วันที่ 3542 การจัด Crypto Port สำหรับลงทุนใน ICO

Crypto Port

-เรื่องเเรกเกี่ยวกับ การลงทุนใน ICO ที่ผมมองว่ามีความสำคัญมากๆ คือเรื่องของการจัดพอร์ต เพื่อเเบ่งสรรทรัพยากรต่างๆ ที่เรามี  ผมมองคล้ายๆกับการเล่นเกมส์ครับ  ถ้าเราวางเเผนได้รัดกุม การหมุนเหรียญเพื่อสร้างความมั่งคั่งของเราจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

-ผมขอตัวอย่างรูปเเบบการจัดพอร์ตมาจาก Port ของผมเองเลยเเล้วกันครับ  ( เเต่มีการจำลองตัวเลขนะครับ 555)   เพื่อให้เพื่อนๆได้เห็นตัวอย่างการใช้งานจริงๆ  เเละเเนวคิดในการสร้าง Template รูปเเบบนี้ขึ้นมา

-ส่วนตัวผมนั้น จะเเยก Port ในการลงทุน Crypto ออกมาเลย ไม่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอื่นๆ เพื่อให้เรา Focus พอร์ตของเราได้ดีขึ้น เเละไม่ดึงเงิน จากพอร์ตอื่นไปมา  เเล้วเกิดการสับสน  เรียกว่าจัดให้ใช้ง่ายๆ ดูเเลง่ายๆนั้นเอง  ผมพยามทำหลายๆ โมเดล  จนพบว่ารูปเเบบปัจจุบันที่ใช้อยู่นี่ค่อนข้างง่ายครับ

– เเต่ก่อนที่จะเข้าสู่การจัดพอร์ตนั้น สิ่งสำคัญมากๆ คือเรื่องแหล่งที่ของเงิน ที่เราเอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  ผมมองว่าเงินส่วนนี้ควรเตรียมเเยกไว้ต่างหาก ไม่เกี่ยวกับ Port Crypto  ไม่อย่างนั้น เราจะต้องค่อยดึง ทรัพยากรจากพอร์ตมาใช้เรื่อยๆ  ดังนั้นผมจึงเเนะนำให้

  • เตรียมสำรองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นรายได้ไว้ล่วงหน้า ซัก6-12 เดือน  …. ตรงนี้สำคัญมากๆเลยครับ  เพราะจะทำให้เราสามารถทนต่อสภาวะตลาดขาลงต่อเนื่องได้    Crypto ตอนนี้นอกจาก BTC เเล้ว ตัวอื่นๆ ยังเล่นฝั่งขาลง หรือ Short Sell ลำบาก  ดังนั้นช่วงตลาดขาลง  เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอครับ
  • เนื่องจากผมอยู่ในตลาด TFEX เเละหุ้นมาอย่างยาวนาน ผมเคยเจอภาวะ ที่ตลาดนิ่งๆ หากำไรลำบากติดต่อกันหลายเดือน  เเล้วพบว่า เราจะพบกับภาวะกังวล ฟุ้งซ่านมากๆ  โชคดีที่ผมมีเงินสำรองที่ Cover รายจ่าย ได้ 9 เดือน เลยทำให้ผมผ่านพ้นสถานการณ์เเบบนั้นมาได้  ( ถ้าหากเราเคยเจอสถาการณ์ที่มันยากลำบาก เเบบนี้มาเเล้ว เราจะพบว่ามันจำเป็นมากๆครับ )
  • ผมจะค่อนข้างถือยาว เพราะมีรายได้หลักมาจากทางอื่นๆ  ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน Fiat ในขณะนี้ เลยไม่มีการถอนเงินออกจากพอร์ตเลย  ส่วนใหญ่ จึงเป็นการเปลี่ยนไปมาระหว่าง ICO กับ เหรียญหลักอย่าง ETH ซะมากกว่า ครับ

-ผมใช้ตัวอักษร A B C D  เเทนเเต่ละส่วนๆ นะครับ เพื่อที่จะได้เข้าใจหน้าที่ของมันได้อย่างง่ายๆ

A:  คือ Fiat  Currency …. ตรงนี้ เหมือนเป็นตัวหล่อลื่น หรือว่าเสริมสภาพคล่องให้ Port เลยครับ  มีความจำเป็นมากๆ ที่จะต้องมีสำรองไว้เสมอ เพราะหน้าที่ของกองกำลัง A คือ

  • เอาไว้ช้อน Coin สกุลหลักในยามที่ ราคามันตกลงมาเเรงๆ  ….. ถ้าเราดูกราฟย้อนหลังเราจะพบว่า Crypto จะมีการปรับฐานที่รุนเเรงกว่าตลาดอื่นๆ  ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น ตลาดอนุพันธ์ทางการเงิน  โดยส่วนใหญ่ การปรับฐานใหญ่ของ Crypto ชอบลงมาทดสอบเเถวๆ 70%   ดังนั้นหากราคามันปรับตัวจากจุดสูงสุดลงมาราวๆ 60-70%  ถือเป็นโอกาสดี ที่เราจะนำกองกลัง A ซึ่งเป็น Fiat เข้าไปเเลกเปลี่ยนเป็น ETH NEO หรือ BTC
  • ส่วนตัวผมจะชอบเเลกเป็น ETH เก็บไว้  เพราะว่าได้ใช้เเน่นอน  ในการนำมาลง ICO   … ซึ่งโซนสะสม ETH ที่น่าสนใจในปัจจุบันสำหรับผมนั้นคือโซน 400 USD – 600 USD   ราคามาเเถวนี้เมื่อไหร่  ถ้าผมมี Fiat เหลือ ผมจะเอามาเเลกเป็น ETH เรื่อยๆครับ  เรียกว่าสะสม ไปเรื่อยๆ
  • เวลาผมเปลี่ยน Fiat เป็น ETH ผมจะโอนจำนวนเงินที่ต้องการไปเเลกเปลี่ยน  โดยพยามทำให้เสร็จในวันนั้นๆเลย เเล้วโอน  ETH ออกจาก Exchange ไปไว้ใน Hardware Wallet หรือว่าในกระเป๋า My Ether Wallet … ผมจะไม่ชอบทิ้ง Fait จำนวนเยอะๆ หรือ ETH ไว้ใน Exchange ครับ เพื่อความปลอดภัย สบายใจ กินอิ่มนอนหลับ

B:  คือ Coin สกุลหลัก….

  • หน้าที่ของ B คือเอาไว้ลง ICO  ดังนั้นควรมีเหรียญหลักเหลือไว้ตลอดเวลา
  • ผมจะเน้นไปที่ 2 เหรียญหลักก่อน คือ ETH กับ NEO  เพราะ 2เหรียญนี้เอาไว้ใช้ในการลง ICO ได้นั่นเอง  ส่วนในอนาคตนั้น อาจจะต้องมีตัวอื่นๆเพิ่มเติมอย่างพวก ICON  เราค่อยมาว่ากันอีกทีครับ
  • ปกติผมจะถือ ETH ไว้เป็นหลัก โดยจะเปลี่ยนเป็น NEO ก็ต่อเมื่อเหรียญ NEO มันลงมาเเถวๆ โซน 0.11-0.12  ….. ผมมองว่า NEO กับ ETH  2 เหรียญนี้มันรักษาระดับกันเเละกันเสมอ  โดน Zone ในการเเกว่งของ NEO จะอยู่เราวๆ 0.11-0.15 ของ ETH  ดังนั้น เมื่อ NEO / ETH ลงมาต่ำๆ ผมก็อาจจะเเปลง ETH บางส่วนเป็น NEO ไว้บ้าง  เผื่อว่ามี ICO ฝั่ง NEO เข้ามา

C:  คือ ICO ที่เราทำการลงไปเเล้ว

  • ส่วนนี้เราจะเอาไว้บันทึก เพื่อประเมินมูลค่าของมันคร่าวๆ โดยผมมักจะตีมูลค่าเป็น ETH เพื่อทำให้เราเห็นภาพรวมของพอร์ตว่ามันมีเเนวโน้มที่จะกำไรเพิ่มขึ้น หรือว่า ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง โดยช่องที่ต้องกรอกจะมี 2 ช่องด้วยกัน ช่วงเเรกจะเป็นช่องต้นทุนที่เราซื้อ ICO นั้นๆ  ส่วนอีกช่องจะตีมูลค่าเป็น ETH เเล้ว
  • เราจำเป็นต้องจด ICO ทุกตัวที่เราลงทุน เพื่อที่เราจะสามารถติดตามได้่ตลอดเวลา ทั้งปริมาณเเละจำนวน
  • ถ้าตัวไหนยังไม่ลงกระดานซื้อขาย ผมก็จะใส่ Value เท่ากับต้นทุนที่ลงไปก่อนครับ
  • ถ้าตัวไหนที่มีราคาซื้อขายปรากฏขึ้นในกระดาน ผมก็จะเเปลงค่ามันเป็น ETH  ณ ราคาปัจจุบันของมัน
  • Tier นี่ผมจะทำการประเมินด้วยตัวเอง จากหลายๆที่ โดยเอาข้อมูลจากหลายๆเเหล่งมาประกอบกัน เวบBitcoin Additecd /อ.เจต / Mandy /Coinman / Crush Crypto /Gobone/ Crypto Brifing … เเล้วตีเป็น 3 Tier คือ Upper  Middle Lower   (ผมชอบดู Hard Cap / Model ธุรกิจ / กระเเส )
  • ตัวไหนที่อยู่ Upper ผมจะถือยาวหน่อย   เเละถ้าราคายังไม่ไปไหนหรือราคาต่ำลง  ตรงนี้เป็นโอกาสดี ที่จะสะสมเพิ่ม   …. ที่ Class นี้ผมจะเน้นถือยาวๆหน่อย
  • ตัวไหน Middle คือ อาจจะต้อง Flip หรือ ไม่ได้กะถือนานมาก  เรียกว่า ซื้อไปตามภาวะตลาด
  • ถ้าตลาดดีๆ ICO ที่น่าสนใจ  เเบบ Upper  มันจะหมดไวมาก หรือไม่ก็ให้ Cap ต่อคนน้อย  ทำให้เราอาจจะต้องไปเลือก Tier  ลงๆมาหน่อย  เป็นต้น
  • ถ้า ตลาดค่อนข้างเเย่ ซึมๆ  ผมจะเลือกเฉพาะ Upper   ที่มีความเเข็งเเรงจริงๆเท่านั้นครับ

D  คือ ICO ที่รอลง

  • เอาให้เราสามารถประมาณการณ์คร่าวๆ   ว่าเราจะต้องเตรียม Fait / Coin สกุลหลักเท่าไหร่
  • ให้เราหา ICO ที่น่าสนใจ มาใส่ใน List ไว้ได้เรีื่อยๆ2

-เราควรทำปฏิทิน ตารางเวลาข้อมูลต่างๆ สำหรับ ICO  ที่เราสนใจไว้ด้วยครับ  เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องคอยไปตั้งคำถามซ้ำๆในกลุ่ม Line กลุ่ม Telegram  โดย ข้อมูลที่เราจะต้องรู้คือ

  1. ICO นั้นเปิดให้ White list  ได้เมื่อไหร่
  2. เปิด KYC เมื่อไหร่
  3. ลง ICO วันไหน  โดยเวลาส่วนใหญ่ที่เเจ้งไว้ใน เวบต่างๆ นั้นจะเป็นเวลา พวก UTC  เราควรเเปลงเวลาเป็นเวลา ไทย เพื่อที่จะได้เตรียมตัวได้สะดวก  เเละไม่ลืม

-ถ้าเราทำตารางด้วยตัวเองเเบบนี้  อาจจะเสียเวลาบ้างในช่วงเเรก เเต่เมื่อชินเเล้ว ทุกอย่างจะรวดเร็วเป็นระเบียบ  เเละเราจะไม่พลาดโอกาสในการลงทุนอย่างเเน่นอนครับ

-ที่พูดมาทั้งหมด คือเเนวทางที่ผมใช้จริงอยู่ในปัจจุบัน  ถ้าเพื่อนๆท่านใด มีข้อสงสัย  ข้อเสนอเเนะเพิ่มเติม  ผมยินดีเปิดรับทุกความคิดเห็น

ขอบคุณครับ