่า 70% เเต่ยังไม่เคยเทรดเอง พอมาเทรดเองก็จพะพบว่าไม่ได้กำไรดีเท่าที่ควร ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับ Keyword ครับเดียวเท่านั้นครับคือ Discipline (ระเบียบวินัยในการลงทุน)

วันที่ 78 ของการเดินทาง

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ครับ เป็นวันพักผ่อนที่ดีเลย น่าเเปลกที่พอถึงวันอาทิตย์ทีไรผมอยากอยู่บ้าน ไม่ค่อยอยากออกไปไหนครับ ^^ ออกไปเเถวหน้าปากซอยหาอะไรกินนิดหน่อยเท่านั้นเอง นอกนั้นก็อยู่บ้านพักผ่อนด้วยการเล่นinternet เเละ Facebook พยามRefresh ตัวเองครับ ผมลองมองตัวเองเเล้วรู้สึกว่า
-เวลาวันเสาร์อาทิตย์ ที่ตลาดปิด ผมค่อนข้างเหงาทีเดียว ปกติวันเสาร์ผมพยามจะออกไปข้างนอก อาจจะชวนเพื่อนไปทานข้าวไม่ก็ ไปอบรมสัมนา ส่วนวันอาทิตย์จะพยามอยู่บ้านครับ
-เมื่อวานวันเสาร์ ผมออกไปดูหนังเรื่อง Serrogate ที่ บรูซ วิลลิส นำเเสดงครับ ได้ข้อคิดมานิดหน่อยครับ
1.ชีวิต คือ การสนุกกับปัจจุบัน เเละ Enjoylife ชีวิตจึงมีสุข บ้างเศร้าบ้างเป็นเรื่องธรรมดา
2.เรื่องของเทคโนโลยี บางครั้งก็ทำให้วิถีชีวิตของเราหลุดออกจากธรรมชาติ ไปเช่นกัน

ตอนนี้ที่ดูจากหนังตัวอย่างพบว่าหนังเรื่อง 2012 น่าดูมากๆ ครับ

วันที่ 77 ของการเดินทาง

ผมมี Tip เกี่ยวกับการเทรดจะมาเเชร์ครับ เป็นเทคนิคจากคนที่คุ้นเคยกับวงการเทรดมาเป็นเวลานาน ครับ

-เวลาเทรด ให้คิดว่าจะมาทำกำไรเท่าไหร่ อย่าคิดเรื่องการขาดทุน เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์สูงๆ เค้าจะไม่ค่อยคิดเรื่องขาดทุนครับ เพราะจะทำให้เรากลัวเเละจิตใจไม่ดี

-เวลาเทรด พยามทำให้เหมือนเกมส์ ระบบคิดอยู่ในสนามเทรด เเต่ต้องดึงอารมณ์ให้ออกจากสนามเทรด วิธีการง่ายที่สุดคือ การเปิดเพลงใช้หูฟัง 2 ข้างครับ อารมณ์ของเราจะถูกดึงเข้าไปในเพลงนั้นๆเเทน ทำให้เราสามารถคงเหตุผลในการตัดสินใจได้ดี

-Keyword ที่สำคัญของการเทรด มีอยู่คำเดียวครับ ” Discupline” เทรดเดอร์มืออาชีพจิตใจจะถูกฝึกฝนมาอย่างดีจนเเข็งเเกร่ง จะมีระเบียบวินัยในการเทรดสูงมาก นั้นคือเหตุผลที่เทรดเดอร์พวกนี้ต่างจากนักลงทุนทั่วไป

เมื่อปีที่เเล้วผมเคยได้ยินคำว่า “Holy Grial” ของสายการเงิน ผมเจอคำนี้ในเวบบอร์ดที่นึง เค้าบอกว่า อาชีพ Proprietary Trader(เทรดเดอร์ที่เทรดให้บริษัทหลักทรัพย์) เเละ Trasury Trader (เทรดเดอร์ที่ทำหน้าที่เทรดค่าเงินให้กับธนาคาร) ถูกจัดว่าเป็น อาชีพที่ทำเงินเร็วที่สุดของสายการเงิน ซึ่งตอนเเรกผมก็คิดว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ขนาดนั้น เเต่เมื่อผมศึกษาเจาะลึกมากขึ้น มันเริ่มจริงขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่า รายได้เฉลี่ยของ Propretary Trader นั้นมักจะเกิน 6 หลักก่อนอายุ 30 ครับ เเละผมทราบมาว่า Trader บางรายสามารถทำรายได้มากกว่า 7 หลักจากต่อเดือนจาก profit shaing ก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งเป็นรายได้ที่สูง สำหรับสายการเงินเลยทีเดียว เเต่ก็มี payoff เรื่องความไม่มั่นคงนะครับ ต้องศึกษาดีๆ

-ที่ผมต้องการจะสื่อก็คือ หลายคนคิดว่าถ้าเข้ามาสายหลักทรัพย์จะต้องมุ่งไปที่ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือ ผู้จัดการกองทุนเท่านั้น เเต่จริงๆ เเล้วในสายหลักทรัพย์นั้นยังมีอาชีพอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเช่นกันครับ เราต้องศึกษาดีๆว่าเราชอบงานด้วยไหน เเละตัวเราเหมาะกับอะไร เมื่อเราเข้าใจตัวเราเอง ผมเชื่อว่าเราจะประสบความสำเร็จครับ

-นอกจากเทรดเดอร์ตามธนาคาหรือบริษัทเเล้ว เราสามารถเทรดเองได้เช่นกันครับ ช่วงนี้โลกอินเตอร์เนทเปิดกว้าง เราสามารถที่จะพัฒนาความสามารถเพื่อเเข่งขันกับเทรดเดอร์ตามบลได้ไม่ยากเย็น ^^

วันที่ 76 ของการเดินทาง

วันนี้ 23 ตุลาคม เป็นวันหยุดที่ต่อเนื่องกัน ศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ ผมออกไปข้างนอกครับ ซื้อเสื้อทำงาน 2 ชุด เเล้วก็กลับเข้าบ้าน มา ตอนเเรกกะจะนัดเพื่อนทานข้าวกันเเต่เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ทานเจกันครับ เลยไม่ได้ออกไปไหนกัน….
– เช็คระบบเทรด นิดหน่อย
– เเม้ว่าตลาดบ้านเราจะปิดเเต่ตลาดต่างประเทศยังเปิด ทำให้ผมสามารถ ที่จะเช็คราคาของตลาดต่างๆ ทั้งตลาดค่าเงิน น้ำมันเเละทองคำได้อยู่
-เเวะเข้าไปวิเคราะหืราคาทองคำที่ Thaigold.info
-วันนี้เป็นวันพักผ่อนของผม ผมเข้านอนค่อนข้างเร็วกว่าทุกวันครับ

วันที่ 75 ของการเดินทาง

วันนี้ ตลาดค่อนข้าง Sidwway ระบบผมมีปัญหาสำหรับการเทรดทีเดียวครับ ส่วนใหญ่ระบบที่เป็น Trend following มักจะมีปัญหาเวลาที่ราคานิ่งๆ เเละเเกว่งตัวในกรอบเเคบๆ

ตอนเย็นๆ ผมเเวะไปทานข้าวเเถวๆพารากอนครับ เนื่องจากวันนี้เป็นวันพฤหัส จะหยุดยาว 3 วัน เลยหาทางพักผ่อนซะหน่อยครับ ช่วงนี้เทรดเดอร์นักเปียโนไปเที่ยวสแกนดิเนเวีย เลยยังไม่มีเพื่อนเทรด ^^

วันที่ 74 ของการเดินทาง

-ตอนนี้ผมทำงาน Proprietary Trader ของบล.ที่นึงมาได้ครบ 1 อาทิตย์เเล้วครับ ผมเริ่มได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น งานค่อนข้างสนุกทีเดียว เวลาหลักสำหรับการทำงานคือช่วงตลาดเปิด 10.00-12.30 เเละก็ 14.30-16.50 งานทุกอย่างจบในวัน ทำให้ผมมีเวลาเหลือสำหรับ วิเคราะห์ราคาทองคำให้เพื่อนๆ ที่ Thailgold.info เเละก็ฝึกฝนการเทรดค่าเงิน
-ช่วงนี้ผมเขียนบันทึกการเดินทางสั้นลงกว่าเมื่อก่อนครับ เนื่องจากกลับถึงบ้านก็ค่อนข้างดึกเเล้ว

วันที่ 73 ของการเดินทาง 20 Oct

วันนี้ตลาดปรับตัวลงครับ เนื่องจากผมคิดว่าเมื่อวานเป็น B ย่อย วันนี้ตามหลักก็ควรจะลงต่ออยู่เเล้ว ซึ่งตลาดก็ลงมาครับ ลงมาอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว
ช่วงนี้เทรดเดอร์นักเปียโนไม่อยู่ครับ ไปเที่ยวสเเกนดิเนเวีย 1Weeks กลับมาก็โน่นเลย ผมเลยไม่มีเพื่อนเทรดค่าเงิน ^^
-วันนี้เเวะทานข้าวกับเพื่อนครับตรง Central World ชั้น 6 ที่ร้าน Banana Beach สั่งกับข้าวมา 3 อย่าง
1.เเกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย
2.ไก่ทอด
3.เเขนงผัดน้ำมันหอย
อร่อยดีครับ กลับถึงบ้านประมาณ 4 ทุ่ม สำหรับภาระกิจสำหรับคืนนี้ก็คือ
-วิเคราะห์ราคาทองคำ
-วิเคราะห์ทิศทางตลาดพรุ่งนี้
-เทรดค่าเงินต่อเล็กน้อย

วันที่ 72 ของการเดินทาง

วันนี้ ผมทดลองการเทรดโดยใช้ Sto กับ S50Z09 พบว่า Win/loss Ratio ยังไม่ดีเท่าที่ควรครับ ผมสังเกตุ Futures ในตลาดไทยดีๆ พบว่า
-ในบางครั้งมีก็มีช่องว่างระหว่าง Bid offer พอสมควรเลย ช่วงตลาดเเกว่ง
-นักลงทุนรายย่อยซึ่งมีค่าธรรมเนียมไปกลับ 1000 บาท ยังไงก็เทรดยาก หากคิดจะเข้าออกบ่อยครั้ง ซึ่งผมมีคำเเนะนำสำหรับนักลงทุนรายย่อยในการเทรดฟิวเจอร์สดังนี้
1.พยามใช้ Time Frame กว้างๆ เช่นระยะ Days
2.อย่าเทรดบ่อยครั้ง
3.ต้องวางระบบการบริหารหน้าตักให้ดี เพราะสำคัญมากๆ

-สำหรับตอนเย็นวันนี้ ผมขอตามกระเเสซะหน่อย ด้วยการไปดูหนังเรื่อง รถไฟฟ้ามหานะเธอ คนเต็มโรงเลยครับ ขนาดว่าหนังเข้ามาหลายวันเเล้ว วันนี้ผมไปดูหนังคนเดียว ^^ โดยรวมก็ถือว่าสนุกดีครับ กลับบ้านดึกเลย

วันที่ 71 ของการเดินทาง

วันนี้ ผมตื่นค่อนข้างสายเลยที่เดียว วันนี้ตลาดปิดครับ จึงไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับการเทรดมากนัก สำหรับกิจกรรมของผมในวันนี้เลยไม่ค่อยเยอะครับ
-พักผ่อนด้วยการเล่นเกมส์ Friend For Sell นิดหน่อย
-โทรศัพท์คุยกับเพื่อน ตอนเเรกกะว่าจะชวนไปสัปดาห์หนังสือกัน เเต่ก็ส่วนใหญ่ไปกันเเล้ว =^^=
-เเวะไปซื้อเป้ใหม่ครับ ที่สามารถใส่คอมได้ด้วย
-เขียนวิเคราะห์ราคาทองคำ
-วิเคราะห์ SET สำหรับ Week หน้า

วันที่ 70 ของการเดินทาง

วันนี้ผมตื่นเช้ามากๆเลยครับ ตั้งเเต่ตีห้ากว่าเพราะว่ามีไปทำบุญ 9 วัดกับเพื่อนอีก 2 คนรวมกัน 3 คนตอนเเรก นัดไว้ 4 คนเเต่เพื่อนตื่นเช้าไม่ทันเลยเหลือเเค่ 3 คน ตอนไปถึงคนก็ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ตอนเเรกกะว่าเลือกไปเส้นทางหัวหินไม่ก็กาญจนบุรี เเต่ปรากฏว่าเต็มเร็วมากเนื่องจากรถออก 7.30 เลยได้ที่นครนายกเเทน รถออก 8.00
-ทางวัดมีอาหารจัดเลี้ยง มื้อเเรกเป็นขนมจีนน้ำยา มื้อที่สองเป็นข้าวหมูเเดง ส่วนมื้อที่สามเป็นก๋วยเตี๋ยว
-ผมได้รับพระมาหลายองค์เลยครับ
-รู้สึกมีความสุขมากๆ

กลับถึงบ้านประมาณ 20.00
ตอนดึกๆ ฝนตกมากเลยครับ ^^

วันที่ 69 ของการเดินทาง

ช่วงนี้งานเริ่มมีเข้ามาเรื่อยๆครับ คืนนี้ผมกลับมาถึงบ้านจะเที่ยงคืนเเล้ว เรื่องของการเทรด ผมเพิ่งได้เปิดหูเปิดตาว่า การเทรดโดยที่ใช้การดู Ticker หรือ ดู Demand Supply ในตลาด ถ้าสามารถพัฒนาจนถึงขั้นสามารถที่จะทำกำไรอย่างต่อเนื่องได้เลยครับ หาฝึกฝนจนชำนาญ Equity Curve ของกำไรก็จะ Smooth มากๆ เป็นเส้นเฉียงขึ้นมาเลย เรียกว่าได้ผลเฉกเช่นเดียวกับ Machanical Trading System

วันนี้ ช่วงเย็นๆค่ำๆ ฝนตกอย่างต่อเนื่องเลย เพื่อนชวนไปสังสรรค์นิดหน่อย ช่วงดึกๆผมทานโจ๊กเเต้จิ๋ว อร่อยมากๆเลยครับ ร้านอยู่ที่ ลาดพร้าว ซอย 101 ชามละ 28 บาทเท่านั้น มีส่วนประกอบ
– หมูเด้ง
-เห็ดหอม
-เกี๊ยวรกอบ
โดยรวมเเล้ว คุ้มราคามากๆ เลย

คืนนี้ไม่ไหวเเล้วครับ ต้องขอตัวไปนอนก่อนเเล้ว ^^

วันที่ 68 ของการเดินทาง

วันนี้ตลาดไทยปรับตัวลงมาอย่างรวดเร็ว ดิ่งลงมาถึง 60 กว่าจุดเลยทีเดียวก่อนจะตีกลับขึ้นไป ในขณะที่ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านก็บวกกัน ผมเชื่อว่าข่าวสารอะไรก็ตามสะท้อนลงบนกราฟเเล้ว ถ้าหากเราวิเคราะห์โดยใช้กราฟ ก็จะพบว่ามีสัญญาณขายออกมาก่อนหน้านี้เเล้วครับ จะด้วยสาเหตุใดก็ไม่ทราบ ถ้ากราฟส่งสัญญาณให้ขาย เทรดเดอร์ที่ใช้สัญญาณจากกราฟจะต้องขายทิ้ง ไม่ก็เปิด Short ตามทันทีครับ จุดนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่เรียกว่าระเบียบวินัยในการลงทุน เรียกว่าเป็นตัววัดเลยว่าเจะประสบความสำเร็จในการลงทุนหรือไม่

ตอนเย็นทานก๋วยเตี๋ยวไก่ เเม่ศรีเรือนครับ
อร่อยดี ทีเดียว ^^
เเต่ราคาสูงทีเดียว

วันนี้ผมนัดเพื่อนว่า วันเสาร์นี้จะไปไหว้พระ 9 วัดกับ ขสมก กับเพื่อนๆครับ
นัดหมายกันเรียบร้อยเเล้ว

วันนี้งานผมค่อนข้างเยอะ กลับถึงบ้านก็ดึกเเล้ว ครับ เเละยังมีกิจกรรมที่ต้องทำ ต่อ
-วิเคราะห์ทิศทาง ราคาทองคำให้กับ Thaigold.info
-เตรียมวิเคราะห์ทิศทางตลาด สำหรับพรุ่งนี้
-เขียน Blog ครับ
-คุยกันเรื่อง Art หนังสือที่จะออก

ช่วงนี้ เเนวคิดการเทรดใหม่ๆ ยังไม่มีอะไรใหม่ๆครับ
ยังไม่ค่อยอยู่ตัวกับเวลาทำไร
เด๊ยวผมจัดตารางเวลาของตัวเองเข้าที่เเล้ว ก็จะมีเวลาเทรด เเละเขียนมากขึ้นครับ

วันที่ 67 ของการเดินทาง

วันนี้เป็น วันที่ Technicle Analysis ได้เเสดงให้เห็นว่า สามารถใช้กับตลาดหุ้นไทยได้จริงๆครับ หลังจากที่ราคาขึ้นไปครบ 5 คลื่นเเล้ว ราคาก็ปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่องเลย โดยไม่สนใจตลาดหุ้นรอบข้าง โดยที่ไม่มีข่าวใดๆ

ช่วงที่ประกาศปรับนโยบายค่าเงินบาทสมัยหม่อมอุ๋ยก็เช่นกันที่ สัญญาณทางเทคนิคสามารถให้สัญญาณก่อนที่ข่าวประกาศ Concept ง่ายๆของ Pure Technical Analysis พอดี

วันนี้ผมยังไม่มีไอเดียใหม่ๆเกี่ยวกับการเทรดครับ เลยเขียนสั้นๆ เเค่นี้ก่อน ^^

วันที่ 66 ของการเดินทาง

วันนี้ตอนเช้าผมทำเกี่ยวกับคำนำของหนังสือ เเละก็ดูกราฟเทรดนิดหน่อย
วันนี้ส่วนใหญ่จะเน้นการพักผ่อนมากกว่าการเทรด ราคาทองคำตอนนี้มุ่งหน้าสู่ 1090$ เเล้ว คาดว่าจะถึงในเร็วๆนี้

ช่วงบ่ายๆ ไปทาน จุ๋ม เเซบ ฮัท กันทั้งครอบครัวครับ

ตอนดึกๆ น้องชายผมเล่นเกมส์ออนไลน์ ที่ต้องใช้หลักการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ผลเลยถือโอกาสสอนวิธีการคำนวณหลักความน่าจะเป็นพื้นฐานให้เลย ^^ ซึ่งลองใช้ดูเเล้วก็น้องผมก็รู้สึกว่าเล่นเกมส์สนุกขึ้นมากทีเดียวครับ

วันที่ 64 ของการเดินทาง: เจาะลึก Freinds for sell 2

วันนี้ ผมยังได้เเง่คิดเกี่ยวกับเกมส์ Friends For sell อีกครับ ผมมองเเล้วรู้สึกเหลือเกินเกมส์นี้ มันยิ่งสะท้อนเเง่คิดของการเทรดชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
เป้าหมายเกมส์นี้คืออะไร เราต้องDefine มันให้ชัด

1.ถ้าเป้าหมายคือการอัพราคาตัวเองให้สูงสุด
>> ก็เหมือนการเทรดเพื่อต้องการสร้างมูลค่าให้กับตัวเอง เราต้องการเทรดเพื่อให้คนยอมรับ ตามทฤษฎีของ Maslow Heirachy of Need ในความต้องการ การยอมรับ ถ้าค่าตัวเราสูงขึ้นเรื่อยๆ เราจะรู้สึกดีว่ามีคนยอมรับเรา เเต่ภายใต้การต้องการการยอมรับเช่นนี้ เราต้องระวังว่าเราอาจจะหนีจากความพอเพียงก็เป็นได้ บางครั้งเเม้ค่าตัวเราสูงเเล้ว เราก็ยังพยามหาวิถีทางที่จะดันให้สูงขึ้นไปอีก กลายเป็นว่าเมื่อค่าตัวเราอยู่นิ่งเราก็จะเกิดความทุกข์ไป การเทรดเพื่อให้คนอื่นยอมรับ มันอาจจะดี เเต่ผมว่าไม่ใช้เป้าหมายที่ดีที่สุดของวิถีทางเเห่งการเทรด

2.ถ้าเป้าหมายของเราคือ การสร้างเงินหน้าตักให้ใหญ่ที่สุด
>> ยิ่งเทรดมาก กำไรมาก เราจะพยามซื้อPet ที่มีคนต้องการมากๆ เเล้วทำการเทรดด้วยจำนวนที่บ่อยครั้งมากขึ้นๆ เพื่อเงินเราจะได้ไหลเร็วขึ้นๆ จนหน้าตักเราใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เเต่เราก็จะไม่ยอมพอเสียที เพราะเมื่อเราไปดูหน้าตักคนอื่น หน้าตักใหญ่กว่าเราเราก้รู้สึกไม่พอ ต้องการอีกๆ ไปเรื่อยๆ เเบบนี้สุดท้ายเเล้วนอกจากจำนวนเงิน เราก็คงไม่มีอะไรไหลผ่านเข้ามาในชีวิต

3.ถ้าเป้าหมายของเราคือ การสร้างความสุขระหว่างการเล่นเกมส์
-เราจะไม่ซื้อ pet เพราะว่าต้องการปั่นกำไร เเต่ซื้อเพราะเราอยู่กับ pet คนนั้นๆ เเล้วสบายใจ เหมือนกับการเทรด เราไม่ได้เทรดเพราะต้องการกำไรมากๆ เเต่เราเทรดหุ้น เทรดค่าเงิน เเม้เเต่เทรดอนุพันธ์เพราะว่าเราอยากจะเทรดมัน เราสนุกกับมัน
-เราจะไม่กังวลกับมูลค่าของตัวเรา เพราะเรามีความสุขเสมอ ไม่ว่าเรามีมูลค่าเท่าไหร่ มูลค่าของคนเราหาวัดได้ที่จำนวนเงินที่คนอื่นเป็นผู้ตีตรามั้ย เเต่ค่าของคนนั้นอยู่ที่ข้างใน เเละเราเป็นผู้กำหนดด้วยตัวเอง
-เราจะสร้างความสุขระหว่างเกมส์ ด้วยการให้Gift เพราะอยากให้ เปรียบเหมือนการเเบ่งปันที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา เราจะพยามเเชร์สิ่งดีๆให้กับคนอื่นเพื่อที่เขาจะได้มีความสุขกับเราไปด้วย
-เราจะพยามพูดคุยกับเพื่อนๆรอบข้าง ไม่ใช่เพราะว่าต้องการซื้อขาย เเต่พูดคุยเพราะว่าอยากจะคุย พบปะ เเละเเบ่งปันสิ่งดีๆ

ผมรู้สึกว่าเกมส์นี้ให้ข้อคิดหลายอย่างเกี่ยวกับการเทรดมากๆ เลยทีเดียว
เเต่สำหรับผมเเล้ว ผมรู้สึกอิ่มกับเกมส์นี้เเล้วจริงๆ อิ่มจนไม่อยากเล่นต่อ เเม้ว่าจะเล่นได้เพียง 3 วันก็ตาม
เกมส์นี้เเม้ว่าจะสนุกเพียงใด มันก็เป็นเพียงเกมส์การเทรดเท่านั้น
เราจะมีความทุกข์………..ถ้าเกมส์การเทรดอยู่เหนือเรา
เเต่เราจะมีความสุข………..เมื่อเราอยู่เหนือเกมส์การเทรด
เพราะเกมส์นี้…..มันมีเเค่ ………..การขึ้น การลง เเละเปลี่ยนเเปลงไป

วันที่ 63 ของการเดินทาง: เจาะลึก Freinds for sell

วันนี้ผมตื่นค่อนข้างเช้า ตั้งเเต่ตีสี่เกือบตีห้า ตอนนี้กำลังติดเกมส์ Friend For sell ของ Face Book อยู่ สนุกดีครับ เหมือนการเล่นเก็งกำไรในหุ้นเลย ถ้าเราซื้อ pet ที่ดีมีคนต้องการมา เราก็สามารถจะสร้างกำไรอย่างรวดเร็ว เพราะมี Volum ซื้อขายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เเต่ในทางตรงกันข้ามถ้าเราซื้อ Pet ที่ไม่มีคนสนใจ โอกาสที่จะขายก็จะน้อย ผมสามารถสรุป วิธีการซื้อขาย ของเกมส์นี้ได้ดังนั้นครับ

1.Pet ที่ดี จะต้องเป็น Pet ที่มีสภาพคล่องสูง เฉกเช่นเดียวกับ ตราสารทางการเงินที่ดีก้ควรจะมีสภาพคล่องสุงเช่นกัน เพราะถ้าสภาพคล่องสูง เราสามารถซื้อขายได้หลากหลายกลุยทธ์

2. Pet ที่ดี ควรจะมีราคาเหมาะสมกับขนาดของพอร์ตเรา ควรจะไม่น้อยกว่า 30% ของขนาดหน้าตัก เพราะเรามองว่า pet คือการ investment โดยการลงทุนใน pet จะให้ผลตอบเเทน 2 รูปแบบคือ
-Capital gain >> คือซื้อมาถูกเเล้วขายเเพงขึ้น ได้ผลตอบเเทนจากส่วนต่างของราคา
-Cash flow >> คือการที่เรามอง pet เป็น Asset ที่สามารถสร้างผลตอบเเทนในรูปกระเเสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง โดยการนำ pet ไปทำงาน ส่วนนี้ถึงจะเป็นผลตอบเเทนที่เเท้จริงครับ

วันที่ 62 ของการเดินทาง 10 ตุลา

วันนี้ตอนเช้าหาข้อมูลเรื่องระบบการบริหารเงิน ( Money management ) ซะหน่อย ซึ่งเทรดเดรอ์หลายคนจะเเบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ เเล้วใช้จังหวะเข้าออกเเตกต่างกันไป ส่วนผมนั้นใช้ Machanical Traind System โดยไม่ได้เเบ่งเป็นส่วนๆ เเต่ใช้ Equity Curve ดูว่าควรเผื่อเงินหน้าตักเท่าไหร่ เเละควรจะทบต้นเมื่อไหร่ เเบบนี้จะถนัดมากกว่าครับ จริงๆเรื่อง Money Management นั้นผมรู้สึกว่าขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยของเเต่ละคนเลยทีเดียว

วันนี้เเวะไป Shopping เป็นเพื่อนเเม่ ที่ The Mall บางกะปิด้วยครับ เเวะเปิดบัญชี เเละก็เเวะซื้อเสื้อเพิ่ม 2 ตัว ^^

สำหรับคืนนี้ ผมตั้งใจไว้ว่าจะอ่านหนังสือเรื่อง Trading Game ครับ เกี่ยวกับการบริหารหน้าตักอย่างเดียวเลย

วันที่ 61 ของการเดินทาง 9 ตุลา

วันนี้ ออกจากบ้านก่อนเที่ยงไปพารากอน ครับ ทานอาหารที่ก๋วยเตี๋ยวท่าสยามสยามเซ็นเตอร์ จากนั้นเเวะไปทานไอศกรีมเซวนเซ่นส์ต่อ เนื่องจากต้องรอเทรดเดอร์นักเปียโน หลังจากเจอกันก็กะว่าจะเทรด เเต่ว่าเนทมีปัญหานิดหน่อย เลยไม่สามารถเทรดได้ เลยเปลี่ยนใจไปดูหนัง 3 มิติ เรื่อง Final Destination เเทน จริงๆ ผมไม่ค่อยชอบหนังเเนวนี้เท่าไหร่ เเต่เนื่องจากช่วงตอนเย็น ผมเเละเทรดเดอร์นักเปียโน นัดเพื่อนๆอีก 3 คนประมาณ 1 ทุ่มทานข้าว จึงมีเวลาเหลือเยอะมาก เลยจำใจต้องดูเรื่องนี้ครับ ดูจบก็ได้ข้อคิดทีเดียวครับ
1 ชีวิตเราต้องใช้ให้คุ้มค่า เนื่องจากชีวิตมีความไม่เเน่นอน ดังนั้นอยากจะทำไรก็ให้รีบทำ จะได้ไม่ต้องต้องเสียดายเวลาที่สูญไปในภายหลัง
2 ชีวิตคือกระบวนการของความน่าจะเป็น ต่อเนื่องกันเป็นชุดๆ บางครั้งก้เป็นความน่าจะเป็นที่เราเคยชิน เราเลยไม่ได้สังเกตเห็นมัน

-ตอนเย็นไปทานอาหารค่ำ กับ เทรดเดอร์นักเปียโน & เพื่อนๆสาวๆ ของเค้าอีก 3 คน เทรดเดอร์นักเปียโน กำลังสงสัยว่าสาวๆน่ารักมีความน่าจะเป็นที่จะชอบเล่นเปียโนสูง (Probability ) > ดังนั้นเทรดเดอร์นักเปียโนเลยมีเพื่อนๆนักเปียโนที่เป็นสาวๆน่ารักเยอะเเยะไปหมด ที่ร้านอาหารเกาหลีที่สุขุมวิทซอย 13 เเละก็ไปทานของหวานกันต่อที่ ร้านเครป & โค ข้างในซอยนั้น
-เเล้วก็กลับบ้านครับ

วันที่ 60 ของการเดินทาง 8 ตุลา

สำหรับวันนี้ ผมได้ไปดูหนังเรื่อง The Ugly Truth เป็นหนังที่ค่อนข้างสนุก มุขต่างๆที่ใช้ค่อนข้างเเรง สะใจดี ผมไปดูที่โรงสยามภาวาลัย สยามพารากอนครับ คนค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นวันเเรกที่หนังเข้าโรงครับ ตอนนี้เดินทางกันมาครบ 2 เดือนพอดี สำหรับความคืบหน้าของเดือนนี้ครับ

1.ต้นฉบับเสร็จเเล้ว ส่งเเล้วครับ คาดว่าถ้าไม่มีปัญหาอะไร หนังสือจะออกได้ช่วงปลายเดือนธันวาพอดี
2.เวบ Optionistic เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น ผมก็สามารถที่จะเเชร์ความรู้ได้มากขึ้น
3.กำลังสร้าง โมเดลทางการเงินส่วนบคคลที่เชื่อมกันทั้งหมดเลยจริงๆ ปรับปรุงจากของเดิมอีกที
4.ได้ List หนังสือดีๆ ที่เกี่ยวกับการเทรด เช่น Beat the Dealer , Trading Game
5. ได้พบ Blog ดีๆ ที่เเนะนำการเทรด
6. ทดสอบเล่นเกมส์ Poker พบว่าเป็นเกมส์ที่สนุก มากๆ ชนิดนึงเลย
7. เข้าสู้โลกการเทรดเต็มตัวมากขึ้น
8.จังหวะการเทรดทองคำ ดีขึ้น รอบคอบขึ้น
9.บริจาคเลือด ครบ 10 ครั้งพอดี ได้ที่ติดตู้เย็นเป็นของที่ระลึก

สำหรับพรุ่งนี้ ผมมีนัดกับเทรดเดอร์นักเปียโน นัดเทรดกันเเถวๆพารากอนช่วงบ่ายๆครับ

วันที่ 59 ของการเดินทาง 7 ตุลา

วันนี้ ผมตื่นมาปวดเเขนพอสมควรครับ เเขนบวมเเละมีรอยจ้ำเขียวๆ ขึ้นมา วันนี้มีแผนจะออกไปทานอาหารกับเพื่อนที่Central World ครับ วันนี้ทานอาหารที่ MK Gold เป็นบุฟเฟต์ที่ MK ทำขึ้นราคา 299 ทานได้ชั่วโมงกว่าๆ ในร้านคนเยอะพอสมควร ส่วนผมทานกับเพื่อน 2 คน หัวข้อสนทนาก็เป็นเรื่องการลงทุนทั่วไปครับ สำหรับเมนูที่น่าสนใจ ที่เป็นติ่มซำ นะครับ
-ติ่มซำไข่กุ้ง
-ลูกชิ้นโสภณ
-ติ่มซำหอยเชลล์
-ขนมจีบกุ้ง

อร่อยครับ
ผมปิดท้ายด้วยทับทิมกรอบ เป็นของหวาน

กลับมาที่บ้าน
-เช็คราคาทองคำ วันนี้ Pattern ของราคาทองคำ ไปติดกรอบบน อีกทั้งยังติดเเนวต้านจาก Fibo อีก ได้เวลาหาค่าขนม ซัก 100$ เเล้วครับ จังหวะเเบบนี้น่า Short มากๆ ผมเลยเปิด Short ไปที่ 1047$ Reward / Risk = 1 :1 Probability to win 65% ต้องรอดูว่าจะได้ค่าขนมมั้ย สำหรับ 2-3 วันต่อไปนี้

-ผมกำลังวุ่นกับการหาเครื่องออกกำลังกายครับ กะว่าจะซื้อเครื่องนับก้าวมาเพื่อดูว่าในเเต่ละวันผมออกกำลังกายเพียงพอหรือไม่

-ดึกๆ ผมเเวะไปอ่าน Blog ของ คุณ Medley ครับ เจอบทความว่า เทรดเดอร์หลายคนนั้นเชี่ยวชาญ poker , chess ,จิตวิทยา,math และ ปรัชญา ถึง 80% ซึ่งหัวข้อเหล่านี้กลายมาเป็น คุณสมบัติพื้นฐานในการรับสมัครเทรดเดอร์ เฮดจ์ฟันแบบ close fund ในปัจจุบัน ซึ่งผู้สมัครต้องเชี่ยวชาญ 3 อย่างใน 6 อย่างนี้
ผมเลยลองหาเกมส์ Poker มาเล่นดูครับ โอ้วสนุกดี ทีเดียว มีอะไรสนุกๆเล่นเเล้วครับคื่นนี้

วันที่ 58 ของการเดินทาง 6 ตุลา

วันนี้ตื่นเช้ามาค่อนข้างตกใจกับราคาทองคำพอสมควร เนื่องจากปรับตัวขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว คือ เเนวโน้มใหญ่ของราคาทองคำนั้นเป็นขาขึ้นอย่างเเน่นอน เเต่ระหว่างทางก็จะมีปรับขึ้นลงบ้าง

ตอนกลางวันไปบริจาคโลหิตที่สภากาชาดครับ คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 10 เเล้วสำหรับผม เลยได้เเม่เหล็กติดตู้เย็น มาครับ เนื่องจากเพื่อนผมมาเเถวๆสยามพอดี เลยนัดทานข้าวกันต่อที่ร้านเย็นตาโฟปิรันย่า สำหรับเมนูที่สั่งก็ได้เเก่
1.เย็นตาโฟทรงเครื่อง 50 บาท
2.ลวกจิ้มลูกชิ้นรวมมิตร 40 บาท
3.ลวกจิ้มลูกชิ้นกลม 60 บาท
4.น้ำเก็กฮวย 16 บาท
5.น้ำเปล่า 12 บาท

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเรื่องตื่นเต้นเกี่ยวกับการเทรดเท่าไหร่ ผมเลยพูดเรื่อง Life Style เยอะหน่อย ครับ วันนี้ผมขอพูดถึงวิธีการดูเเนวโน้มราคาเเบบง่ายๆที่เทรดเดอร์มืออาชีพบางท่านทำกันนะครับ หลายคนคิดว่าจะใช้วิธีการที่ยากๆ เเต่จจริงๆเเล้วตรงข้ามเลยครับ ลองมาดูกัน

วิธีการดูเเนวโน้มใหญ่ราคาทองคำให้ดูเเบบนี้นะครับสำหรับมือใหม่
EMA 40-80 ระยะวัน ผมได้วิธีการนี้มาจาก chuck Huges เป็นผู้เเต่งหนังสือเกี่ยวกับออปชั่น เขาสามารถชนะการเเข่งเทรดได้หลายสมัยติดต่อกัน จนหลายคนคิดว่าเขาจะมีกลยุทธ์ที่ซับซ้อน ซึ่งความจริงเเล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เขาใช้ EMA 40-80 ธรรมดา ง่ายๆ นี่เเหละครับ ดูเเนวโน้ม

ถ้า 40 ตัดเหนือ 80 = ทองกำลังขาขึ้นอย่าสวนเทรนด์ ให้หาจังหวะ Long หรือถ้าอยากShort ต้องรวดเร็วครับ

ถ้า 40 อยู่ต่ำกว่า 80 = ทองกำลังขาลงอย่าสวนเทรนด์ ให้หาจังหวะ Short หรือถ้าอยากLong ต้องรวดเร็วครับ

ลองเอาไปศึกษาต่อดูนะครับ ช่วยได้มากทีเดียวสำหรับการมองเเนวโน้มใหญ่

วันที่ 57 ของการเดินทาง 5 ตุลา

เมื่อคืนผมเเวะไปอ่านบทความเกี่ยวกับการเทรดของ หมากเขียว เเละก็ Mudley Group ครับ ก็ได้ข้อคิดกลับมาพอสมควร

วันนี้ผมต้องไปทำบัตร ATM ใหม่เนื่องจากบัตรเดิมหายที่เดอะมอลล์บางกะปิ วันนี้ผมเเวะไปกับน้องชายครับ น้องเเวะไปเลือกซื้อเกมส์ ส่วนผมไปทำบัตรใหม่ เเล้วเเม่ผมก็เเวะมาที่เดอะมอลล์พอดี เลยเเวะไปทานไอศกรีมที่ Swemsen กันต่อ พอดีช่วงนี้มีโปรโมชั่นใหม่เกี่ยวกับ Banaba…nana ก็คือกล้วยตากนั่นเองครับ

ตอนนี้ผมส่งต้นฉบับเเล้ว ให้กับเพื่อน หนังสือถ้าจะพิมพ์เสร็จออกมาช่วงเดือนธันวาคม เป็นงานเขียนที่ผมตั้งใจมากๆครับ ที่จะถ่ายทอดความรู้เเละหลักเเนวคิดเกี่ยวกับการลงทุนเบื้องต้นเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารความเสี่ยงสูงครับ เหลืองานของเทรดเดอร์นักเปียโนซึ่งผมจะเเวะไปเอาต้นฉบับพรุ่งนี้เเถวๆ สยามพารากอน

พรุ่งนี้ผมตั้งใจว่าจะไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดครับ ตอนเเรกเดิมทีตั้งใจว่าจะไปตั้งเเต่วันนี้ด้วยซ้า เเต่พอดีสภากาชาดเปิดรับถึง 16.30 ซึ่งคิดว่าอาจจะไม่ทัน สู้ไปพรุ่งนี้ตั้งเเต่เช้าน่าจะดีกว่า

ตอนนี้ผมคงรอผลตรวจสุขภาพ เเละบริษัทเรียกไปเซนต์สัญญาครับ

วันที่ 56 ของการเดินทาง 4 ตุลา

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ผมยังมีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ TOEFL อยู่ครับ ผมจึงเข้าไปเรียนที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ผมชอบเข้าไปฟังอาจารย์บุญชัย เล่าเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิต หรือเรื่องราวของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเเล้วครับ ฟังเเล้วจะมีไฟลุกโชนขึ้นมาทันทีเลย

ตอนกลางวัน ผมเเวะไปทานก๋วยเตี๋ยวเป็ด ที่ศูนย์อาหารครับ เป็นเมนูโปรดของผมเลยครับ สำหรับศูนย์อาหารเซ็นทรัลลาดพร้าว

วันนี้ผมอ่านหนังสือเรื่อง Cracking Millionair Mind ได้ข้อคิด ดังนี้ครับ
1. เราต้องเริ่มจากบริหารเงินจำนวนน้อยก่อน หากเราสามารถทำได้ เราก็สามารถที่จะบริหารเงินจำนวนมากขึ้นได้
2.เรื่องของการเเบ่งเงินเป็นส่วนๆ มีความจำเป็นครับ สำหรับเริ่มต้นในการบริหารเงิน
3.เรื่องของระบบความคิด หรือ Mindset เป็นสิ่งสำคัญมากๆ สิ่งที่เราสนใจมักจะขยายผล ถ้าเราให้ความสนใจกับความมั่งคั่ง ความมั่งคั่งของเราก็จะขยายผล ครับ

ส่วนคืนนี้ที่ผมต้องทำก็คือ
1. แผนการออกกำลังกาย อาจจะต้องซื้อเครื่องออกกำลังกายครับ
2. ปรับปรุง Slot การเงิน เเบบเชื่อมกันทุก Sheeth ใน Excel พอดีโมเดลการเงินของผม ยังไม่เชื่อมกัน 100% ครับ ถ้าเชื่อมกันทั้งหมด จะเห็นทุกเเง่มุม
3.วิเคราะห์เเนวโน้ม SET week หน้า ครับ

วันที่ 55 ของการเดินทาง 3 ตุลา

วันนี้ตอนเช้าผมตื่นค่อนข้างเร็วเพื่อไปตรวจสุขภาพครับ จากนั้นก็เเวะไปเป็นเพื่อนเเม่ ซื้อของเข้าบ้านที่เดอะมอลล์บางกะปิ พอซื้อของเสร็จผมก็ขอเเยกตัวไปดูหนังคนเดียวครับ สำหรับเรื่องที่ผมเลือกดูในวันนี้คือ Time Traveller’s wife ซึ่งจากหนังโดยรวมผมได้จุดสนใจ เเละข้อคิดมาพอสมควรเลย
1.เรื่องราวเเละสีน ทำได้คลาสสิคมากๆครับ เป็นหนังที่ดำเนินเรื่องเรียบง่ายเเต่ก็เเตกต่างในเรื่องมุมมอง เเนวคิดกว่าหนังเรื่องอื่นๆพอสมควรเลย
2. มีฉากในห้องสมุด ดูเเล้วสวยงามดูครับ จะเห็นได้ว่าห้องสมุดของมหาวิทยาลัยในอเมริกาค่อนข้างเงียบสงบ เเละสวยงามมากๆ
3.หนังเรื่องนี้ จะทำให้เราเห็นคุณค่าของเวลามากขึ้นครับ
4. ในบางครั้งที่เราอยากจะรู้อนาคต หรืออยากจะประสบความสำเร็จเร็วๆ เเบบนี้เราก็จะไม่ได้มีความสุขระหว่างการเดินทางครับ ความสุขนั้นเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางเเละเมื่อถึงจุดมุ่งหมาย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเริ่มรู้สึกว่าการเดินทางของเราเริ่มไม่ให้ความสุข เราอาจจะเดินทางมาผิดเส้นทางก็ได้ครับ ดังนั้นเราจึงไม่ควรจะโฟกัสไปที่จุดหมายปลายทางอย่างเดียว โดยที่หลงลืมที่จะเก็บเกี๋ยวความสุข เเละความทรงจำที่ดีระหว่างการเดินทาง

วันที่ 54 ของการเดินทาง 2 ตุลา

วันนี้ทางบริษัทหลักทรัพย์โทรมาบอกผลการสัมภาษณ์ว่าผ่านครับ ก็ตกลงเรื่องผลตอบเเทน เเละเหลือด่านสุดท้าย เรื่องตรวจสุขภาพครับ ถ้าผ่านเเล้วก็เป็นอันว่าไม่มีปัญหา

วันนี้ผมทานบะหมี่เกี๊ยว + เกี๊ยวน้ำ รวบมื้อเช้า กลางวัน ครับ

มาถึงตอนช่วงค่ำๆ ผมก็ยังคงเเวะไปวิเคราะห์ราคาทองคำที่เวบ Thaigold.info เช่นเดิม คืนนี้ราคาทองคำผันผในมากเป็นพิเศษ ราคาลงมาบริเวณ 986$ ก่อนจะดีดกลับไปเเถวๆ 1004$ อย่างรวดเร็ว ซึ่งปกติผมมักจะเห็นราคาวันศุกร์ผันผวนเเบบนี้บ่อยๆ สำหรับเเนวโน้มใหญ่ของราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้นครับ

นอกจากนั้นผมยังได้อ่าน E-book เกี๋ยวกับเรื่องการทานอาหารเเละออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนักอย่างถูกวิธีด้วย ซึ่งหลังจากที่อ่านเเละทำความเข้าใจก็พบว่ายังมีเนื้อหาต่างๆที่ยังไม่เคยรู้ว่าก่อนจริงๆครับ น่าสนใจมากๆ อ่านเพลินไปหน่อยจนถึงตีหนึ่งครึ่งเลยครับ คืนนี้

วันที่ 53 ของการเดินทาง 1 ตุลา

วันนี้ผมตื่นตั้งเเต่ตอนตีห้ากว่าๆ เพื่อเตรียมไปสัมภาษณ์งานครับ ตอนเช้าช่วงเตรียมตัวก็เเวะไปทานชุดอาหารเช้าที่ เบอร์เกอร์คิง ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีใครเลย

สัมภาษณ์เสร็จ ก็เเวะไปทานข้าวที่พารากอน ผมเเวะไปทานอทหารที่ร้านท่าสยามครับ จากนั้นเเวะไปพักผ่อนที่ Starbuck ก่อนที่จะไปสัมภาษณ์งานต่ออีกที ช่วงนี้คิวเยอะเลยทีเดียว 555

จากนั้นสัมภาษณ์อีกที่เสร็จก็ไปทานข้าวต่อกับเพื่อนๆ ที่ จามจุรี สเเควร์ วันนี้ทานข้าวกันต่อที่ร้าน ยาโยอิ เราคุยถึงเรื่อง เส้นทางอาชีพของสายการเงินกันต่อครับ

เมื่อกี้ดูข่าว เห็นนักเทนนิสเเข่งกัน ก็รู้สึกว่าอาชีพเทรดจะว่าไปก็คล้ายๆ เทนนิสเหมือนกันครับ ผมสังเกตุเห็นมือวาง เมื่อได้เเชมป์เเล้ว เเสดงว่าอีกไม่นานคงต้องเเขวนเเร็กเก็ต เมื่อเทรดจนรู้สึกPeak จนสุด เราก็อาจจะจำเป็นต้องออก เหลือทิ้งไว้เเต่ผลงานอันน่าจดจำก็เป็นได้